ก้าวไกลโต้'ทวีศิลป์’อย่าเลี่ยงบาลีช่วยรัฐบาลยันต้องเยียวยาประชาชน


เพิ่มเพื่อน    

 

3 ม.ค. 2564 นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า หลังจากได้ฟัง นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ชี้แจงกรณีไม่ประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์ด้วยเหตุผลว่า ถ้าประกาศแล้วต้องมีการเยียวยาและเป็นภาระของภาษีเงินของทั้งประเทศก็ได้แต่อึ้ง เพราะคิดว่า รัฐบาลคงกำลังเข้าใจอะไรผิด เวลานี้ถึงไม่มีคำว่ามาตรการล็อกดาวน์ก็หลีกเลี่ยงการเยียวยาไม่ได้ เนื่องจากมีผลกระทบเกิดขึ้นแล้วจากคำสั่งปิดสถานที่เต็มไปหมด แม้ว่าคำสั่งดังกล่าวจะบังคับใช้ในบางพื้นที่ตามความเข้มข้นของสถานการณ์ก็ตาม แต่เมื่อมีคำสั่งและการเป็นรัฐบาลก็ปฏิเสธไม่ได้ที่จะต้องคิดถึงมาตรการช่วยเหลือประชาชนออกมาด้วย ไม่ใช่เล่นลิ้นเลี่ยงด้วยวาทกรรมแบบที่กำลังทำอยู่นี้

“เป็นที่น่าสังเกตว่า การระบาดของ โควิด 19 รอบนี้ นอกจากพูดมาตรการทางสาธารณสุขแล้ว รัฐบาลกลับไม่เคยพูดถึงแนวทางเยียวยาเศรษฐกิจเลย ผลที่ตามก็คือทำให้ประชาชนขาดความมั่นใจ เพราะสถานการณ์โควิดที่ผ่านมาทำให้หลายคนรู้สึกว่า ปัญหาปากท้องสำคัญกว่ากลัวติดโควิดเสียอีก ยิ่งไปดูสถิติการฆ่าตัวตายยิ่งพบว่าพุ่งขึ้นสูงที่สุดในรอบ 18 ปี ซึ่งประเมินกันว่าน่าจะมาจากผลกระทบทางเศรษฐกิจ นั่นยิ่งสะท้อนภาพความล้มเหลวของรัฐบาลตลอดปีที่ผ่านมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”

โฆษกพรรคก้าวไกล ยังกล่าวต่อว่า เวลานี้หลายธุรกิจยังไม่ฟื้นตัว แต่ภาครัฐแทบไม่เคยปรับเกณฑ์ให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงวงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำได้ หลายประเทศเมื่อเกิดปัญหาสิ่งที่ต้องรีบทำคือสนับสนุนเงินเข้าภาคธุรกิจเพื่อพยุงการจ้างงานเอาไว้ แต่บ้านเราอย่าว่าแต่พยุงการจ้าง ต่อให้เลิกจ้างทั้งหมดยังเอาธุรกิจไม่รอด และหมายความว่ามันส่งผลกระทบต่อมาตรการทางสาธารณสุขด้วย ซึ่งเริ่มจะเห็นสัญญาณการดื้อแพ่งจากบางกลุ่มธุรกิจที่เขาไม่ไหวแล้วกับมาตรการไร้ความรับผิดชอบแบบนี้ การบริหารสถานการณ์แบบเล่นคำเพื่อหาช่องไม่ต้องช่วยเหลือประชาชน ถือได้ว่านี่เป็นรัฐบาลที่ไร้ความรับผิดชอบมากที่สุดเท่าที่เคยพบมา 

“กู้เงินมาเกือบ 2 ล้านล้านบาท ทราบว่ายังเหลือ ทำไมไม่นำมาใช้สำหรับสถานการณ์แบบนี้ วางกรอบช่วยเหลือที่ชัดเจนลงไปในฐานะที่เป็นรัฐบาลเรื่องนี้ต้องทำได้ ทียึดอำนาจ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็ทำมาหมดแล้ว พอเรื่องช่วยเหลือประชาชนกับทำตัวอิดออด ปัญหาในเวลานี้ไม่ใช่การเล่นลิ้นว่าจะล็อกดาวน์หรือไม่ล็อกดาวน์ สิ่งที่ต้องตอบให้ได้ ตอบให้เสียงดังฟังชัดคือ ท่านจะมีมาตรการช่วยเหลืออย่างไรบ้าง เมื่อมีคำสั่งออกมาแล้วกระทบต่อชีวิตของเขา กระทั่ง เรื่องซอร์ฟโลน พวกเราพูดไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้วทั้งในสภานอกสภาว่า ให้รีบแก้เงื่อนไขวงเงินกู้สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยเพื่อให้เข้าถึงได้เสียที ไม่ใช่ช่วยแต่ลูกหนี้เกรดเอของธนาคารเสร็จแล้วปล่อยรายย่อยตายไปหมด ตอนนี้สำหรับพวกเขาความมั่นใจต่อรัฐบาลคงแทบไม่เหลือแล้ว” 

สำหรับ นพ.ทวีศิลป์ นั้น นายณัฐชา กล่าวว่า คงโทษไม่ได้ เพราะคงต้องออกมาชี้แจงไปตามหน้าที่ แต่คนที่หลบอยู่ข้างหลังที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้เลยก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม คำชี้แจงของคุณหมอทวีศิลป์ครั้งนี้ ได้สะท้อนให้เห็นกันชัดเจนว่า การจะลุ้นให้รัฐบาลนี้แก้ไขปัญหาได้ คงเป็นเรื่องยากเต็มที่ เพราะว่าบรรดาคำที่พูดผ่านคุณหมอทวีศิลป์นั้นล้วนบ่งบอกถึงแก่นรากความคิดอันคร่ำครึของรัฐบาลที่ถูกเปิดเผยออกมาโชว์ตัวอย่างไร้ยางอาย แค่ความคิดพื้นฐานที่ว่าอะไรคือภาษี ควรใช้อย่างไร ใครควรเป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการบริหารภาษี แค่นี้ก็บอกได้แล้วว่าประชาชนไม่อยู่ในความคิดของพวกเขาเลย มีแต่รัฐอำนาจนิยม รัฐที่เอาแต่ใจตัวเองแต่อยู่เหนือความรับผิดชอบทั้งปวง ซึ่งขณะที่คนไทยกำลังเผชิญกับภัยที่ต้องการการเยียวยาอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด รัฐบาลกลับทำเพียงให้หมอคนหนึ่งออกมาพูดเพื่อหาข้ออ้างเพื่อไม่ต้องรับผิดชอบ นี่จึงถือเป็นวิกฤตในวิกฤตอย่างยิ่ง  


มีคำชี้แจงเรื่อง "รื้อวัดทำสถานีรถไฟฟ้า" ดังนี้ ครับ คุณ TAWATCHAI CHONGVUTICHAI ส่งข้อความผ่าน WWW.PLEWSEENGERN.COM ว่า ป๋าเปลวครับ

"รื้อวัดทำสถานีรถไฟฟ้า"
'แอมมี่' คือ 'หนังตัวอย่าง'
'สสร.' หรือจะ 'ขันจอหว่อ'?
'แล้วรัฐบาลจะเอายังไง?'
'ไฟป่า-ไฟเมือง' เรื่องจงใจ
ว่าด้วย 'ดอกประชาธิปไตย'