9 วันอันตรายของทรัมป์


เพิ่มเพื่อน    

    อีก 9 วันจะถึงพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของโจ ไบเดน และรองประธานาธิบดีกามาลา แฮร์ริส
    โดนัลด์ ทรัมป์ บอกว่าจะไม่ไปร่วมพิธีนี้ แต่รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ บอกว่าจะไป
    กลายเป็น “9 วันอันตราย” ที่ยังไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรที่น่ากลัวเกิดขึ้นหรือไม่
    เพราะมีคนกลัวว่าผู้สนับสนุนทรัมป์อาจจะก่อเหตุจลาจลรอบที่ 2 จากนี้ถึงวันนั้น
    มีคนกลัวว่าทรัมป์จะใช้อำนาจประธานาธิบดีใน 9 วันที่เหลือนี้ทำอะไรที่คาดไม่ถึง
    เพราะเขายังมีอำนาจ “กดปุ่มนิวเคลียร์”
    มีคำขาดจากแกนนำพรรคเดโมแครตว่าถ้าทรัมป์ไม่ลาออกก็จะเดินหน้าขยับกระบวนการ “ไต่สวนเพื่อถอดถอน” หรือ impeachment
    แนนซี่ เพโรซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร กดดันให้รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ใช้อำนาจตามบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมที่ 25 เพื่อปลดทรัมป์ออก
    แต่เรื่องอย่างนี้คงไม่เกิดขึ้น
    เพราะเพนซ์ไม่พร้อมจะหักกับทรัมป์ถึงขนาดนั้น
    เป็นไปได้ไหมที่ทรัมป์จะลาออกก่อนวันที่ 20 มกราคมนี้?
    ไม่มีใครรู้ว่าสภาพจิตของทรัมป์วันต่อวันเป็นอย่างไร
    คนที่รู้สึกว่าตัวเองตกอยู่ในสภาพหลังชนกำแพงอย่างทรัมป์อาจจะทำอะไรที่คาดไม่ถึง และก่อความเสียหายต่อประเทศชาติและทั้งโลกก็ได้
    ทวิตเตอร์ประกาศปิดบัญชีของทรัมป์ถาวร
    เฟซบุ๊กและอินสตาแกรมห้ามทรัมป์ใช้บริการ “ไม่มีกำหนด” ล้วนแล้วแต่เป็นการกดดันทรัมป์ที่หนักหน่วง
    ทรัมป์ขู่ว่าจะไปเปิด platform ของตัวเองเพื่อจะสู้กับบรรดาโซเชียลมีเดียทั้งหลาย
    ทรัมป์อาจจะใช้ผู้ลงคะแนนให้เขากว่า 70 ล้านคน เป็นอำนาจต่อรองกับโจ ไบเดน เพื่อจะรักษาฐานอำนาจทางการเมืองของตัวเองเอาไว้
    ทรัมป์อาจจะทำตัวเป็นผู้นำของ “รัฐซ้อนรัฐ” ขึ้นในอเมริกา
    เป็น “รัฐทรัมป์” ที่เดินหน้าสร้างฐานการเมืองของตัวเอง มีอำนาจต่อรองของกลุ่มตัวเอง
    อเมริกาอาจจะกลายเป็น “หนึ่งประเทศสองระบบ” แบบเดียวกับจีนโดยไม่ได้ตั้งใจก็ได้
    เมื่อวันศุกร์ ทวิตเตอร์ประกาศระงับการใช้งานบัญชี @realDonaldTrump ซึ่งเป็นบัญชีส่วนตัวของทรัมป์เป็นการถาวร โดยให้เหตุผลว่าเพราะต้องการหลีกเลี่ยง “ความเสี่ยงปลุกปั่นความรุนแรงในอนาคต” 
    ก่อนหน้านี้คือวันพุธ โซเชียลมีเดียชื่อดังที่ทรัมป์ใช้อย่างต่อเนื่องมาตลอดได้สั่งระงับการใช้ของทรัมป์เป็นเวลา 12 ชั่วโมง 
    เป็นกรณีที่เกิดขึ้นหลังเกิดเหตุผู้สนับสนุนทรัมป์บุกเข้าอาคารรัฐสภาในจังหวะที่สมาชิกรัฐสภาเตรียมรับรองชัยชนะของว่าที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน 
    ทวิตเตอร์ออกแถลงการณ์ว่า แม้ทวิตเตอร์จะมีหลักการในการดูแลบัญชีของผู้นำประเทศและเจ้าหน้าที่ที่มาจากการเลือกตั้งโดยเฉพาะ เพื่อให้สาธารณชนรับการสื่อสารจากพวกเขาโดยตรง 
    แต่ก็ไม่ได้อยู่เหนือกฎของทวิตเตอร์ 
    และไม่มีใครสามารถใช้ทวิตเตอร์ปลุกปั่นสร้างความรุนแรงหรือทำสิ่งละเมิดกฎหมายได้ 
    ทวิตเตอร์ระบุว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาทรัมป์ได้ทวีตข้อความว่า 
    “ชาวอเมริกันผู้รักชาติที่ยิ่งใหญ่ 75,000,000 คนที่เลือกผม เลือก AMERICA FIRST และเลือก MAKE AMERICA GREAT AGAIN จะมีพลังเสียงอันยิ่งใหญ่ในอนาคต พวกเขาจะไม่ถูกดูหมิ่นหรือถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนก็ตาม!” 
    อีกไม่นานหลังจากนั้นทรัมป์ก็ส่งข้อความทวีตว่า 
    “ถึงทุกคนที่ถาม ผมจะไม่เข้าร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีในวันที่ 20 มกราคม” 
    ทวิตเตอร์บอกว่าเมื่อพิจารณาถึงบริบทของเหตุการณ์ การใช้ภาษาในทวีตข้อความทั้ง 2 ทวีตนี้ถือเป็นการฝ่าฝืนนโยบาย “การเชิดชูการใช้ความรุนแรง” (Glorification of Violence) 
    ทวิตเตอร์ลงรายละเอียดถึงขั้นวิเคราะห์ว่า การที่ทรัมป์บอกว่าจะไม่เข้าร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีเข้าข่ายยืนยันกับผู้สนับสนุนว่า การเลือกตั้งไม่ชอบธรรม 
    และยังถือว่าเป็นการขัดกับทวีตของนายแดน สกาวิโน ผู้ช่วยหัวหน้าคณะทำงานฝ่ายสื่อสาร ที่ยืนยันก่อนหน้านี้ว่า จะมีการ “เปลี่ยนผ่านอำนาจอย่างเรียบร้อย” ในวันที่ 20 มกราคมนี้ 
    ทวิตเตอร์บอกว่า ข้อความทวีตข้อความที่ 2 ของทรัมป์อาจเป็นการเชิญชวนให้ผู้ที่จะใช้ความรุนแรงเห็นว่า พิธีดังกล่าวเป็นเป้าหมายที่ “ปลอดภัย” 
    เพราะทรัมป์บอกอย่างเปิดเผยว่าจะไม่เข้าร่วมงานนี้ 
    ไม่แต่เท่านั้น ทวิตเตอร์ยังตีความว่าการที่ทรัมป์กลับมาใช้คำว่า American Patriots (อเมริกันผู้รักชาติ) อาจจะเป็นการส่งสัญญาณถึงผู้สนับสนุนเขาให้ทำอะไรบางอย่าง
     เพราะทรัมป์ใช้คำนี้ในการปลุกระดมผู้คนก่อนเกิดเหตุบุกอาคารรัฐสภา 
    ทรัมป์บอกด้วยว่าผู้สนับสนุนเขามี “พลังเสียงอันยิ่งใหญ่ในอนาคต” และ “พวกเขาจะไม่ถูกดูหมิ่นหรือถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนก็ตาม!” อาจตีความได้ว่าเขาจะไม่อำนวยความสะดวกให้มีการ ”เปลี่ยนผ่านอำนาจอย่างราบรื่น”
     เริ่มมีข้อความบางข้อความในทวิตเตอร์ที่นัดหมายจะก่อเหตุในวันที่ 17 มกราคมด้วย  
    ทวิตเตอร์บอกในแถลงการณ์ว่า “เราเห็นว่าข้อความทวีตทั้ง 2 นี้อาจจูงใจให้ผู้อื่นลอกเลียนเหตุการณ์ความรุนแรง เมื่อวันที่ 6 มกราคม ค.ศ.2021 ได้ 
    และมีสิ่งบ่งบอกว่ามีการรับทราบและเข้าใจสารของทวีตเหล่านี้ว่า เป็นการสนับสนุนการกระทำเช่นนี้ด้วย” 
    (พรุ่งนี้ : ทรัมป์ยังมีอำนาจกดปุ่มนิวเคลียร์ก่อนถึงวันที่ 20 มกราฯ).


พูดถึง "ธนาธร" ไปสองวัน เว้นบ้างดีมั้ย? บ่อยไปจะเป็นการ "ให้ราคาขยะสังคม" เกินมูลค่าจริงมากไป!

"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ
'ประตูบานที่ ๒ ของธนาธร'
พงศาวสันดานเรื่อง 'อุ้ม'
ขาลง 'สามนิ้ว-สามสัส'
กาสิโนในมุม"ศีลธรรม"
เมืองไทย"มีบ่อน"เอามั้่ย?