อาเซียนซัมมิตจ่อลงนามความตกลงการค้า'อาร์เซ็ป'


เพิ่มเพื่อน    

ที่ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่เวียดนามเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผ่านระบบวิดีทัศน์ทางไกลสัปดาห์นี้มีกำหนดลงนามความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรืออาร์เซ็ป ซึ่งจะเป็นความตกลงการค้าขนาดใหญ่ที่สุดในโลกวัดจากจีดีพีและถูกมองว่าเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของจีนในการแผ่อิทธิพลไปทั่วภูมิภาคนี้

นายกรัฐมนตรีเหงียน ซวน ฟุก ของเวียดนาม

    รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน 2563 กล่าวว่า ความตกลงการค้าของ 15 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกฉบับนี้ ถูกเสนอขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2555 และถูกมองว่าเป็นความพยายามภายใต้การนำของจีนเพื่อขันแข่งกับความริเริ่มทางการค้าทีพีพีที่สหรัฐเป็นผู้นำซึ่งเปลี่ยนสภาพไปแล้ว

    นอกจากสมาชิกกลุ่มอาเซียน 10 ประเทศและจีน อีก 4 ประเทศที่เข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) นี้ด้วยยังได้แก่ ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย นักวิเคราะห์กล่าวกันว่า ทันทีที่ผ่านการลงนาม อาร์เซ็ปจะเป็นความตกลงทางการค้าขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อวัดจากผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)

    โมหะเหม็ด อัซมิน อาลี รัฐมนตรีพาณิชย์ของมาเลเซีย กล่าวไว้ก่อนหน้าการประชุมทางไกลที่เวียดนามเป็นเจ้าภาพในฐานะประธานอาเซียนวาระปัจจุบันว่า หลังจากการเจรจาด้วยเลือด หยาดเหงื่อและน้ำตามายาวนาน 8 ปี ในที่สุดก็มาถึงช่วงเวลาที่พวกเราจะประทับรับรองความตกลงอาร์เซ็ปกันในวันอาทิตย์นี้

    นายกรัฐมนตรีเหงียน ซวน ฟุก ของเวียดนาม ก็ยืนยันระหว่างการกล่าวเปิดการประชุมทางออนไลน์เมื่อวันพฤหัสบดีว่า จะมีการลงนามความตกลงอาร์เซ็ปในสัปดาห์นี้

    เดิมที อินเดียก็กำหนดจะร่วมลงนามความตกลงนี้ด้วย แต่ได้ถอนตัวในปีที่แล้ว เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับสินค้าราคาถูกของจีน แต่อินเดียสามารถกลับเข้าร่วมได้หากเปลี่ยนท่าที

    ราจิฟ บิสวาส หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำเอเชียแปซิฟิกของบริษัทให้คำปรึกษาทางธุรกิจระดับโลก ไอเอชเอส มาร์กิต กล่าวว่า ความตกลงอาร์เซ็ป ซึ่งรวมจีดีพีของทุกชาติสมาชิกจะเท่ากับราว 30% ของโลก จะเป็นความก้าวหน้าเชิงบวกครั้งสำคัญสำหรับการเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุนในภูมิภาคนี้ "อาร์เซ็ปจะเป็นเขตการค้าเสรีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อวัดจากจีดีพี" เขากล่าวกับเอเอฟพี

    การลงนามอาร์เซ็ปที่คาดว่าจะมีขึ้นในสัปดาห์นี้ เกิดในช่วงยามที่ชาติอาเซียนกำลังดิ้นรนบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการระบาดของโควิด-19 ซึ่งนักวิเคราะห์กล่าวว่า จะช่วยให้ชาติอาเซียนฟื้นตัวได้เร็วขึ้น เพราะอาร์เซ็ปจะช่วยให้บริษัทต่างๆ เพิ่มความหลากหลายแก่ห่วงโซ่อุปทานของตนและเพิ่มความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจในภูมิภาค

    อาร์เซ็ปยังถูกมองว่าเป็นกลไกสำหรับจีนในการร่างกฎการค้าของเอเชีย-แปซิฟิก หลังจากหลายปีที่ทรัมป์นำสหรัฐถอยห่างจากภูมิภาคนี้ แต่นักวิเคราะห์มองว่า โจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ อาจกลับมาเกี่ยวพันกับภูมิภาคนี้มากขึ้น แบบเดียวกับที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา เคยทำไว้.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"