จริงหรือที่จีนอยากได้ ทรัมป์มากกว่าไบเดน?


เพิ่มเพื่อน    


    มีคำถามและคำตอบที่น่าสนใจว่าจีนอยากให้ใครชนะเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ วันที่ 3 พฤศจิกายนนี้
    หลายสำนักบอกว่าสี จิ้นผิง อาจจะอยากให้ทรัมป์ชนะโจ ไบเดน ด้วยซ้ำไป
    เป็นไปได้อย่างไรที่จีนจะเลือกทรัมป์ในเมื่อเขาเป็นคนเปิดศึกกับจีนในเกือบจะทุกมิติ 
    ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้า, เทคโนโลยี, การเมือง, ความมั่นคงและแม้แต่เรื่องสื่อ
    แต่บางคนบอกว่าถ้าวิเคราะห์ให้ดี ผู้นำจีนอาจจะเลือกทรัมป์ด้วยเหตุผลที่น่าสนใจหลายประการ
    ผู้นำจีนย่อมไม่แสดงความเห็นอย่างเป็นทางการเรื่องการเมืองในสหรัฐฯ
    แต่นักวิชาการและสื่อจีนบางสำนักก็นำเสนอชุดความคิดที่น่าสนใจ แม้บางครั้งจะเหมือนเป็นการบอกกล่าวทำนองประชดประชันให้ขำเล่น
    แต่พอพิเคราะห์ความเห็นของบางคนในจีนโดยเฉพาะในโซเชียลมีเดียของเขาแล้ว ก็ทำให้คิดอะไรที่ผิดจากที่คาดคิดกันได้เหมือนกัน
    ข้อแรก จีนชอบทรัมป์เพราะยิ่งทรัมป์ฟาดฟันจีนหนักเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้คนจีนมีความสามัคคีกันมากขึ้น
    ปกติคนจีนอาจจะไม่เกิดกระแสความรักชาติมากนักหากไม่มีศัตรูจากข้างนอกมารังควาน
    แต่ทรัมป์สร้างภาพของอเมริกาที่เป็นศัตรูร้ายกาจ อยู่ร่วมโลกกันไม่ได้ และจะต้องเผชิญหน้ากันในทุกเวที
    บรรยากาศอย่างนี้ทำให้คนจีนในแวดวงต่างๆ เห็นอันตรายของอเมริกาภายใต้ทรัมป์ จึงเกิดความหวงแหนแผ่นดิน และหวั่นเกรงว่าถ้าคนจีนไม่สมัครสมานกันไว้ ทรัมป์อาจทำให้คุณภาพชีวิตและการเติบใหญ่ของจีนมีปัญหา
    มีคนในเครือข่ายโซเชียลมีเดียบอกว่าทุกวันนี้คนรุ่นใหม่จีนตั้งชื่อใหม่ให้ทรัมป์ว่า “เจี้ยนกว๋อ” ซึ่งแปลว่า “สร้างชาติ”
    ความหมายคือ การที่ทรัมป์ประกาศสกัดจีนทุกวิถีทางนั้นทำให้คนจีนรวมตัวกัน มุ่งมั่นสร้างเศรษฐกิจจีนให้เข้มแข็งเพื่อสู้กับอเมริกาให้จงได้
    เท่ากับว่าทรัมป์ช่วย “สร้างประเทศให้จีน” โดยไม่ได้ตั้งใจ
    หรืออีกนัยหนึ่งแทนที่ทรัมป์จะ Make America Great Again นั้น กลับทำให้จีนยิ่งใหญ่ขึ้นหรือ
    Make China Great Again
    เป็นชุดความคิดที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
    อีกแนวคิดหนึ่งที่บอกว่าจีนอาจจะชอบทรัมป์มากกว่าไบเดนก็คือความเชื่อที่ว่า “อ่านทรัมป์ง่ายกว่าอ่านไบเดน”
    เพราะทรัมป์ใช้ทวิตเตอร์แสดงความเห็นในทุกเรื่องและทุกโอกาส
    ทำให้รัฐบาลจีนและคนจีนทั่วไปสามารถรู้ว่าผู้นำสหรัฐฯ คนนั้นกำลังคิดอะไรอยู่ จะทำหรือไม่ทำ ชอบหรือไม่ชอบอะไร โดยไม่ต้องปรึกษาหารือกับคณะรัฐมนตรีหรือที่ปรึกษาใดๆ
    ไม่เหมือนกับถ้าไบเดนชนะเลือกตั้งมาเป็นประธานาธิบดี สไตล์การทำงานจะกลับไปเป็นรูปเดิม 
    นั่นคือจะไม่แสดงความเห็นส่วนตัวอย่างต่อเนื่อง แต่จะทำผ่านโฆษก และก่อนจะแถลงอะไรที่จะมีปรึกษา, กลั่นกรองและมีแนวทางที่บ่อยครั้งอาจจะตีความไม่ได้ง่ายๆ เหมือนทรัมป์
    คนจีนบางคนมองว่าเมื่ออ่านทรัมป์ง่ายกว่าไบเดน แม้ทรัมป์จะออกมาฟาดฟันจีนบ่อย แต่ก็ยังพอจะรู้ว่าเขาคิดอะไรและจะทำอะไร ไม่เหมือนไบเดนที่อาจจะอ่านยากกว่า
    อีกเหตุผลหนึ่งที่คนจีนบางวงการบอกว่าคบกับทรัมป์ง่ายกว่าไบเดน เพราะสำหรับทรัมป์แล้ว “ทุกอย่างต่อรองได้”
    เพราะทรัมป์เป็นเซลส์แมน ทุกอย่างมีราคา ถ้าเสนอราคาที่ทรัมป์รับได้ เขาก็จะยอม ไม่มีหลักการ ไม่มีเรื่องจริยธรรมหรือความเป็นเพื่อนเก่าแก่อะไรทั้งสิ้น
    สำหรับผู้นำจีนแล้ว ทรัมป์เป็นนักธุรกิจที่ต่อรองได้ทุกเรื่อง ดังนั้น บางทีก็คบหาได้ง่ายกว่าไบเดนที่อาจจะมีเงื่อนไขเรื่องสิทธิมนุษยชน, เสรีภาพ, ทรัพย์สินทางปัญญาและเงื่อนไขแบบตะวันตก
    แต่ผู้นำจีนก็ต้องพร้อมที่จะตั้งรับในกรณีที่ไบเดนชนะเช่นกัน
    บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ Gobal Times ของจีนเคยเขียนขึ้นทวิตเตอร์ว่า
    “คนจีนตระหนักครับว่า ไม่ว่าจะเป็นทรัมป์หรือไบเดนเราก็ต้องพร้อมจะตั้งรับ...เพราะมีสุภาษิตจีนว่า อีกานั้นล้วนเป็นสีดำทั้งนั้น...”
    สรุปว่าจีนมองว่าทั้งทรัมป์และไบเดนก็คือ “อีกา”...คือเป็นสีดำ และในท้ายที่สุดก็ต้องปกปักรักษาผลประโยชน์ของอเมริกาอยู่ดี!.


จัดหนักจัดเต็มทั่วหน้า ไม่มีคำว่าสองมาตรฐาน อ่านบทความอาจารย์แก้วสรร อติโพธิ ใน www.thaipost.net วานนี้ มองเห็นหลายๆ เรื่องในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ได้ชัดเจนขึ้น

"ทักษิณ" ท้ารบ "จตุพร"
หมาเยี่ยวรดภูเขาทอง
บาปหนาของคณะราษฎร
'ท่านสส.ครับ...โปรดฟังสักนิด'
เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'