ชาวนาไม่ต้องกังวล 'พาณิชย์'ยันมีมาตรการดูแลราคาข้าว


เพิ่มเพื่อน    

 

10 พ.ย.2563 นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม รองอธิบดี รักษาการในตำแหน่งอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงกรณีที่สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบปัญหาข้าวเปลือกหอมมะลิราคาตกต่ำว่า กรมฯ ได้ทำการตรวจสอบแล้วพบว่า ขณะนี้ผลผลิตข้าวเปลือกหอมมะลิ ฤดูกาลผลิตปี 2563/64 อยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวและกำลังทยอยออกสู่ตลาด ทำให้ผู้นำเข้ารอดูสถานการณ์ผลผลิตข้าวไทยว่ามีมากน้อยแค่ไหน ประกอบกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้การบริโภคในประเทศชะลอตัวจากนักท่องเที่ยวน้อยลง รวมถึงมีปัญหาการส่งออกที่ลดลง เนื่องจากราคาข้าวไทยสูงกว่าคู่แข่งทำให้แข่งขันได้ยากและปัญหาค่าเงินบาท ขณะที่ผู้ค้าข้าวก็มีการระบายข้าว เพื่อเสริมสภาพคล่องรองรับผลผลิตฤดูกาลใหม่ ส่งผลให้ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิในช่วงนี้ปรับตัวลดลง โดยข้าวเกี่ยวสดความชื้น 28-30% มีราคาตันละ 9,500–10,000 บาท ส่วนข้าวเปลือกแห้ง ความชื้นไม่เกิน 15% ตันละ 12,000–12,500 บาท

โดยขอชี้แจงต่อเกษตรกรว่า ขณะนี้รัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติหลักการโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2563/64 รอบที่ 1 แล้ว โดยกำหนดราคาเป้าหมายข้าวเปลือกหอมมะลิ 15,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ราคา 14,000 บาท/ตัน ไม่เกิน 16 ตัน ข้าวเปลือกเจ้า ราคา 10,000 บาท/ตัน ไม่เกิน 30 ตัน ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ราคา 11,000 บาท/ตัน ไม่เกิน 25 ตัน และข้าวเปลือกเหนียว ราคา 12,000 บาท/ตัน ไม่เกิน 16 ตัน โดยจะจ่ายเงินส่วนต่างของราคาประกันให้กับเกษตรกร หากราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงต่ำกว่าราคาเป้าหมาย

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการคู่ขนาน ที่จะนำมาใช้ดูดซับผลผลิตฤดูกาลใหม่ที่จะออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนพ.ย.2563 เป็นต้นไป โดยจะมีการจูงใจให้เกษตรกร สหกรณ์ สถาบันเกษตรกร รวมทั้งผู้ประกอบการค้าข้าวทั่วไปเก็บสต็อก เพื่อเป็นการสร้างเสถียรภาพราคาตลาด มีเป้าหมาย 7 ล้านตันข้าวเปลือก ผ่านโครงการโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี    ให้ค่าฝากเก็บตันละ 1,500 บาท เป้าหมาย 1.5 ล้านตัน โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร สหกรณ์เสียดอกเบี้ยร้อยละ 1 เป้าหมาย 1.5 ล้านตัน และโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก ชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการร้อยละ 3 เป้าหมาย 4 ล้านตัน

ส่วนแนวโน้มการส่งออกข้าวไทยในปี 2564 ต้องรอดูปริมาณของผลผลิตข้าวในปี 2563/64 ก่อนว่าจะมีมากน้อยเพียงใด เบื้องต้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คาดว่าจะมีผลิตข้าวเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ราคาข้าวปรับตัวลดลงจากราคาสูงในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา จากปัญหาภัยแล้ง ทำให้ช่องว่างของราคาข้าวไทยกับข้าวของประเทศคู่แข่งลดน้อยลง และจะทำให้ศักยภาพในการแข่งขันในตลาดโลกดีขึ้น และล่าสุดไทยยังมีข้าวถึง 7 ชนิด ที่จะป้อนความต้องการของตลาด คือ 1.ตลาดพรีเมี่ยม ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ และข้าวหอมไทย 2.ตลาดทั่วไป ได้แก่ ข้าวขาวพื้นนุ่ม ข้าวขาวพื้นแข็ง และข้าวนึ่ง และ 3.ตลาดเฉพาะ ได้แก่ ข้าวเหนียว และข้าวสีหรือข้าวคุณลักษณะพิเศษ  


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"