พรรค'ซูจี'อ้างชนะเลือกตั้งได้จัดตั้งรัฐบาลอีกสมัย


เพิ่มเพื่อน    

พรรคเอ็นแอลดีภายใต้การนำของอองซาน ซูจี อ้างชนะการเลือกตั้งหลังทราบผลการนับคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการเมื่อวันอาทิตย์ กวาดที่นั่ง ส.ส.มากพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศอีกสมัย

เจ้าหน้าที่สวมหน้ากากอนามัยตรวจนับคะแนนบัตรเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งของกองทัพเมื่อวันอาทิตย์

    สำนักข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานคำกล่าวของมโย ยุนต์ โฆษกพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลเมียนมา เมื่อวันจันทร์ที่ 9 พฤศิกายนว่า จากรายงานผลการนับคะแนนภายในทราบผลแล้วว่า การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พรรคเอ็นแอลดีได้ที่นั่งในรัฐสภาถึง 322 ที่นั่งแล้ว ซึ่งเพียงพอที่จะจัดตั้งรัฐบาล แม้ว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งของเมียนมายังไม่ได้ประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

    โฆษกพรรคเอ็นแอลดีกล่าวขอบคุณประชาชนที่เลือกพรรคเอ็นแอลดี สำหรับพรรคแล้ว ผลการเลือกตั้งที่ออกมาเป็นกำลังใจอย่างดี "เราไม่เพียงชนะ 322 ที่นั่งที่ต้องการเพื่อจัดตั้งรัฐบาลเท่านั้น แต่เราคาดคะเนว่าจะทำลายสถิติของเรา 390 ที่นั่งเมื่อปี 2558" เขากล่าวกับเอเอฟพี

    การเลือกตั้งทั่วไปของเมียนมาเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นการเลือกตั้งครั้งที่ 2 ของเมียนมาหลังพ้นจากการปกครองของทหารในปี 2554 เหมือนเป็นการลงประชามติชี้วัดความพอใจของชาวเมียนมา ต่อการบริหารประเทศภายใต้การนำของอองซาน ซูจี และพรรคเอ็นแอลดี ที่ยังได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศ แม้ชื่อเสียงของซูจีในต่างประเทศจะพังทลายลงไปแล้ว จากข้อกล่าวหาว่าทางการเมียนมาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจา และชาวโรฮีนจาหลายแสนคนต้องหนีไปลี้ภัยอยู่ที่บังกลาเทศ

    การเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้ เป็นการชิงชัยที่นั่งในสภาล่าง 315 ที่นั่ง จากทั้งหมด 425 ที่นั่ง และที่นั่งในสภาสูง 161 ที่นั่ง จากทั้งหมด 217 ที่นั่งในรัฐสภา ภายใต้รัฐธรรมนูญของเมียนมา สงวนที่นั่ง 1 ใน 4 ของรัฐสภาสำหรับทหาร ซึ่งซูจีและพันธมิตรของเธอต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้  

    แม้พรรคเอ็นแอลดีประกาศว่าชนะเลือกตั้งครั้งนี้แน่ แต่ไม่น่าจะได้ที่นั่งมากกว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมามากนัก เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งนี้ มีพรรคการเมืองใหม่เกิดขึ้นมาก รวมถึงพรรคกลุ่มชาติพันธุ์ที่เป็นชนกลุ่มน้อยของเมียนมา ที่ได้รับการสนับสนุนในบางภูมิภาคของประเทศ

    นอกจากนี้ การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 เพิ่มขึ้น, เศรษฐกิจของประเทศอยู่ในภาวะที่ยากลำบากและความขัดแย้งของกลุ่มชาติพันธุ์กับทางการเมียนมาที่เพิ่มขึ้น

    ขณะนี้เมียนมามีผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 รายใหม่เฉลี่ยวันละราว 1,100  ราย เปรียบเทียบกับช่วงต้นเดือนสิงหาคม ที่มีผู้ป่วยโรคนี้รายวันเพียงวันละไม่กี่คน

    การเลือกตั้งครั้งนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมากกว่า 1 ล้านคน ไม่มีโอกาสเลือกตั้ง เนื่องจากทางการยกเลิกหน่วยเลือกตั้งโดยอ้างว่ามีเหตุการณ์ไม่สงบในพื้นที่.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"