2564 : นอกจากโควิด ยังมีเรื่องต้องลุ้นอีกมาก


เพิ่มเพื่อน    

    ปีใหม่ 2564 เป็นปีที่มีคำถามมากมายว่าปีนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสิ้นสุดของโควิด เพราะมีวัคซีนหรือจะเป็นเพียงปีที่สองของการระบาดของโคโรนาไวรัส?
    นี่น่าจะเป็นคำถามอันดับหนึ่งของผู้คนทั่วโลกเมื่อย่างเข้าสู่ปีใหม่
    เพราะถ้าโควิดไม่สงบในปีนี้ก็จะเป็นอีกปีหนึ่งที่มีความท้าทายอนาคตของสุขภาพ, เศรษฐกิจและสังคมโลกอย่างรุนแรง
    อีกเพียงสองสัปดาห์เศษๆ สหรัฐจะมีประธานาธิบดีคนใหม่ที่ชื่อโจ ไบเดน
    เขาจะสามารถระงับการระบาดของโควิดได้ดีกว่าโดนัลด์ ทรัมป์ หรือไม่
    ที่แน่ๆ คืองานข้างหน้าไม่ง่ายสำหรับเขาเลย
    เพราะสัปดาห์ก่อนสิ้นปี ไบเดนออกมาบ่นเสียงดังว่าการส่งงานต่อจากทีมของทรัมป์ให้กับทีมของเขามีอุปสรรคมากมายที่ทำให้ไม่มีความราบรื่นเลย
    โดยเฉพาะเรื่องการแจกจ่ายวัคซีนให้กระจายไปทั่วอเมริกาโดยเร็วที่สุด...ก็ยังไม่สามารถทำได้
    ไบเดนจึงส่งเสียงเตือนอย่างน่ากลัวว่า
    “ในสองสามสัปดาห์ที่จะถึงนี้ เราจะเผชิญกับความยากลำบากกว่าที่ผ่านมามาก”
    ตรงกับคำเตือนของผู้ว่าฯ โตเกียวว่า “เรากำลังจะเจอกับการระเบิดของการระบาดของโควิดในระดับที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน”
    ปีนี้มีเรื่องราวมากมายที่ต้องเกาะติด เพราะจะมีผลต่อการเมืองระหว่างประเทศที่จะกระทบประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
    ปีนี้จะครบรอบ 100 ปีของการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน
    เป็นโอกาสที่สี จิ้นผิง จะต้องแสดงความยิ่งใหญ่ของจีนในจังหวะที่สำคัญเช่นนี้
    โดยเฉพาะเมื่อตรงกับปีที่สหรัฐมีผู้นำใหม่ในช่วงเวลาที่ดูเหมือนว่าประเทศทรงอิทธิพลอันดับ 1 ของโลกกำลังเพลี่ยงพล้ำต่อโควิด และจีนสามารถบริหารวิกฤติครั้งนี้ได้ดีกว่า
    ที่สำคัญกว่านั้นคือ สี จิ้นผิง จะฉวยจังหวะนี้กระชับฐานอำนาจการปกครองจีนให้เหนียวแน่นขึ้นอีก โดยอ้างความเป็นแกนนำของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่เป็นเสาหลักของประเทศ
    ที่ผมเกาะติดปีนี้มีอีกหลายเรื่องใหญ่ๆ เช่น
    1.จีนกับอเมริกาจะตกลงเลิกสงครามการค้าได้หรือไม่
    2.ญี่ปุ่นจะสามารถจัดงานโอลิมปิกในปีนี้ได้หรือไม่ หลังจากที่เลื่อนมาจากปีที่ผ่านมาเพราะโควิด
    3.แจ็ก หม่า จะหลุดรอดจากการ “ลงโทษ” โดยรัฐบาล เพราะความระแวงของผู้นำจีนว่าบรรดาเจ้าสัว Big Techs กำลังจะสยายปีกกว้างไกลเกินไป
    4.Ant Group ของอาลีบาบาจะสามารถทำ IPO ที่ถูกทางการจีนระงับเอาไว้ในปีที่ผ่านมาหรือไม่
    5.“รถอัจฉริยะ” หรือ Smart Cars จะแสดงความฉลาดมากขึ้นและจะกลายเป็นวิถีชีวิตปกติของคนทั้งโลกมากขึ้นมากน้อยเพียงใด
    6.รถไฟฟ้าจะแซงหน้าทดแทนรถใช้น้ำมันหรือไม่
    7.Tesla ของอีลอน มัสก์ จะรุกตลาดจีนได้อย่างกว้างขวางมากน้อยเพียงใด
    8.ในแวดวง Startup และการลงทุนระดับภูมิภาคจะมีการลุ้นว่า Grab กับ Gojek จะควบรวมกันกลายเป็นอภิมหาอำนาจธุรกิจยุคใหม่ในปีนี้หรือไม่
    9.หัวเว่ยของจีนผงาดขึ้นมาในระดับโลกต่ออย่างไร...ภายใต้ไบเดน อเมริกาจะปฏิบัติต่อหัวเว่ยและผู้บริหารที่ถูกข้อหาของสหรัฐแตกต่างไปจากยุคของทรัมป์อย่างไร
    10.Bitcoin จะเพิ่มบทบาทคึกคักขึ้นหลังจากที่ราคาพุ่งพรวดพราดทำสถิติใหม่ทุกสัปดาห์ก่อนสิ้นปีหรือไม่
    11.อเมริกาจะกลับมา CPTPP หรือไม่
    12.RCEP จะออกเดินได้เร็วเพียงใดในปีนี้ หลังจากที่ 15 (รวมถึงไทย) ได้ลงนามรับรองให้ก่อตั้งอย่างเป็นทางการแล้ว
    13.สภาพอากาศและมลพิษทางอากาศจะกลายเป็นวิกฤติซ้อนวิกฤติโควิดหรือไม่
    นี่เป็นเพียงบางเรื่องบางราวในระดับโลกที่ผมจับตาเพื่อจะได้วิเคราะห์ความท้าทายสำหรับประเทศไทย ทั้งหมดนี้เป็นเพียงปัจจัยที่พอจะคาดการณ์ได้ 
    แต่ที่ “คิดไม่ถึง” และ “คาดล่วงหน้าไม่ได้” จะมีอะไรบ้าง ไม่มีใครสามารถจะบอกได้เลย
    เหมือนที่โควิด-19 ระเบิดขึ้นมาเมื่อต้นปีก่อน โดยที่ทั้งโลกช็อกและตั้งรับกันอย่างทุลักทุเลอย่างที่เห็นกันวันนี้.


"โควิด" ก็เหอะ จ๋อยเป็นเหมือนกัน! เมื่อเจอ "ฮามาส-ปาเลสไตน์" กับ "อิสราเอล-ยิว" ถล่มใส่กันแหลก

"ควรมีคนเช่นนี้อยู่หรือ?"
โปรใหม่ "ล่าสุด" ชวนฉีด
"วาระแห่งชาติ" คืออะไร?
มหาดไทย "สะท้อนไทย"
๒ ยุค ๒ สมัย ใน ๑ ลีลา
เมื่อ "เดือนกันยา" มาเยือน