ไม่มีทางเลือก... เพนซ์ต้อง ‘หัก’ ทรัมป์?


เพิ่มเพื่อน    

                ขณะผมนั่งเขียนคอลัมน์นี้อยู่ (เช้าวันอังคารที่ 12 มกราคม) เหลืออีก 9 วันก่อนที่โดนัลด์ ทรัมป์ จะต้องย้ายออกจากทำเนียบขาว

                แต่เขาอาจจะไม่ได้เดินออกไปอย่างราบรื่นนัก

                เพราะมีแรงกดดันอย่างแรงจากหลายวงการให้รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ใช้อำนาจตามบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมที่ 25 (the 25th Amendment) ของรัฐธรรมนูญสหรัฐปลดทรัมป์ออกจากตำแหน่งทันที

                ด้วยเหตุผลว่าทรัมป์ไม่สามารถจะบริหารประเทศต่อไปแม้แต่วันเดียว เพราะเป็นแกนนำการก่อจลาจลในตึกรัฐสภา เมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา

                เป็นเงื่อนไขล่าสุดจากแนนซี เพโรซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร และแกนนำของพรรคเดโมแครตในรัฐสภาที่ยื่นให้กับเพนซ์

                คำขาดที่ว่าถ้าเพนซ์ไม่ปลดทรัมป์ตามอำนาจที่มีตามกฎหมาย เธอจะผลักดันให้สภาผู้แทนฯ ลงมติเริ่มกระบวนการไต่สวนเพื่อถอดถอนทรัมป์ หรือ impeachment

                ภาระหนักตกอยู่กับเพนซ์ ซึ่งไม่เคยคิดว่าในชีวิตของการเป็นรองประธานาธิบดีนั้นจะต้องเจอกับการตัดสินใจที่ยากเย็นอย่างนี้

                เพราะแต่ไหนแต่ไรก็เชื่อกันว่าตำแหน่งรองประธานาธิบดีไม่มีน้ำยาอะไร เป็นแค่ไม้ประดับเท่านั้น อยู่ที่ว่าประธานาธิบดีจะมอบหมายอะไรให้ทำหรือไม่

                ทรัมป์ปฏิบัติต่อเพนซ์เหมือนลูกน้องผู้ซื่อสัตย์

                แต่เมื่อเพนซ์เจอกับวิกฤติจริงๆ เมื่อผู้สนับสนุนทรัมป์บุกเข้าตึกรัฐสภา เมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา เขาก็ไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องฉีกตัวเองออกจากทรัมป์

                เพนซ์ถูกทรัมป์กดดันให้ไม่ยอมรับการนับคะแนนในสภาวันนั้น โดยอ้างว่ามีการโกงกันมหาศาล

                เพนซ์ไม่พูดอะไรจนถึงวันจริง เพราะเขารู้ว่าในฐานะรองประธานาธิบดีที่นั่งเป็นประธานในที่ประชุมของวุฒิสภาวันนั้น เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะบอกปัดการนับคะแนน Electoral College ของรัฐต่างๆ ที่ได้รับการรับรองมาเป็นขั้นเป็นตอนแล้ว

                เพนซ์ตัดสินใจ “หัก” กับทรัมป์เมื่อเกิดความรุนแรงในรัฐสภา โดยฝีมือการปลุกปั่นของทรัมป์

                เมื่อเกิดเหตุวุ่นวาย เพนซ์กับภรรยาถูกหน่วยรักษาความปลอดภัยพาลงไปซ่อนตัวในห้องใต้ดินของตึกรัฐสภา

                ทรัมป์ไม่เคยติดต่อมาสอบถามความปลอดภัยของเพนซ์เลยตลอดช่วงวิกฤตินั้น

                ไม่แต่เท่านั้น ผู้บุกเข้าไปในรัฐสภาบางคนยังตะโกน “Hang Pence! Hang Pence!” หรือ “แขวนคอเพนซ์!” เพราะไม่พอใจที่เพนช์ไม่ทำตามที่ทรัมป์ต้องการ

                หลังเหตุการณ์ ที่ประชุมร่วมของรัฐสภากลับมาเดินหน้ารับรองคะแนนต่อ เพนซ์ทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญโดยประกาศรับรองให้โจ ไบเดน เป็นประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการตามคะแนนของคณะผู้เลือกตั้งจากรัฐต่างๆ ทั่วประเทศ

                วันนี้เพนซ์ตกที่นั่งลำบาก เพราะด้านหนึ่งก็ไม่ต้องการจะ “หัก” ทรัมป์ เพราะคบหากันมายาวนาน

                และหากเพนซ์ต้องการจะเล่นการเมืองต่อไป เขาอาจต้องอาศัยฐานเสียงของทรัมป์ก็ได้

                แต่ดูเหมือนเพนซ์จะไม่มีทางเลือกเมื่อทรัมป์ได้กลายเป็นเป้าของความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่จะต้องปลดเขาออกจากตำแหน่งทันที

                และเพนซ์กลายเป็นหนึ่งในตัวละครสำคัญที่จะทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญที่จะแก้วิกฤติการเมืองครั้งใหญ่ครั้งนี้

                เพนซ์มีอำนาจปลดทรัมป์จากตำแหน่งประธานาธิบดีฐานที่ “ไม่สามารถทำหน้าที่ประธานาธิบดี...ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด” โดยมีคณะรัฐมนตรีเกินครึ่งเห็นพ้อง

                ทรัมป์มีสิทธิ์อุทธรณ์ไปยังสภา ซึ่งต้องลงมติด้วยเสียง 2 ใน 3 เพื่อยืนยันอำนาจของรองประธานาธิบดี

                ทางออกอีกทางหนึ่งคือ ทรัมป์อาจจะเจรจากับเพนซ์ว่าทรัมป์ลาออกเพื่อให้เพนซ์ขึ้นมารักษาการตำแหน่งประธานาธิบดี

                แต่ทรัมป์อาจมีเงื่อนไขว่าถ้าเขายอมลาออก เพนซ์จะต้องประกาศนิรโทษกรรมเขาล่วงหน้า

                เพนซ์จะเลือกทางออกไหนเป็นประเด็นร้อนแรงขณะนี้

                ที่เขาทำไม่ได้คือตัดสินใจไม่ทำอะไรจนถึงวันที่ 20 มกราคม ซึ่งเป็นวันที่โจ ไบเดน สาบานตนเข้ารับตำแหน่ง และทรัมป์ต้องเก็บกระเป๋าย้ายออกจากทำเนียบขาว

                ทรัมป์ประกาศแล้วว่าเขาจะไม่ไปร่วมงานนี้

                เพนซ์บอกว่าเขาจะไปร่วมงานนี้

                ถ้าเพนซ์ไม่ทำอะไรก่อนวันนั้น (เหลือเพียง 9 วัน) และหากผู้สนับสนุนทรัมป์ก่อเหตุจลาจลรอบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นก่อนหรือ ณ วันที่ 20 มกราคม เขาจะถูกตราหน้าว่า “ละเว้นปฏิบัติหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ของประเทศ”

                สำหรับเพนซ์ นี่คือวิกฤติระดับชาติที่กลายเป็นวิกฤติส่วนตัวที่หนักหน่วงที่สุดในชีวิตแน่นอน.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"