'ธปท.'รับห่วงม็อบกระทบใช้จ่ายปลายปี


เพิ่มเพื่อน    

31 ต.ค. 2563 นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจในไตรมาส 3/2563 จะฟื้นตัวจากไตรมาส 2/2563 ที่ติดลบ 12.2% โดยการขยายตัวจะหดตัวลดลง และไม่ถึง 2 หลักแน่นอน แม้ว่าจะมีปัจจัยทางเศรษฐกิจหลายตัวที่ยังหดตัวอยู่ แต่ก็เป็นการหดตัวที่ลดลง ซึ่ง ธปท. จะติดตามว่าแรงส่งนี้จะมีความต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 4/2563 หรือไม่ ถ้ายังไม่มีปัจจัยอะไรสะดุดเศรษฐกิจก็จะเริ่มฟื้นตัว แต่ก็ยอมรับว่ายังมีความเสี่ยงในระยะต่อไปที่ต้องติดตาม


“ตอนนี้การบริโภคภาคเอกชนเริ่มปรับตัวดีขึ้น แต่กำลังซื้อยังมีความเปราะบาง ถ้ามีอะไรมากระทบก็จะหดตัวลงไปอีก ยอมรับว่าสถานการณ์ทางการเมืองก็จะเป็นตัวสร้างความกังวลให้กำลังซื้อของภาคเอกชนสะดุด แต่ขณะนี้ถ้ามองจากแรงส่งในช่วงที่ผ่านมาการบริโภคก็ยังขยายตัวต่อไปได้” นางสาวชญาวดี กล่าว


นางสาวชญาวดี กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3/2563 ที่ปรับดีขึ้นมาจากการผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาดำเนินการได้มากขึ้น โดยเครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนกลับมาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับระยะเวลาเดียวกันปีก่อน หลังจากหดตัวสูงในไตรมาสก่อน ส่วนหนึ่งมาจากการประกาศวันหยุดยาวพิเศษชดเชยวันสงกรานต์ และปัจจัยรายได้และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ทยอยปรับตัวดีขึ้น สำหรับมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมทองคำ เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนและการผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวน้อยลง ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวต่อเนื่องและมีบทบาทสำคัญในการพยุงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ


ทั้งนี้ ในส่วนของภาคการท่องเที่ยวยังคงหดตัวสูงจากผลของมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบน้อยลงตามอัตราเงินเฟ้อในหมวดพลังงานเป็นสำคัญ ส่วนตลาดแรงงานปรับตัวดีขึ้นบ้าง แต่ยังคงเปราะบาง ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลจากการส่งออกทองคำเป็นสำคัญ


สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในเดือน ก.ย. 2563 ปรับดีขึ้นจากเดือนก่อน จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่กลับมาเป็นปกติในหลายภาคส่วน และจากปัจจัยชั่วคราวเรื่องวันหยุดยาวพิเศษ รวมถึงการใช้จ่ายภาครัฐที่ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ทั้งรายจ่ายประจำ และรายจ่ายลงทุน ส่วนหนึ่งมาจากการเร่งเบิกจ่ายในช่วงปลายปีงบประมาณ โดยรายจ่ายประจำกลับมาขยายตัวตามการเบิกจ่ายเพื่อซื้อสินค้าและบริการหลังจากหดตัวต่อเนื่องในช่วง 2 เดือนก่อน ขณะที่ทั้งรัฐบาลกลางและรัฐวิสาหกิจมีรายจ่ายลงทุนที่ขยายตัวสูงขึ้น

ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนกลับมาทรงตัว หลังจากหดตัวต่อเนื่อง 6 เดือนติดต่อกัน โดยได้รับผลดีจากการประกาศวันหยุดยาวพิเศษชดเชยวันสงกรานต์ที่เลื่อนมาจากเดือน เม.ย. และปัจจัยสนับสนุนกำลังซื้อที่ทยอยปรับดีขึ้นตามรายได้ของครัวเรือนทั้งในและนอกภาคเกษตร ส่วนภาคการส่งออกหดที่ 4.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หากไม่รวมการส่งออกทองคำ มูลค่าการส่งออกหดตัวที่ 3.7% ปรับตัวดีขึ้นจากที่หดตัวถึง 13.6% ในเดือนก่อน ตามการส่งออกสินค้าในเกือบทุกหมวด สอดคล้องกับอุปสงค์ของประเทศคู่ค้าที่ฟื้นตัว โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ขยายตัวต่อเนื่อง อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่กลับมาขยายตัวได้ ขณะที่ยานยนต์และชิ้นส่วนหดตัวน้อยลง ส่วนมูลค่าการนำเข้าสินค้า หดตัวที่ 8.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ การผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวน้อยลงตามการผลิตที่ปรับดีขึ้นในเกือบทุกหมวดสินค้า สอดคล้องกับทิศทางการส่งออกและการใช้จ่ายในประเทศ และมีผลของฐานต่ำในปีก่อนในหมวดการผลิตยานยนต์และปิโตรเลียม ส่วนเครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชน หดตัวน้อยลงจากเดือนก่อนหน้า ตามการลงทุนหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ปรับตัวดีขึ้น สอดคล้องกับอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศที่ทยอยฟื้นตัว รวมทั้งทิศทางความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจที่ปรับดีขึ้นต่อเนื่อง

สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ยังหดตัวสูงต่อเนื่องจากระยะเดียวกันของปีก่อน จากมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่าประเทศของไทยที่ยังมีอยู่ ส่งผลให้ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบมากขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อในหมวดพลังงาน จากราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศที่ลดลงเป็นสำคัญ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานปรับลดลงเล็กน้อย ด้านตลาดแรงงานปรับดีขึ้นบ้างแต่ยังเปราะบาง ส่วนหนึ่งสะท้อนจากจำนวนผู้หยุดงานชั่วคราวตามมาตรา 75 ที่ลดลง แต่สัดส่วนผู้ขอรับสิทธิว่างงานในระบบประกันสังคมยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลลดลงจากเดือนก่อน ตามมูลค่าการส่งออกทองคำที่น้อยลง

“ยังต้องจับตามาตรการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ จะทำให้ภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวได้ดีแค่ไหน และต้องจับตาเรื่องการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ในต่างประเทศ ต้องดูว่าจะรุนแรงแค่ไหน และมาตรการจัดการว่าจะควบคุมได้ดีแค่ไหน หากดูแลไม่ได้ และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการส่งออก” นางสาวชญาวดี กล่าว


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.