เมียนมาเลือกตั้งทั่วไป คาดพรรค'ซูจี'ชนะอีกสมัย


เพิ่มเพื่อน    

เมียนมาจัดการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันอาทิตย์ท่ามกลางการระบาดของโรคโควิด-19 คาดพรรครัฐบาลของอองซาน ซูจี จะชนะเลือกตั้งอีกสมัย องค์กรสิทธิชี้เป็นการเลือกตั้งที่เสรีและยุติธรรมน้อยกว่าครั้งก่อน

หญิงสูงวัยชาวเมียนมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าที่มัณฑะเลย์เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2563

    เมียนมาจัดการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน เป็นการเลือกตั้งครั้งที่ 2 ตั้งแต่พ้นจากการปกครองของรัฐบาลทหารในปี 2554 โดยเป็นการเลือกตั้งทั้งสภาสูงและสภาล่างในรัฐสภาเมียนมา รวมถึงเลือกตั้งรัฐบาลรัฐและรัฐบาลภูมิภาค มีการเลือกตั้งทั้งหมด 1,171 ที่นั่ง ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 37 ล้านคน หน่วยเลือกตั้งเปิดเมื่อเวลา 06.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น และปิดลงในเวลา 16.00 น. มีรายงานว่าหน่วยเลือกตั้งหลายแห่งยังมีประชาชนเข้าคิวเพื่อใช้สิทธิ์เลือกตั้งในช่วงที่ปิดให้ลงคะแนน

    พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ภายใต้การนำของอองซาน ซูจี ชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายเมื่อ 5 ปีก่อน แต่ภายใต้รัฐธรรมนูญของเมียนมา กำหนดให้รัฐบาลต้องแบ่งอำนาจการปกครองกับทหาร โดยทหารเป็นรัฐมนตรีกระทรวงสำคัญ 3 กระทรวงและที่นั่งทั้งหมดในรัฐสภา เป็นของทหาร 1 ใน 4

    การเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้มีขึ้นในช่วงที่เมียนมายังต้องเผชิญกับการระบาดของโรคโควิด-19 ก่อนหน้านี้พรรคสหเอกภาพและการพัฒนา (ยูเอสดีพี) พรรคการเมืองฝ่ายค้านหลักของเมียนมา ภายใต้การสนับสนุนของทหารและพรรคฝ่ายค้านอีก 23 พรรค เรียกร้องให้รัฐบาลเลื่อนการเลือกตั้งเนื่องจากมีผู้ป่วยโรคโควิด-19 เพิ่มขึ้น แต่ซูจียืนยันไม่เลื่อนวันเลือกตั้งและวิงวอนให้ประชาชนเอาชนะความกลัวโรคโควิด-19 แล้วออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

    ซูจีใช้สิทธิ์เลือกตั้งไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในการเลือกตั้งล่วงหน้าที่เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุมาเลือกตั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ในวันเลือกตั้งที่จะมีผู้มาใช้สิทธิ์จำนวนมาก

    หน่วยเลือกตั้งในเมียนมาอยู่ในวัด, ศูนย์การค้าและสำนักงานต่างๆ ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีรายงานว่าในเมืองมัณฑะเลย์ เมืองใหญ่อันดับ 2 ของเมียนมา ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันอย่างหนาแน่นตามหน่วยเลือกตั้งต่างๆ

    นิน วุต ยี อายุ 23 ปี มีอาชีพเป็นครูเผยระหว่างมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งว่า มีความกังวลที่ไม่มีการเว้นระยะห่างทางสังคมระหว่างเข้าแถวรอใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ทุกคนมองกันด้วยความหวาดระแวง

    การเลือกตั้งของเมียนมาครั้งนี้ บังคับผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งทุกคนต้องสวมหน้ากาก แต่กฎการเว้นระยะห่างทางสังคม ไม่สามารถใช้ได้ในหน่วยเลือกตั้งหลายแห่ง

    ชาวโรฮีนจาที่ยังอยู่ในเมียนมาราว 600,000 คน ครึ่งหนึ่งมีอายุที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง แต่เนื่องจากยังไม่ได้เป็นพลเมืองเมียนมา ทำให้พวกเขาไม่มีสิทธิ์เลือกตั้งไปด้วย

    องค์กรสิทธิเบอร์มาแคมเปญยูเคระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ของเมียนมาเป็นการเลือกตั้งที่แบ่งแยกสีผิว และเป็นการเลือกตั้งที่มีเสรีและยุติธรรมน้อยกว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา

    เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการการเลือกตั้งเมียนมาประกาศยกเลิกการเลือกตั้งในพื้นที่ส่วนใหญ่ของรัฐยะไข่ที่ยังมีการสู้รบระหว่างทหารกับกองทัพอาระกัน และยกเลิกการเลือกตั้งในบางพื้นที่ของรัฐชานและรัฐกะฉิ่นที่มีความขัดแย้งกับชนกลุ่มน้อย

    คาดว่าพรรคเอ็นแอลดีภายใต้การนำของซูจีที่ยังได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศ จะชนะการเลือกตั้งอีกครั้ง แม้ซูจีโดนวิจารณ์อย่างหนักจากทั่วโลกในการจัดการกับวิกฤติโรฮีนจา.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"