ทฤษฎีสมคบคิดวัคซีนอันตราย วิธีป้องกันตัวหากไม่ฉีดวัคซีน


เพิ่มเพื่อน    

 

              ทั่วโลกกำลังตื่นเต้นยินดีกับข่าวความสำเร็จของวัคซีนต้านโควิด-19 หลายตัว งานวิจัยเบื้องต้นบอกว่าได้ผล 70-90%  รัฐบาลหลายประเทศกล่าวว่า จะเริ่มให้วัคซีนในธันวาคมนี้ หรือต้นปีหน้า

                อูร์ ชาฮิน (Ugur Sahin) ซีอีโอ BioNTech ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของไฟเซอร์ (Pfizer)  ประเมินว่าโลกจะกลับสู่ภาวะปกติก่อนสิ้นปีหน้า (2021) เพราะหลายบริษัทกำลังเร่งสร้างโรงงานผลิตวัคซีน ทันทีที่วัคซีนเริ่มแพร่หลายสถานการณ์จะดีขึ้นทันที ซึ่งหมายความว่าสถานการณ์โรคระบาดจะดีขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่วัคซีนรุ่นแรก พร้อมกับสัญญาณบวกอื่นๆ เช่น เศรษฐกิจหลายประเทศเริ่มฟื้นตัวในไตรมาส 3 คาดว่าเศรษฐกิจปีหน้าจะกลับมาโตอีกครั้ง

WHO ข้อมูลวิทยาศาสตร์เชื่อถือไม่ได้ :

                ภาพอีกด้านที่เป็นลบ หลายคนยังคิดว่าวัคซีนไม่ปลอดภัย เชื่อถือไม่ได้ ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศในสมัยทรัมป์กล่าวว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) เป็นองค์กรทางการเมือง ได้รับผลประโยชน์จากจีน (โดนจีนซื้อตัวไปแล้ว)  เป็นเหตุที่รัฐบาลทรัมป์ระงับส่งงบประมาณอุดหนุน ด้านองค์การอนามัยโลกปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

                โดยพื้นฐานแล้วองค์การอนามัยโลกตัดสินโดยอิงหลักฐานงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ คำพูดของ ผอ.องค์การอนามัยโลก แถลงการณ์ต่างๆ เช่น เชื้อโรคโควิด-19 เป็นไวรัสจากธรรมชาติไม่ได้มาจากความเห็นของคนใดคนหนึ่ง แต่มาจากฐานข้อมูลร่วม ข้อสรุปในที่ประชุมของคณะทำงานต่างๆ มีนักวิทยาศาสตร์ องค์กรต่างๆ ทั่วโลกร่วมงานหลายร้อยหลายพันคน แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่เชื่อข้อสรุปเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นข้อสรุปจากในหรือต่างประเทศ ถึงขั้นขู่ปลดแอนโทนี เฟาซี (Anthony Fauci) ผู้เชี่ยวชาญที่มีบทบาทสูงต่อการควบคุมโควิด-19 ของสหรัฐ ประธานาธิบดีอเมริกาคนนี้พูดซ้ำในที่สาธารณะหลายครั้งว่า ขอให้ฟังตนมากกว่าเชื่อข้อมูลวิทยาศาสตร์ เพราะข้อสรุปวิทยาศาสตร์เหล่านั้นตกอยู่ใต้อำนาจการเมืองไปแล้ว

สอดคล้องกับทฤษฎีสมคบคิด :

            ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ คำพูดที่ไม่ให้เชื่อองค์การอนามัยโลก ไม่ให้เชื่อข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์สอดคล้องกับทฤษฎีสมคบคิด (conspiracy theory) พวกทฤษฎีสมคบคิดจะชี้ว่ามนุษย์เป็นผู้สร้างไวรัสหรือตัดต่อไวรัสโรคโควิด-19 ให้รุนแรงเพื่อแผนการชั่วร้าย

                ทฤษฎีสมคบคิดเกี่ยวกับโควิด-19 มีมากมาย ที่เด่นๆ เช่น

            ประการแรก "คิวแอนอน" กับโควิด-19

            ทฤษฎีสมคบคิด "คิวแอนอน" (QAnon) ชี้ว่าไวรัสโรคโควิด-19 ถูกสร้างจากห้องทดลองในจีนเพื่อช่วยพรรคเดโมแครตล้มรัฐบาลทรัมป์

                ในกรอบที่กว้างขึ้น โควิด-19 เป็นแผนลดประชากรโลก  ของชนชั้นปกครองอเมริการ่วมกับสหประชาชาติ ส่วนทรัมป์คือผู้พยายามกอบกู้อเมริกา เจ้าหน้าที่รัฐ สื่อมวลชนจำนวนมากอยู่ใต้อำนาจชนชั้นปกครอง

                บางคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องตลก แต่ข้อมูลจาก HOPE Not Hate ชี้กว่า 20% ของคนที่สนับสนุนทรัมป์คือคนของกลุ่ม QAnon คนอเมริกันหลายล้านคนเชื่อทฤษฎีสมคบคิดนี้

            ประการที่ 2 วัคซีนทำให้มนุษย์กลายพันธุ์

            อีกทฤษฎีชี้ว่า วัคซีนทำให้มนุษย์กลายพันธุ์ วัคซีนจะเปลี่ยน DNA มนุษย์เนื่องจากทำด้วย mRNA ด้านนักวิจัยกล่าวว่า เป็นเรื่องเหลวไหลไม่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์ mRNA ไม่สามารถเปลี่ยน DNA ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่บอกว่าเป็นไปได้ พวกทฤษฎีสมคบคิดมักแต่งเรื่องแปลกๆ

                อีกครั้งที่บางคนเห็นว่าเป็นเรื่องไร้สาระ แต่สำหรับอีกฝ่ายพวกเขาคิดเช่นนั้นจริงๆ คิดว่า ชนชั้นปกครองโลกวางแผนเปลี่ยนแปลง DNA มนุษย์ เพื่อสร้างมนุษย์พันธุ์ใหม่ให้มีพฤติกรรมตามที่พวกเขาต้องการ เป็นเหตุผลว่าทำไมเกิดเชื้อไวรัสโรคโควิด-19 ทำไมจึงแพร่ระบาดหนักทั่วโลก

                ประการที่ 3 ใส่ไมโครชิปควบคุมมนุษย์

                ก่อนหน้าทฤษฎีสมคบคิดเปลี่ยน DNA มีทฤษฎีที่ว่ามนุษย์เป็นผู้สร้างโควิด-19 เป็นแผนการที่วางไว้หลายปีแล้ว บิล เกตส์ (Bill Gates) แห่งไมโครซอฟท์หวังใช้เหตุการณ์นี้ครองโลกด้วยการสร้างวัคซีนที่ใส่ไมโครชิปควบคุมมนุษย์

                ไม่ว่าจะใช้ไมโครชิปหรือเปลี่ยน DNA ทั้งหมดคือแผนควบคุมมนุษย์

                รากฐานความคิดเหล่านี้มาจากการเชื่อว่ามีชนชั้นปกครองโลกที่ครอบงำโลกมานานนับร้อยปีแล้ว (พวกที่เชื่อทฤษฎีสมคบคิดมีหลักฐานย้อนหลังนับร้อยปี) ไวรัสโควิด-19 เป็นเพียงอีกผลงานที่สร้างขึ้น

                พวกที่เชื่อทฤษฎีสมคบคิดมีทั่วโลก ไม่เฉพาะสหรัฐหรือยุโรปเท่านั้น คนที่เชื่อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนรัฐบาลหลายประเทศออกโรงเตือน แต่คำเตือนนี่แหละยิ่งทำให้พวกที่เชื่อยิ่งเชื่อมั่นคงกว่าเดิม คิดว่าเป็นแผนของรัฐบาลทั่วโลกที่ร่วมมือกัน เป็นเหตุผลว่าทำไมหลายประเทศจึงบังคับฉีด (หรือกึ่งบังคับ) ประกาศว่าจะให้ฉีดฟรี องค์การอนามัยโลกตั้งโครงการ Covax กระจายวัคซีนสู่ทุกคนทั่วโลก เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนได้รับวัคซีน

ข้อแนะนำสำหรับผู้ไม่ฉีดวัคซีน :

                ผู้ที่เชื่อข้อมูลวิทยาศาสตร์ เชื่อองค์การอนามัยโลกจะรับวัคซีน ส่วนพวกเชื่อทฤษฎีสมคบคิดมีวิธีปฏิบัติดังนี้

            ประการแรก ห้ามใช้วัคซีนของทุกประเทศ

                บางคนคิดว่าวัคซีนของบางประเทศใช้ได้ เช่นของจีนกับรัสเซียใช้ได้ แต่มีกระแสข้อมูลว่ารัฐบาลจีนกับรัสเซียปัจจุบันถูกสร้างจากกลุ่มอำนาจเก่าที่ครองโลก เป็นไพ่อีกใบที่ทำให้ดูแตกต่าง แต่ความจริงแล้วล้วนอยู่ใต้การชี้นำของชนชั้นปกครองโลก ข้อสรุปตามแนวทางนี้คือไม่ว่าจะเป็นวัคซีนของประเทศใดก็ไม่ควรใช้

                วัคซีนที่ได้รับการรับรองก็ห้ามใช้ เพราะยาหรือเข็มที่ตนได้รับอาจไม่ปลอดภัยจริง ชนชั้นปกครองโลกกับประชากรของพวกเขาจะได้วัคซีนที่ปลอดภัย แต่จะเป็นอันตรายสำหรับคนอื่นๆ เพราะแม้ภายนอกขวดหรือเข็มยาเหมือนกัน แต่ภายในบรรจุสารหรือยาต่างกัน

                ประการที่ 2 อยู่ในภาวะป้องกันโรคระบาดเสมอ

                อันที่จริงแล้วคนที่ได้รับวัคซีนยังเป็นพาหะแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น เป็นที่มาของข้อแนะนำว่าแม้ได้รับวัคซีนแล้วควรใช้ชีวิตแบบป้องกันโรคระบาดต่อไป เช่น ใส่หน้ากากอนามัยเมื่อออกจากบ้าน กินอาหารร้อน ใช้ช้อนกลาง หลีกเลี่ยงการสัมผัสสิ่งต่างๆ  หลีกเลี่ยงกลุ่มคน รักษาระยะห่างกับคนอื่นๆ

                งานวิจัยล่าสุดชี้ว่า โรคระบาดจะหายไปเองถ้าคน 70%  ใส่หน้ากากอนามัยเป็นประจำ จะเห็นว่า โลกยุคโควิด-19 ไม่ว่าจะได้รับวัคซีนหรือไม่ ล้วนแนะนำให้ปฏิบัติตัวเหมือนโรคระบาดยังคงอยู่

                ความจริงคือแม้โลกมีวัคซีน แต่ไวรัสโรคโควิด-19 จะอยู่กับโลกต่อไป สถานการณ์ของแต่ละประเทศจะต่างกันตรงที่ระบาดหรือไม่ระบาด (คนติดโรคน้อยเท่ากับไม่ระบาด) หรือระบาดรุนแรงเพียงใด เช่น ระบาดในพื้นที่เล็กๆ ควบคุมป้องกันกันง่าย ไม่กระทบต่อประเทศ

                ข้อมูลเบื้องต้นพบว่าวัคซีนหลายตัวมีประสิทธิภาพ 70-90% ทางการรัสเซียประกาศปีหน้า (2021) จะผลิตวัคซีนให้ได้ถึง 1,000 ล้านโดส ตั้งราคาวัคซีน Sputnik-V ไม่เกิน 20 ดอลลาร์ต่อ 2 เข็ม ด้าน AstraZeneca ประกาศตั้งราคาขายในยุโรป 2.5 ยูโรต่อเข็ม ด้วยราคาเพียงเท่านี้หากนานาชาติช่วยกันบริจาคซื้อวัคซีนแก่ประเทศยากไร้ คนจนได้รับวัคซีนฟรี โอกาสที่ประชากรโลก 60-70% ได้รับวัคซีนรอบแรกภายในปี 2021-22 มีมาก แต่หากไม่ค่อยร่วมมือช่วยเหลือกัน ระบบสาธารณสุขไม่พร้อม บางประเทศอาจต้องรอไปถึงปี 2023-24 กว่าคนส่วนใหญ่ได้รับวัคซีน

                ในภาพรวมปัญหาจึงไม่อยู่ที่วัคซีนถูกหรือแพง มีประสิทธิภาพแค่ไหนเท่านั้น ยังขึ้นกับปัจจัยอื่นๆ หนึ่งในนั้นคือทฤษฎีสมคบคิดวัคซีนอันตราย.

--------------------------

ภาพ : โควิด-19 ไม่แพร่ผ่านระบบเครือข่ายสัญญาณ 5G

เครดิต : https://www.who.int/images/

--------------------------

คำโปรย :

                โลกกำลังตื่นเต้นยินดีกับข่าวความสำเร็จของวัคซีนต้านโควิด-19 แต่สำหรับพวกที่เชื่อทฤษฎีสมคบคิดนี่คือการรุกคืบอีกขั้นของชนชั้นปกครองโลก

 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"