'ก.อ.' เปลี่ยนตัวประธานสอบวินัย 'เนตร นาคสุข' สั่งไม่ฟ้องคดีบอส


เพิ่มเพื่อน    

นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด

30 พ.ย.63 - ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) เป็นประธานการประชุม ก.อ.ครั้งที่ 12/2563 โดยมีวารพิจารณาความคืบหน้าในการสอบสวนความผิดวินัยชั้นต้น นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด กรณีสั่งไม่ฟ้องคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ขับรถชนตำรวจเสียชีวิตเมื่อปี 2555 ซึ่งในการประชุม ก.อ.ครั้งที่ผ่านมา (11/2563 วันที่ 20 ต.ค.) ที่ประชุมได้ลงมติเป็นเอกฉันท์เลือก นายไพรัช วรปาณิ ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนความผิดวินัยชั้นต้น ต่อมาวันที่ 18 พ.ย. 2563 มีรายงานข่าวว่านายเนตรได้ยื่นคำร้องถึงประธาน ก.อ. ให้นำเรื่องเข้า ก.อ.เพื่อพิจารณาคัดค้านคณะกรรมการการสอบสวนชั้นต้นนั้น

ภายหลังการประชุม นายไพรัช ให้สัมภาษณ์ว่าในการประชุมวันนี้ได้มีการพิจารณาหนังสือคัดค้านกรรมการสอบของนายเนตร ผู้ถูกกล่าวหา แต่ก่อนการประชุมตนได้เข้าพบนายอรรถพล ประธาน ก.อ. เพื่อยื่นหนังสือขอถอนตัวจากการเป็นประธานการสอบสวนดังกล่าว ให้เหตุผลในหนังสือไว้ว่า ในการสอบสวนวินัยชั้นต้นนายเนตรไม่สามารถปฏิบัติงานดำเนินต่อไปได้เท่าที่ควร ตามที่ได้ตั้งแนวทางแห่งธรรมาภิบาลที่ตนยึดถือและได้วางไว้ ทั้งยังเกิดการคัดค้านโต้แย้งในประเด็นต่างๆ ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติงานต่อไปได้ดีเท่าที่ควร จึงเห็นควรหลีกทางให้ผู้อื่นที่มีความรู้ความสามารถมาดำรงตำแหน่งประธานกรรมการสอบสวนวินัยดังกล่าวแทน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อองค์กรอัยการ ตอบโจทย์สังคมได้ชัดเจนยิ่งขึ้นต่อไป

นายไพรัช กล่าวต่อไปว่า แม้ตนไม่ได้เป็นข้าราชการอัยการมาก่อน แต่ก็อยู่ในวงการมานาน ได้รับเลือกเป็น ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิ 4 สมัย ผ่านการร่วมโหวตตำแหน่งอัยการสูงสุดมาแล้ว 6 คน จบกฎหมายเนติบัณฑิตยสภา เมื่อมองว่ากระบวนการมันไปไม่ได้ก็ต้องเปิดโอกาสให้คนอื่นที่อาจจะมีความสามารถทำได้ดีกว่า ซึ่งภายหลังตนได้ยื่นหนังสือ นายอรรถพลได้นำเรื่องดังกล่าวแจ้งในที่ประชุมถึงเรื่องการถอนตัว พร้อมเสนอแต่งตั้งนายประสาน หัตถกรรม ข้าราชการอัยการบำนาญ อดีตรองอัยการสูงสุด ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธานการสอบสวนแทน โดยที่ประชุม ก.อ.มีมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์แต่งตั้งนายประสาน ซึ่งตนมองว่ามีความเหมาะสมทุกด้าน ทั้งประสบการณ์ที่เป็นถึงอดีตรองอัยการสูงสุด

เมื่อถามถึงกรอบระยะเวลาในการส่งผลสอบเบื้องต้น นายไพรัช กล่าวว่า ต้องรอประธานคณะกรรมการคนใหม่ประสานกับเลขาคณะกรรมการเพื่อประชุมอีกครั้ง ส่วนเรื่องที่นายเนตรยื่นคัดค้านกรรมการสอบสวน ในการประชุม ก.อ.วันที่ 29 ธ.ค. นี้ ก็จะมีการพิจารณาสรุปผลว่าคำคัดค้านของนายเนตรสามารถมีน้ำหนักฟังได้หรือไม่

นอกจากนี้ ที่ประชุม ก.อ.ยังมีการพิจารณาวาระอื่น ลงโทษวินัยอัยการโดยมีมติให้ออกข้าราชการอัยการ 1 ราย เนื่องจากสอบสวนแล้วผิดวินัยร้ายแรง และลงโทษวินัยอัยการไม่ร้ายแรงไป 2 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่นายไพรัชจะยื่นถอนตัวได้เคยเชิญนายเนตรมาให้ถ้อยคำ แต่นายเนตรไม่เดินทางมาให้ถ้อยคำพร้อมยื่นหนังสือคัดค้านกรรมการสอบ โดยให้เหตุผลว่าคณะกรรมการสอบสวนมีการเรียกสอบโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบและให้ทำการคัดค้าน รวมถึงประธานกรรมการสอบมีการให้ข่าวกับสื่อมวลชนก่อน จึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

สำหรับกรรมการสอบสวนชั้นต้นนายเนตรชุดใหม่ ประกอบด้วย นายประสาน หัตถกรรม ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธานกรรมการ, นางพิมพร โอวาสิทธิ์ ก.อ. ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นกรรมการ, นายสนทรรศ สิงหพัศ รองอัยการสูงสุด เป็นกรรมการ, นายชัชชม อรรฆภิญญ์ รองอัยการสูงสุด เป็นกรรมการ, นายมั่นเกียรติ ธนวิจิตรพันธ์ ผู้ตรวจการอัยการ เป็นกรรมการและเลขานุการ และนายยุทธพงษ์ อภิรัตน์รังษี รองอธิบดีอัยการสำนักงาน ก.อ. เป็นผู้ช่วยเลขานุการ


หมู่นี้ ขบวนการล้มเจ้า "โจมตีสถาบัน" หนัก ถึงขั้น "ปั้นข่าวเท็จ" เอาดื้อๆ ว่า "พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว" และ "สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี" ทรงพระประชวร เขียนเป็นตุ-เป็นตะ ว่าทรงพระประชวรด้วยพระอาการโรคนั้นๆ ประทับรักษาพระองค์อยู่โรงพยาบาลนั้นๆ เผยแพร่ทางออนไลน์

โปรใหม่ "ล่าสุด" ชวนฉีด
"วาระแห่งชาติ" คืออะไร?
มหาดไทย "สะท้อนไทย"
๒ ยุค ๒ สมัย ใน ๑ ลีลา
เมื่อ "เดือนกันยา" มาเยือน
ประชาธิปัตย์ "เท่" อีกแล้ว