เกาหลีใต้ติดเชื้อรายใหม่ทะลุสถิติ2วันติด เล็งยกระดับคุมขั้นสูงสุด


เพิ่มเพื่อน    

จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนารายใหม่ในเกาหลีใต้เมื่อวันอาทิตย์สร้างสถิติใหม่เป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน ที่ 1,030 คน ประธานาธิบดีมุน แจอิน เตือนรัฐบาลอาจยกระดับมาตรการควบคุมถึงขั้นสูงสุด

    รอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีเกาหลีใต้เป็นประธานการประชุมฉุกเฉินเมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม ที่ศูนย์บัญชาการกลางป้องกันภัยพิบัติและความปลอดภัยเป็นครั้งแรกนับแต่เดือนกุมภาพันธ์ โดยเขากล่าวเรียกร้องให้เฝ้าระแวดระวังและดำเนินความพยายามเต็มที่เพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19

    มุนกล่าวว่า หากไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ในตอนนี้ ก็เป็นจุดวิกฤติของการพิจารณาขยายมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมสู่ระดับสาม ซึ่งเป็นระดับการควบคุมที่เข้มงวดที่สุดในระบบ 5 ระดับของเกาหลีใต้

    "หลังเราพิงฝาแล้ว" มุนกล่าว "นี่เป็นช่วงเวลาสำคัญในการทุ่มเทความสามารถในการควบคุมไวรัส และอำนาจบริหารทั้งหมดของเรา เพื่อหยุดยั้งการแพร่กระจายของไวรัสโคโรนา"

    ปัจจุบันเขตกรุงโซลและปริมณฑล ซึ่งมีประชากรราวครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งประเทศ 52 ล้านคน อยู่ภายใต้การควบคุมระดับ 2.5 โดยห้ามการชุมนุมของคนมากกว่า 50 คน และร้านอาหารต้องปิดบริการภายหลัง 21.00 น.

    ช่วงเริ่มแรกนั้น เกาหลีใต้ประสบความสำเร็จในการควบคุมการระบาดของโควิด-19 แต่เวลานี้เกาหลีใต้กำลังเผชิญคลื่นการระบาดลูกที่ 3 โดยวันอาทิตย์มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ถึง 1,030 คน เป็นสถิติใหม่แทนที่สถิติของวันเสาร์ที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 950 คน จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมของเกาหลีใต้ถึงวันอาทิตย์เพิ่มเป็น 42,766 คน เสียชีวิต 580 คน

    สำนักงานควบคุมและป้องกันโรคติดต่อของเกาหลีใต้กล่าวว่า ในกลุ่มผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,002 รายเป็นการติดเชื้อภายในประเทศ

    มาตรการควบคุมระดับ 3 ที่เป็นขั้นสูงสุดนั้นจะเท่ากับการล็อกดาวน์เป็นครั้งแรก โรงเรียนต้องเปลี่ยนเป็นเรียนทางไกล บริษัทจะได้รับอนุญาตให้ดำเนินการได้เฉพาะงานสำนักงานที่จำเป็น และจะห้ามการชุมนุมเกิน 10 คน.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"