คณะผู้เลือกตั้งเลือก'ไบเดน'เป็นประธานาธิบดีสหรัฐอย่างเป็นทางการ


เพิ่มเพื่อน    

คณะผู้เลือกตั้งของสหรัฐลงคะแนนเมื่อวันจันทร์เลือก "โจ ไบเดน" เป็นประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐอย่างเป็นทางการ ด้วยคะแนน 306 ต่อ 232 คะแนน ไบเดนลั่น "ประชาธิปไตยกำชัยชนะ" พร้อมประณามทรัมป์ไม่เคารพเจตจำนงของประชาชน ส่วนทรัมป์ยังคงไม่ยอมรับความพ่ายแพ้เหมือนเดิม

    สหรัฐเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 แต่ระบบที่ซับซ้อนของสหรัฐที่ใช้มานับแต่ทศวรรษ 1780 ผู้สมัครรับเลือกตั้งจะได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐก็ต่อเมื่อได้คะแนนจากคณะผู้เลือกตั้งจาก 50 มลรัฐและกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ที่แบ่งตามสัดส่วนสมาชิกสภาคองเกรส เกินครึ่งหนึ่ง หรืออย่างน้อย 270 คะแนน โดยไม่จำเป็นว่าผู้สมัครคนนั้นจะได้คะแนนมหาชนจากคนอเมริกันทั่วประเทศมากกว่าหรือไม่

    รอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานเมื่อวันอังคารว่า การลงคะแนนของคณะผู้เลือกตั้งเมื่อวันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม ตามเวลาสหรัฐ เป็นการยืนยันชัยชนะอย่างเป็นทางการของโจ ไบเดน ผู้แทนจากพรรคเดโมแครต ที่ได้คะแนนดิบมากกว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกิน 7 ล้านคะแนน การนับคะแนนไล่เรียงไปในแต่ละรัฐ จนถึงรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีคณะผู้เลือกตั้ง 55 คน โดยคะแนนของรัฐนี้ทั้งหมดเป็นของไบเดน ซึ่งทำให้เขามีคะแนนเกิน 270 คะแนนที่ต้องการทันที

    ภายหลังได้รับชัยชนะ ไบเดนกล่าวสุนทรพจน์ในช่วงเวลาไพรม์ไทม์ จากเมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ ว่า ในการต่อสู้เพื่อจิตวิญญาณของอเมริกาครั้งนี้ ประชาธิปไตยได้รับชัยชนะ ตอนนี้ถึงเวลาเริ่มบทใหม่เหมือนที่เคยทำมาตลอดประวัติศาสตร์ของสหรัฐ เพื่อความเป็นเอกภาพ เพื่อรักษา

    ในสุนทรพจน์ความยาว 13 นาที อดีตรองประธานาธิบดีไบเดนกล่าวโจมตีประธานาธิบดีทรัมป์และพันธมิตรของทรัมป์ว่า "ปฏิเสธที่จะเคารพเจตจำนงของประชาชน ปฏิเสธที่จะเคารพหลักนิติธรรม และปฏิเสธที่เคารพรัฐธรรมนูญของเรา"

    ไบเดนกล่าวถึงคดีที่ทรัมป์และพันธมิตรของทรัมป์ยื่นฟ้องหลายสิบคดีเพื่อท้าทายผลการนับคะแนนแต่ไม่เป็นผล รวมถึงคดีในรัฐเทกซัส ที่รีพับลิกันซึ่งทรัมป์ให้ท้าย ร้องขอให้ศาลสูงสุดล้มล้างผลคะแนนในรัฐสมรภูมิ 4 รัฐ แต่ตุลาการศาลสูงสุด ซึ่งรวมถึงตุลาการ 3 คนที่ทรัมป์แต่งตั้ง ปฏิเสธคำร้องนี้ด้วยเสียงเอกฉันท์เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว

    เขายังกล่าวถึงคะแนนจากคณะผู้เลือกตั้งที่เขาชนะทรัมป์ 306 ต่อ 232 คะแนน ด้วยว่าเป็นคะแนนเดียวกับที่ทรัมป์ชนะนางฮิลลารี คลินตัน เมื่อครั้งที่แล้ว ซึ่งทรัมป์กล่าวถึงชัยชนะครั้งนั้นว่าเป็นการชนะอย่างถล่มทลาย พร้อมกับยกย่องผู้มีสิทธิลงคะแนนที่ออกมาใช้สิทธิมากเป็นประวัติการณ์ ทั้งที่มีความหวั่นวิตกเรื่องโควิด-19 และแรงกดดันทางการเมืองอย่างมหาศาล, การคุกคามด้วยวาจาหรือแม้แต่การข่มขู่ใช้ความรุนแรงทางร่างกายต่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง

    ด้านทรัมป์ ซึ่งกล่าวไว้เมื่อเดือนที่แล้วว่า เขาจะออกจากทำเนียบขาวถ้าคณะผู้เลือกตั้งลงคะแนนให้ไบเดนชนะ จนถึงบัดนี้ยังคงไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ ในวันจันทร์ทรัมป์ยังคงย้ำคำกล่าวอ้างที่ไม่มีหลักฐานสนับสนุนเรื่องการโกงเลือกตั้ง

    "รัฐสวิงที่พบการฉ้อโกงคะแนนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมาก ซึ่งเป็นทุกรัฐ ไม่สามารถรับรองคะแนนเหล่านี้อย่างถูกกฎหมายว่าเป็นคะแนนที่สมบูรณ์และถูกต้อง โดยไม่ได้ก่ออาชญากรรมที่มีโทษรุนแรง" ทรัมป์เขียนลงทวิตเตอร์

    ทางสู้เดียวของทรัมป์ที่เหลืออยู่คือการทำให้สภาคองเกรสปฏิเสธผลการเลือกตั้งในการประชุมวันที่ 6 มกราคม แต่แม้กระทั่ง ส.ส.และ ส.ว.รีพับลิกันที่สนับสนุนทรัมป์ก็ยังปฏิเสธความคิดเรื่องการล้มผลเลือกตั้ง.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"