สสส. ภาคีเปิดตัวครอบครัวตามรอยพระราชา อ้อม-พิยดา น้องนาวา สู่เส้นทางธรรมชาติ9เล่ม9เส้นทางปลูกฝังความพอเพียง


   

สสค. ร่วมกับ มูลนิธิชัยพัฒนา สสส. บ.ไอบีเอ็ม ศูนย์คุณธรรม กระทรวงศึกษาธิการ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ okmd เนรมิตหนังสือเดินทางตามรอยพระราชา 9เล่ม 9เส้นทาง 81แหล่งเรียนรู้มีชีวิตทั่วด้ามขวานทองไทย  เปิดตัวครอบครัวตามรอยพระราชา ครอบครัวอ้อม พิยดาและน้องนาวา ด.ญ.พัชรนันท์ จุฑารัตนกุล ปลูกฝังตั้งแต่ยังเป็นเด็กๆ พาไปสถานที่เป็นธรรมชาติ ได้เห็นวิถีชาวบ้านอยู่อย่างพอเพียง อยู่ในจิตสำนึกเพื่อวันหนึ่งโตขึ้นจะได้หยุดความอยากได้ ความฟุ้งเฟ้อในชีวิต  เพ็ญพรรณ จิตตะเสนีย์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็กเยาวชนและครอบครัว สสส. หนังสือทั้ง9เล่มเป็นTransformative Learning  เรียนรู้ด้วยสมอง(Head) เรียนรู้ด้วยหัวใจ (Heart)และเรียนรู้จากการลงมือทำ(Hand) ดร.อุดม วงษ์สิงห์ นักวิชาการสสค.เชิญชวนรับหนังสือ “ตามรอยพระราชา”รวม9เล่ม9เส้นทาง81แหล่งเรียนรู้ได้ที่ www.QLF.or.th

 

                พื้นที่ห้องไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น2 ศูนย์การค้าสยามพารากอนได้รับการตกแต่งเป็นแหล่งเรียนรู้พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต เส้นทางเรียนรู้“ตามรอยพระราชา” สะพานเดินข้ามไปยังพื้นที่แหลมผักเบี้ย เพชรบุรี  คุ้งบางกะเจ้า สมุทรปราการ โรงเรียนกาสรกสิวิทย์ ป่ากุยบุรี จักรพันธ์ เพ็ญศิริ จังหวัดเชียงราย ร้านจันกะผักฯลฯ  ความรู้ตามศาสตร์พระราชา...

 

                เขมสรณ์ หนูขาว ผู้ประกาศข่าวไทยรัฐทีวีทำหน้าที่พิธีกรดำเนินรายการร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้ตามรอยพระราชา “สนุกรู้ สนุกคิด สนุกทำ”  ครอบครัวอ้อม พิยดา และน้องนาวา ด.ญ.พัชรนันท์ จุฑารัตนกุล พิยดาเล่าว่าพาน้องนาวาไปเที่ยวอ่างเก็บน้ำเขาเต่า หัวหิน พร้อมอธิบายว่าที่นี่มีป่าโกงกาง พระเจ้าอยู่หัวทรงสร้างมีรูปปั้นคุณทองแดงสุนัขทรงเลี้ยงซึ่งเป็นสุนัขจรจัด การไปเที่ยวคือการเรียนรู้ธรรมชาติตามรอยรัชกาลที่9 สอนให้เขามีจิตอาสา ชอบช่วยเหลือคนอื่น มีความซื่อสัตย์  สอนว่าไฟฟ้า น้ำประปาเป็นของพระเจ้าแผ่นดิน เราต้องประหยัด เวลาแปรงฟันเปิดน้ำเรื่อยๆไม่ได้ต้องปิดน้ำ ถ้าเราใช้น้ำโดยไม่ประหยัด ต่อไปเราจะไม่มีน้ำใช้ รัชกาลที่9ทรงสอนให้คนไทยทุกอาชีพมีสิ่งที่พอเพียง เด็กเมื่อโตขึ้นมีความฟุ้งเฟ้อเป็นพื้นฐาน ช็อบปิ้งอยากได้โน่นได้นี่ ดังนั้นเราต้องปลูกฝังตั้งแต่ยังเป็นเด็กๆ พาไปสถานที่เป็นธรรมชาติ ได้เห็นวิถีชาวบ้านอยู่อย่างพอเพียง ทำนา ให้เห็นว่าข้าวมาจากไหน พืชผักปลูกกันอย่างไร สิ่งเหล่านี้จะเกาะอยู่ในจิตใจพวกเขา เขาจะมีจิตอาสา รู้จักประหยัด อยู่ในโลกมนุษย์ในแบบที่เขาปรับตัวใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างดี

 

ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้แทนคณะทำงานหนังสือเดินทางตามรอยพระราชา นักวิชาการสสค.กล่าวว่าหนังสือตามรอยพระราชามีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนเข้าใจและเข้าถึงศาสตร์ของพระราชาที่ร่วมสมัยจากประสบการณ์จริงในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่9 ที่เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตโดยจัดทำเป็นคู่มือการเดินทางสำหรับเยาวชน ครอบครัวและสถานศึกษา เพื่อให้เกิดพลังแห่งการเรียนรู้และเกิดความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย ก่อนหน้านี้ได้มีการเปิดตัวหนังสือตามรอยพระราชาไปแล้ว4เส้นทาง และครั้งนี้เป็นการเปิดตัวเพิ่มอีก 5เส้นทาง รวม9เล่ม9เส้นทาง81แหล่งเรียนรู้โดยกระทรวงศึกษาธิการ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ สสส.ร่วมสนับสนุนการจัดพิมพ์รวม190,000ชุดเพื่อกระจายในโรงเรียน เครือข่ายการศึกษาและจังหวัดต่างๆ ซึ่งประชาชนทั่วไปที่สนใจสามารถติดต่อรับหนังสือได้ที่ www.QLF.or.th

                เพ็ญพรรณ จิตตะเสนีย์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว สสส.กล่าวว่าสาระสำคัญที่เยาวชนจะได้รับจากสื่อหนังสือและกิจกรรมตามรอยพระราชาช่วยให้เกิดการเรียนรู้ครบ3H ในรูปแบบTransformative Learning ประกอบด้วย เรียนรู้ด้วยสมอง(Head) เรียนรู้ด้วยหัวใจ (Heart)และเรียนรู้จากการลงมือทำ(Hand) รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่21 คือความคิดสร้างสรรค์และการคิดวิเคราะห์จากการได้เดินทางไปเรียนรู้ยังสถานที่จริง อีกทั้งยังสอดแทรกเนื้อหาส่งเสริมคุณธรรม ได้แก่ทศพิธราชธรรมและคุณธรรม4.0คือพอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพของประเทศ ทั้งนี้สสส.จะสนับสนุนให้เครือข่ายโรงเรียนสุขภาวะซึ่งบางแห่งเป็นศูนย์การเรียนรู้ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงได้ร่วมเรียนรู้ผ่านแหล่งเรียนรู้ตามรอยพระราชาในพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมกับสนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มุ่งสอดแทรกและบูรณาการกับวิชาการเรียนเพื่อส่งผลถึงเยาวชนคนรุ่นใหม่ต่อไป

                พรรณสิรี อมาตยกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่าบริษัทไอบีเอ็มเห็นความสำคัญของการเรียนรู้ในกลุ่มเด็กและเยาวชน ด้วยการนำศาสตร์พระราชาของในหลวงรัชกาลที่9เป็นหลักในการดำเนินชีวิต จึงได้สนับสนุนเทคโนโลยีตามรอยพระราชาโดยพัฒนาE-Book เพื่อให้ผู้ที่สนใจเข้าถึงหนังสือตามรอยพระราชาทั้ง9เล่ม9เส้นทางได้อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ทั้งยังส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนสนุกกับการเรียนรู้

อ.เฉลิมพร พงศ์ธีระวรรณ ครูสอนรร.สุราษฏร์พิทยา (ผู้ได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีเมื่อปี2558 นำนักเรียนชั้นม.5จำนวน3คนเป็นทีมไปแข่งขันวิทยาศาสตร์ระดับโลกที่สหรัฐชนะได้ที่1เมื่อปี2554ทำภาชนะพลาสติกใส่อาหารจากเกล็ดปลาผสมกับสารบางตัวจับตัวเป็นแผ่นขึ้นรูปเป็นไบโอพลาสติกย่อยสลายได้ง่าย) เป็น1ใน2ผู้วิเคราะห์เนื้อหาหนังสือเดินทางตามรอยพระราชา อ.เฉลิมพรเป็นคนสุราษฏร์ธานีแต่ไปเรียนจบปริญญาตรี มศว.สงขลา กลับมาเป็นครูสอนที่รร.สุราษฏร์พิทยาแห่งเดียวนาน38ปี เกษียณอายุในปีนี้ “พาสปอร์ตเรียนรู้จากสถานที่จริง เด็กอ่านหนังสือเฉยๆโดยไม่ตอบคำถาม ไม่สามารถเก็บใช้ได้หมด แต่ถ้ามีพาสปอร์ตนำทางดูโครงการไปด้วยจะเข้าใจได้อย่างลึกซึ้งและนำมาตอบคำถามในภายหลัง หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว”

 

                ดร.สุเมธ  ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ประธานที่ปรึกษาโครงการหนังสือเดินทางตามรอยพระราชา ปาฐกถาพิเศษเปิดงาน“ในหลวงในใจคนพระองค์ท่านทรงพร่ำสอนคนไทยให้รู้จักการใช้ชีวิต เราเรียนหนังสือตามโรงเรียน-มหาวิทยาลัยมีความรู้ในศาสตร์ต่างๆดูเสมือนว่าเราเดินตามก้นฝรั่งมังค่า ทำอย่างไรเราจะหาเงินได้ประโยชน์สูงสุด ผลสุดท้ายเราไม่รู้จักการบริหารชีวิต แต่เราลืมอีกมิติหนึ่งที่จะต้องร่วมมือกันทำด้วย เราต้องทำให้อากาศและสิ่งแวดล้อมดี เราโชคดีที่ได้สูดอากาศบริสุทธิ์  ถ้าอากาศเป็นพิษเราสลบเหมือดกันเป็นแถว พระองค์ทรงสอนให้เราพัฒนาไม่ได้นิ่งอยู่กับที่ ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน พระองค์ทรงสอนให้เรามีชีวิตอยู่ในขณะนี้ บริหารสภาพแวดล้อม ดิน น้ำ ลม ไฟ ป่าไม้เป็นประโยชน์กับพวกเรา พวกเราที่นั่งอยู่แถวหน้าผ่านยุคนี้แล้ว แต่รุ่นลูกหลาน เราจะปล่อยให้ภูเขาปราศจากต้นไม้ น้ำเน่า สิ่งเลวร้ายให้ลูกเราหรือ ดังนั้นเราทำอะไรก็ต้องรู้จักการบันยะบันยังกันบ้าง ชาวพุทธต้องช่วยกันรักษาสติมิฉะนั้นปัญญาก็จะไม่เกิด เป็นความโลภครอบงำ สอนแล้วสอนเล่าเมื่อครั้งยังทรงอยู่ ภายใต้กระแสกิเลสตัณหาทำลายล้างกันทั่วโลก

               

โลกมนุษย์คนเพิ่มจำนวนมากขึ้น ดินน้ำที่มีอยู่ไม่เพียงพอแล้วต้องไปเอาที่บ้านคนอื่น บ้านเรามีจุดได้เปรียบเราเป็น1ใน100ที่ยังมีทรัพยากรสมบูรณ์มาก พระองค์ท่านทรงสอนและทำให้ดูด้วย ไม่ใช่สอนแต่เพียงการlecture4,700โครงการมี4,700บทเรียนเกี่ยวกับดิน น้ำ ป่า เป็นตัวอย่างที่ดี  ไม่มีป่าไม่มีน้ำไม่มีชีวิต         “สมัยที่ผมมีอายุ12ปี คนไทยมีจำนวน18ล้านคน วันนี้ผมอายุ79ปี คนไทยเพิ่มจำนวนเป็น70ล้านคน แผ่นดินไทยเท่าเดิมแต่ขณะเดียวกันแผ่นดินถูกทำลาย ประชากรเพิ่มขึ้น5เท่า ไม่เหลือพื้นที่ให้ลูกหลาน พระเจ้าอยู่หัวทรงสอนทุกอย่างให้คนไทยทั้งหมดแล้ว หนังสือเดินทางฉบับนี้เพียงแต่ให้คนไทยเดินตามรอยศาสตร์พระราชานำมาปฏิบัติ ตอนนี้พ่อดูอยู่ข้างบนว่าลูกๆทำอะไรกันอยู่ พาสปอร์ตฉบับนี้ต้องเริ่มต้นผลักดันให้เด็กและผู้ใหญ่ลงมือทำ รักษาตัวเองและแผ่นดินไทยให้คงอยู่ตลอดชั่วลูกหลานเหลนต่อไปไม่รู้จบเป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืน”

               

ศาสตร์ของพระราชาไม่มีวันล้าสมัย วิชาที่พระองค์ทรงสอนใช้ได้ทุกมุมโลก เป็นศาสตร์ถนอมโลก ถนอมมนุษย์ ตลอด70ปีแห่งศาสตร์พระมหากษัตริย์ ในหลวงรัชกาลที่9ท่านทรงสอนพวกเราไว้ครบเครื่อง วันนี้พระองค์ท่านไม่ประทับอยู่กับเราแล้ว แต่มีแสงสว่างที่ส่องทางเราตลอดเวลา ขอให้เดินตาม หนังสือเดินทางตามรอยพระราชา คือโรดแมปให้ไปศึกษาตามเส้นทางของศาสตร์กษัตริย์ เป็นเครื่องมือเหมือนมีไกด์คอยอธิบายพ่อแม่ลูกได้เรียนรู้พร้อมกัน เข้าใจพร้อมกัน ตรวจสอบ ลงมือปฏิบัติบนฐานความสามัคคี” มีคน1ล้านคนได้เห็นแต่ยังมีคนอีก69ล้านคนไม่ได้เห็น จำเป็นต้องใช้สื่อIT เพียงเข้าแอมป์ก็จะมีภาพและหนังสือให้เห็นทั้งนี้บริษัทไอบีเอ็ม ก็ขออนุโมทนาขอให้ขึ้นสวรรค์แล้วเจอกันนะ ขอให้ทุกคนมีความสุข


ในส่วน "ราชอาณาจักร"...........คสช.ปักธงปฏิรูปตั้งแต่ พฤษภา ๕๗ มัวรุ่มร่ามอยู่กับการออกแบบ ๔ ปีผ่านไป "แกะแบบ" ลงมือเป็นเนื้อ-เป็นหนังได้ส่วนเดียว คือ EEC!

หัวหน้าพรรค 'เพื่อไทย' ตัวจริง
ถอดรหัสเลือกตั้ง "ต้นปี ๖๒"
'ใครหัวหน้า' สำคัญกว่าถูกดูด    
แอมเนสตี้ที่ 'สังคมไม่ต้องการ'
อีกก้าวของ 'นายกฯ เผด็จการ'
คสช.คือกบฏแผ่นดิน?