สหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรปบรรลุข้อตกลงการค้าได้แล้วเมื่อวันพฤหัสบดี เพียง 7 วันก่อนถึงเส้นตายสิ้นปี ที่สหราชอาณาจักรจะออกจากระบบตลาดเดียวของอียูอย่างเป็นทางการ ช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะช็อกทางเศรษฐกิจหลังเบร็กซิตปีหน้า

นายกฯ บอริส จอห์นสัน ยกมือสองข้างชูนิ้วโป้ง ภายหลังรัฐบาลอังกฤษบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหภาพยุโรป (Credit @BorisJohnson/Twitter)
รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม กล่าวว่า ข้อตกลงนี้ ซึ่งใช้เวลาเจรจาต่อรองกันนานเกือบ 10 เดือน จะยังคงรักษาอัตราภาษีศุลกากรเป็นศูนย์และการปลอดโควตาของสหราชอาณาจักรในการเข้าถึงตลาดเดียวของยุโรปที่มีประชากรเกือบ 450 ล้านคนไว้ต่อไป แม้ทั้งสองฝ่ายจะยุติการเป็นหุ้นส่วนยาวนาน 47 ปีกันแล้วก็ตาม
นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ซึ่งลงภาพตนเองยกมือสองข้างชูนิ้วโป้งลงทวิตเตอร์พร้อมคำประกาศว่าบรรลุข้อตกลงแล้ว บอกว่า สหราชอาณาจักรได้กลับมาควบคุมกฎหมายและชะตากรรมของตนเองตามเดิมแล้ว
สหราชอาณาจักรออกจากอียูอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2563 แต่ยังคงใช้กฎข้อบังคับด้านการค้า, การเดินทาง และธุรกิจ ตามเดิมในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านที่จะครบกำหนดวันที่ 31 ธันวาคมนี้
จอห์นสันซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตีฝ่ายสนับสนุนการลงประชามติถอนตัวจากอียูเมื่อปี 2559 เคยกล่าวไว้ว่า เนื่องจากผู้มีสิทธิ 52% ลงมติให้ออกจากอียู เขาจึงไม่ต้องการยอมรับกฎระเบียบของตลาดเดียวแห่งยุโรป หรือสหภาพศุลกากรของอียูอีกต่อไปภายหลังวันที่ 1 มกราคม 2564
ความที่อียูไม่ต้องการให้สิทธิพิเศษอย่างอิสรเสรีแก่เศรษฐกิจอิสรเสรีของอังกฤษภายนอกอียูที่ไม่อยู่ภายใต้กฎของพวกเขา ซึ่งอาจส่งเสริมให้ประเทศอื่นๆ ถอนตัวตาม จึงทำให้การเจรจาต่อรองวกไปวนมา
"มันเป็นหนทางที่ยาวนานและคดเคี้ยว" เออร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าว "แต่เราก็ได้ข้อตกลงที่ดีที่แสดงให้เห็น ในที่สุดเราสามารถทิ้งเบร็กซิตไว้ข้างหลัง แล้วมองไปที่อนาคต ตอนนี้ยุโรปกำลังเดินหน้าต่อไป"
ข้อตกลงความยาว 2,000 หน้า ติดขัดที่ความขัดแย้งเกี่ยวกับสิทธิการทำประมง ที่ทั้งสองฝ่ายต่อรองกันจนถึงนาทีสุดท้าย เกี่ยวกับสิทธิของชาวประมงอียูในการเข้าถึงน่านน้ำของอังกฤษตั้งแต่ต้นปีหน้า
เจ้าหน้าที่อียูรายหนึ่งเผว่า อังกฤษต้องการลดสัดส่วนการทำประมงจากอียูในน่านน้ำอังกฤษที่มีประมาณปีละ 650 ล้านยูโร ลงมากกว่า 1 ใน 3 และลดลงอีกในระยะ 3 ปี แต่อียูยืนกรานไว้ที่ 25% ในระยะอย่างน้อย 6 ปี แต่สุดท้ายแล้ว ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันที่ตัวเลข 25% โดยมีระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปีครึ่ง หลังจากนั้นการเข้าถึงแหล่งทำประมงของอังกฤษจะเป็นการเจรจากันปีต่อปี
หลังจากนี้ ฟอน แอร์ ไลเอิน จะส่งเนื้อหาความตกลงฉบับนี้แก่สมาชิกอียู 27 ชาติ โดยเอกอัครราชทูตของชาติสมาชิกมีกำหนดประชุมกันในวันศุกร์ที่เป็นวันคริสต์มาสทันที และคาดว่าจะใช้เวลา 2-3 วันในการวิเคราะห์ข้อตกลงและตัดสินว่าจะอนุมัติหรือไม่
รัฐสภาของสหราชอาณาจักรก็จะต้องร่นวันหยุดแล้วกลับมาประชุมเพื่อลงมติข้อตกลงฉบับนี้ในวันที่ 30 ธันวาคม และด้วยความที่พรรคฝ่ายค้านสนับสนุน ข้อตกลงฉบับนี้จึงน่าจะผ่านสภาได้โดยง่าย
ถึงกระนั้น เมื่ออังกฤษออกจากระบบตลาดเดียวและสหภาพศุลกากรของอียูแล้ว การค้าข้ามช่องแคบอังกฤษจะต้องเผชิญกับกฎข้อบังคับใหม่ๆ อีกมากมาย และความล่าช้า โดยนักวิเคราะห์หลายคนคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั้งสองฝ่าย.
|
เมื่อวานคุยเล่น เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |
| เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?" |