พาณิชย์โชว์ปี60 ปี60ยอดการใช้สิทธิ์นำเข้า-ส่งออกพุ่ง


   

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ โชว์ ปี60ยอดการใช้สิทธิ์นำเข้าเพิ่มเพิ่ม 6.76% ส่งออกเพิ่ม 15.2%  พร้อม
 ดึงเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกกับผู้ประกอบการ นำอัตราภาษีนำเข้าภายใต้ FTA คู้เจรจา 12ประเทศใส่เว็บ เพื่อง่ายกับการตรวจสอบ

8 พ.ค. 61- นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยว่า ในปี 2560 ยอดการใช้สิทธินำเข้า และส่งออกภายใต้ 12 กรอบ FTA เพิ่มขึ้นโดย มีการนำเข้าสินค้าเป็นมูลค่า 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 6.76%  ซึ่งสินค้าที่มีการใช้สิทธิ FTA สูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ เหล็กและเหล็กกล้า เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้าและส่วนประกอบ พลาสติกและของทำด้วยพลาสติก และเป็นการใช้สิทธินำเข้าจากจีนมากที่สุด  รองลงมา ได้แก่ อาเซียน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย ตามลำดับ แต่การนำเข้าด้วยสิทธิประโยชน์ FTA มีสัดส่วนเพียง 51.08% ของมูลค่าการนำเข้าสินค้าที่ได้รับสิทธิ FTA  

ส่วนการใช้สิทธิ FTA เพื่อการส่งออก มีมูลค่าสูงถึง 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 15.2% มีสัดส่วน 71.3%  ของยอดการส่งออกสินค้าที่ได้รับสิทธิ FTA โดยสินค้าสำคัญที่ส่งออกภายใต้สิทธิ เช่น ยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องปรับอากาศ ผลิตภัณฑ์ยางสังเคราะห์ผสมยางธรรมชาติ อัญมณีและเครื่องประดับ อาหารปรุงแต่ง แปรรูป และปิโตรเคมีภัณฑ์ เป็นต้น และประเทสที่ใช้สิทธิ FTA ส่งออกคือกลุ่มประเทศอาเซียนสูงที่สุด ตามด้วย จีน ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และอินเดีย ตามลำดับ

นอกจากนี้กรมได้นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการ โดยสามารถตรวจสอบและเปรียบเทียบอัตราภาษีนำเข้าภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ของไทย และของประเทศคู่เจรจาจำนวน 17 ประเทศ ภายใต้ 12 กรอบความตกลง FTA รวมแล้วกว่า 7 แสนรายการ ได้ที่เว็บไซต์ www.dtn.go.th หรือที่ http://tax.dtn.go.th/ ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนในการส่งออกหรือนำเข้าได้ง่ายขึ้น

“การตรวจสอบอัตราภาษีนำเข้า สามารถค้นหาได้ทั้งอัตราภาษีนำเข้าของประเทศต่างๆ ที่ไทยได้ทำ FTA ด้วย หรือความตกลง FTA ที่มีไทยเป็นสมาชิก และยังสามารถตรวจสอบอัตราภาษีนำเข้าของไทย หรือจะค้นหาเป็นรายความตกลง FTA ก็ได้ ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนในการส่งออกได้ เพราะสามารถรู้อัตราภาษีได้ล่วงหน้า หรือหากต้องการจะนำเข้า ก็จะรู้ว่าอัตราภาษีที่จะต้องเสียคืออัตราเท่าใด”นางอรมนกล่าว


เรียกว่า "พลวัต" ได้หรือเปล่า? หลัง "บิ๊กแดง" ไม่รับประกันเรื่องรัฐประหาร เพราะสาเหตุหลักอยู่ที่การเมืองว่าจะเป็นต้นเหตุจลาจลหรือไม่ ผ่านมาสาม-สี่วัน ตลาดหุ้นไม่ตกใจ! คือ...ปกติ รัฐประหาร กับตลาดหุ้น นี่เขาไม่ถูกชะตากันอยู่

การเมืองสู่ยุค "ตู่ ดิจิทัล"
'ไม่คือไม่ แต่เมื่อพูด...ก็นี่ไง'
ตามรอย '๑๓ หมูป่าท่องโลก'
คำว่า 'สืบทอดอำนาจ' มาอีกแล้ว
'ยุทธศาสตร์ชาติ' ฉบับชาวบ้าน
เงาสะท้อน 'ประเทศ' วันนี้