จอร์เจียนับบัตรใหม่ย้ำ'ไบเดน'ชนะ 'ทรัมป์'ดิ้นลบล้างผลคะแนน


เพิ่มเพื่อน    

ผลการนับคะแนนใหม่ของรัฐจอร์เจียเมื่อวันพฤหัสบดียืนยันว่า "โจ ไบเดน" ชนะประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ในรัฐนี้ด้วยผลต่างคะแนนแค่ 12,000 เศษ ขณะทรัมป์ยังดันทุรังต่อสู้เพื่อเปลี่ยนผลเลือกตั้ง ไบเดนประณามเป็นประธานาธิบดีที่ไร้ความรับผิดชอบมากที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ

    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนกรานปฏิเสธยอมรับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทั้งที่ผลคะแนนโดยรวมทั้งประเทศเขาแพ้ไบเดนมากกว่า 6 ล้านคะแนน ส่วนคะแนนจากคณะผู้เลือกตั้งจากแต่ละรัฐที่จะตัดสินว่าใครคือประธานาธิบดีสหรัฐ ไบเดนได้คณะผู้เลือกตั้ง 306 คน ต่อ 232 คนของทรัมป์ หลังจากไบเดนคว้าชัยชนะใน 5 มลรัฐสมรภูมิที่ทรัมป์เคยเป็นผู้ชนะเมื่อปี 2559

    หนึ่งใน 5 รัฐที่ไบเดนชนะได้คือรัฐจอร์เจีย รัฐทางใต้ที่ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครตไม่เคยชนะมานานเกือบ 3 ทศวรรษ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา รัฐจอร์เจียประกาศผลการตรวจนับบัตรเลือกตั้งใหม่ 5 ล้านใบด้วยมือ ยืนยันว่าไบเดนชนะทรัมป์ด้วยคะแนน 12,284 คะแนน ลดลงเล็กน้อยจากผลคะแนนเดิมที่ไบเดนเคยชนะทรัมป์ได้ราว 14,000 คะแนน

    รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันศุกร์กล่าวว่า แบรด ราฟเฟนส์เปอร์เกอร์ เลขาธิการรัฐจอร์เจียซึ่งเป็นรีพับลิกัน กล่าวในแถลงการณ์ว่า ผลการตรวจนับคะแนนใหม่ทั่วรัฐจอร์เจียครั้งแรกในประวัติศาสตร์ยืนยันเช่นเดิมว่า ระบบการลงคะแนนเลือกตั้งด้วยบัตรกระดาษแบบใหม่ที่ปลอดภัยของรัฐนี้ผ่านการตรวจนับและรายงานผลได้อย่างแม่นยำ

    ความพยายามของทรัมป์ที่แล้วมาเพื่อพลิกผลการเลือกตั้งผ่านการฟ้องร้องต่อศาลและขอให้นับคะแนนใหม่ยังคงไม่ประสบผล และดูเหมือนว่าทรัมป์กำลังเปลี่ยนกลยุทธ์ โดยเปลี่ยนไปขอให้รัฐต่างๆ ลบล้างเจตนารมณ์ของผู้ลงคะแนนเสียงส่วนใหญ่ ด้วยการให้คณะผู้เลือกตั้งลงคะแนนแย้งกับผลการเลือกตั้งของรัฐนั้นเพื่อให้ทรัมป์เป็นฝ่ายชนะ

    มีรายงานว่า ทรัมป์เชิญแกนนำสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาพรรครีพับลิกันในรัฐมิชิแกนมาประชุมร่วมกันที่ทำเนียบขาวในวันศุกร์ ถึงแม้ว่าทีมงานของเขาได้ถอนคดีจากศาลรัฐบาลกลางเพื่อขอให้ศาลขัดขวางการรับรองผลคะแนนของรัฐนี้ ซึ่งไบเดนชนะด้วยผลต่าง 155,000 คะแนน มากกว่าที่ทรัมป์เคยชนะนางฮิลลารี คลินตัน ในปี 2559 เกิน 10 เท่า

    ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหลายคนกล่าวเตือนถึงแนวความคิดที่ประธานาธิบดีที่ยังอยู่ในตำแหน่งพยายามบั่นทอนเจตนารมณ์ของผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง กระนั้นก็ยังมีคำถามว่า ในทางกฎหมายแล้วสภานิติบัญญัติของรัฐสามารถเปลี่ยนตัวคณะผู้เลือกตั้งของรัฐได้หรือไม่

    ไบเดน ซึ่งอายุครบ 78 ปีในวันศุกร์ กล่าวถึงความพยายามของทรัมป์เพื่อพลิกผลคะแนนของรัฐมิชิแกนผ่านคณะผู้เลือกตั้งว่า เป็นอีกเหตุการณ์ที่ทรัมป์จะถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่าเป็นประธานาธิบดีที่ไร้ความรับผิดชอบมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของอเมริกา แต่ตัวเขามั่นใจว่า ทรัมป์รู้ตัวดีว่าไม่สามารถชนะได้ และตัวเขาจะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งในวันที่ 20 มกราคมอย่างแน่นอน.


"รุ้ง" ศิษย์เอก "สามสัส" นี่.....สมที่ "สำนักข่าว BBC" ยกเป็น ๑ ใน ๑๐๐ หญิงผู้ทรงอิทธิพลของโลก"คำเดียว" แท้ๆ ทำให้เธอทรงอิทธิพลคือ ให้ "....." ประธานรัฐสภา!

สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'
ก็มันยาว "ก่อนจะเป็นศพ"
'แค้นอาฆาต' ของคนคด
ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก