บริษัทผลิตอาวุธของสหรัฐอเมริกาและจีนครองตลาดอาวุธโลกปี 2562 ตามรายงานฉบับล่าสุดของสถาบันวิจัยซิปรีเมื่อวันจันทร์ โดยสองชาติรวมกันยึด 9 อันดับจาก 10 อันดับแรก ขณะบริษัทจากตะวันออกกลางติดใน 25 อันดับเป็นครั้งแรก
สถาบันวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศแห่งสตอกโฮล์ม (ซิปรี) กล่าวในรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม 2563 ว่า อุตสาหกรรมอาวุธของสหรัฐมียอดขายเมื่อปี 2562 ถึง 61% ของยอดขายจากผู้ผลิตอาวุธ "25 อันดับแรก" ทั่วโลก นำห่างจีนซึ่งขายอาวุธคิดเป็น 15.7% ในขณะที่ยอดขายอาวุธรวมของบริษัท 25 อันดับแรกนั้นเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 8.5% มาอยู่ที่ 361 พันล้านดอลลาร์ หรือมากกว่างบประมาณประจำปีของปฏิบัติการรักษาสันติภาพขององค์การสหประชาชาติถึง 50 เท่า
รายงานเผยว่า ใน 10 อันดับแรกของบริษัทที่ทำยอดขายอาวุธมากสุดนั้น มีบริษัทสหรัฐ 6 แห่ง จีน 3 แห่ง และอังกฤษ 1 แห่งคือบีเออี ซิสเต็มส์ ซึ่งอยู่อันดับที่ 7
ลูซี บีโรด์-ซูโดร ผู้อำนวยการโครงการอาวุธและค่าใช้จ่ายทางทหารของซิปรี กล่าวกับเอเอฟพีว่า จีนและสหรัฐเป็นสองประเทศใหญ่สุดในการใช้จ่ายด้านอาวุธทั่วโลก สหรัฐนั้นครองตลาดอาวุธโลกมานานหลายทศวรรษแล้ว แต่สำหรับบริษัทของจีน ซึ่งขายอาวุธมากขึ้นเกือบ 5% ในปีที่แล้ว ยอดขายที่เพิ่มขึ้นนี้สอดคล้องกับการดำเนินการปฏิรูปกองทัพปลดแอกประชาชนจีนให้ทันสมัยขึ้นตั้งแต่ปี 2558
ห้าอันดับแรกของยอดขายปี 2562 เป็นบริษัทของสหรัฐทั้งหมด ได้แก่ ล็อกฮีด มาร์ติน, โบอิ้ง, นอร์ทธรอป กรัมแมน, เรย์เธียน และเจเนอรัล ไดนามิกส์ ส่วนบริษัทของจีน ได้แก่ เอวีไอซี, ซีอีทีซี และนอรินโก อยู่อันดับ 6, 8 และ 9 โดยมีบริษัท แอลทรี แฮร์ริส เทคโนโลยีส์ ของสหรัฐติดอันดับ 10
บีโรด์-ซูโดรชี้ให้เห็นด้วยว่า บริษัทของยุโรปมีความกระจัดกระจาย ซึ่งหากรวมบริษัทจากยุโรปทั้งหมดเข้าด้วยกันนั่นแหละจึงจะเกิดเป็นบริษัทที่มีขนาดเทียบเท่ากับผู้ผลิตอาวุธของจีนและสหรัฐ
กระนั้น บริษัท แอร์บัส ซึ่งเป็นบริษัทยุโรปในอันดับ 13 และบริษัท ธาลีส ของฝรั่งเศสในอันดับ 14 ยังสามารถคุยได้ว่าพวกเขามีลูกค้าจากหลายประเทศมากที่สุด โดยแต่ละบริษัทมีลูกค้าใน 24 ประเทศ มากกว่าบริษัท โบอิ้ง ของสหรัฐ
ปีที่ผ่านมายังเป็นครั้งแรกที่บริษัทจากภูมิภาคตะวันออกกลางติดอยู่ใน 25 อันดับแรก นั่นคือบริษัท เอดจ์ ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งก่อตั้งโดยการรวมตัวกันของบริษัทด้านกลาโหม 25 บริษัทเมื่อปี 2562
ปีเตอร์ วีซแมน นักวิจัยซิปรี กล่าวในรายงานว่า ด้วยอันดับที่ 22 เอดจ์เป็นตัวอย่างอันดีที่อธิบายว่า การผสมผสานระหว่างอุปสงค์ด้านสินค้าและบริการทางทหารอย่างมากภายในประเทศ พร้อมกับความปรารถนาที่จะพึ่งพาซัพพลายเออร์ต่างชาติให้น้อยลง เป็นแรงขับดันให้บริษัทอาวุธต่างๆ ในตะวันออกกลางเติบโตขึ้น
รายงานซิปรียังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า กลุ่มบริษัท ดาโซ ของฝรั่งเศส ขยับพรวดจากอันดับ 38 สู่อันดับ 17 ในปีที่แล้ว ด้วยอานิสงส์จากการส่งออกเครื่องบินขับไล่ราฟาล ในขณะที่บริษัทของรัสเซีย มี 2 แห่งที่ติด 25 อันดับแรก ได้แก่ อัลมาซ-อันเทย์ อันดับ 15 และยูไนเต็ด ชิปบิลดิง อันดับ 25
บีโรด์-ซูโดรกล่าวว่า บริษัทของรัสเซียเคยมีสถานะดีกว่านี้เมื่อหลายปีก่อนเนื่องจากโครงการปรับปรุงกองทัพรัสเซียให้ทันสมัย แต่ธุรกิจอาวุธของรัสเซียชะลอลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการโดนคว่ำบาตรเพราะการผนวกไครเมียปี 2557 และราคาน้ำมันและก๊าซลดลง สะเทือนต่อเศรษฐกิจของรัสเซีย.
|
เมื่อวานคุยเล่น เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |
| เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?" |