ขสมก.เข้มมาตรการเว้นระยะให้ยืนห่างกันบนรถเมล์30 ซม.


เพิ่มเพื่อน    

 

12ม.ค.64-นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล  ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ได้ทวีความรุนเเรงเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ ทำให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนส่วนใหญ่ มีนโยบายให้พนักงานทำงานอยู่ที่บ้าน (Work From Home) และสถานศึกษาหลายแห่ง ได้มีการหยุดการเรียนการสอน ส่งผลให้ผู้ใช้บริการรถโดยสารของ ขสมก. มีจำนวนลดลงประมาณ 40 %  

อย่างไรก็ตาม ขสมก.ได้บริหารจัดการเดินรถ  โดยมีการปรับเปลี่ยนจำนวนรถออกวิ่ง ให้มีความสอดคล้องกับจำนวนผู้ใช้บริการในปัจจุบันของแต่ละเส้นทาง  ในส่วนของมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดฯ ขสมก.ได้มีการปฏิบัติตามมาตรการ ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด อย่างเคร่งครัด  อาทิ การตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของพนักงานประจำรถ  การฉีดพ่นผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ 70 % ภายในรถโดยสาร ก่อนนำรถออกวิ่งให้บริการประชาชน เป็นต้น  รวมทั้งขอความร่วมมือผู้ใช้บริการ สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา
ขณะใช้บริการ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน  

ซึ่งขณะนี้ ขสมก.ได้มีการเพิ่มมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) บนรถโดยสารประจำทาง โดยขอความร่วมมือผู้ใช้บริการนั่งบนเบาะที่กำหนด และยืนเว้นระยะห่างกันอย่างน้อย 30 เซนติเมตร  ซึ่งมาตรการดังกล่าว แบ่งออกได้เป็น 3 ด้าน ดังนี้ สำหรับด้านพนักงานประจำรถ 
    
1. ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของพนักงานขับรถ และพนักงานเก็บค่าโดยสารทุกครั้ง ก่อนขึ้นปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสาร  หากตรวจพบว่าพนักงานมีอุณหภูมิสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส จะไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่ โดยให้รีบไปพบแพทย์ทันที
    
2. กำชับพนักงานขับรถและพนักงานเก็บค่าโดยสาร สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง ขณะปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสาร
    
3. ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือผู้ใช้บริการ รอใช้บริการรถโดยสารคันถัดไป  กรณีมีผู้ใช้บริการบนรถมากพอสมควร  

ด้านรถโดยสารประจำทาง     
    1. เพิ่มความถี่ในการล้างทำความสะอาดระบบปรับอากาศ และการทำความสะอาดผ้าม่าน 
    2. ใช้ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ 70% ฉีดพ่นทำความสะอาดภายในรถโดยสาร และใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว  เช็ดทำความสะอาดอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ผู้ใช้บริการต้องสัมผัส เช่น เบาะที่นั่ง ราวจับ กริ่งสัญญาณ เป็นต้น  พร้อมทั้งติดตั้งขวดเจลแอลกอฮอล์ สำหรับให้ผู้ใช้บริการล้างมือ บริเวณประตูทางขึ้น
    3. กำหนดจุดนั่ง (เบาะที่ไม่มีเครื่องหมายกากบาท)  และจุดยืนภายในรถโดยสาร
    4. ติดตั้ง QR Code แอปพลิเคชัน “ไทยชนะ” บริเวณหลังเบาะที่นั่ง และบริเวณผนังด้านข้าง ภายในรถโดยสาร สำหรับให้ผู้ใช้บริการสแกนผ่านโทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟน เพื่อเก็บข้อมูลการเดินทาง กรณีตรวจพบผู้ติดเชื้อใช้บริการรถโดยสารคันเดียว และเวลาเดียวกันกับผู้ใช้บริการ จะมีการแจ้งเตือน ผ่านระบบ SMS ว่าผู้ใช้บริการ มีความเสี่ยงให้รีบไปพบแพทย์
    5. ติดตั้ง QR Code แอปพลิเคชัน “หมอชนะ” บริเวณผนังด้านข้างภายในรถโดยสาร  เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการ ในการใช้โทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟน ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันดังกล่าว 

    ด้านผู้ใช้บริการ
    1. ผู้ใช้บริการจะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ขณะใช้บริการรถโดยสาร
    2. ล้างทำความสะอาดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ ที่ติดตั้งบริเวณประตูทางขึ้น
    3. เพื่อประโยชน์ของผู้ใช้บริการ ควรสแกน QR Code แอปพลิเคชัน “ไทยชนะ” บนรถโดยสาร เพื่อเช็คอินเมื่อขึ้นรถ และเช็คเอาท์ก่อนลงจากรถ สำหรับผู้ถือบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ของ ขสมก.ทุกประเภท ควรลงทะเบียนบัตรที่ www.bmta.co.th เพื่อให้บัตรดังกล่าว สามารถเช็คอิน - เช็คเอาท์โดยอัตโนมัติ เมื่อนำบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ มาแตะที่เครื่อง EDC เพื่อชำระค่าโดยสาร
    4. เพื่อประโยชน์ของผู้ใช้บริการ ควรดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “หมอชนะ” เพื่อตอบแบบสอบถามประเมินความเสี่ยงการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19)
    5. ควรนั่งบนเบาะที่กำหนด (เบาะที่ไม่มีเครื่องหมายกากบาท)  และยืนบนจุดที่กำหนด หรือยืนห่างกันอย่างน้อย 30 เซนติเมตร  กรณีมีผู้ใช้บริการบนรถมากพอสมควร  ควรรอใช้บริการรถโดยสารคันถัดไป
    6. ผู้ใช้บริการจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงานเก็บค่าโดยสาร นายตรวจ และเจ้าหน้าที่สายตรวจพิเศษอย่างเคร่งครัด 
    7. ขอความร่วมมือผู้ใช้บริการ ชำระค่าโดยสารแบบไร้เงินสด ผ่านบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภทของ ขสมก. บัตรเดบิต-เครดิตที่มีสัญลักษณ์คอนแทคเลส  บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ  และโมบายแบงก์กิ้ง เพื่อลดการสัมผัสธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ ที่อาจเป็นสื่อกลางในการแพร่เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19)


ศาลไม่อนุญาตให้ประกันแอมมี่ เลยอดเห็นหน้า.... "ส.ส.พรรคก้าวไกล" เอาตำแหน่งมาประกันคนจุดไฟเผาพระบรมฉายาลักษณ์ เสียดายจัง!

'สสร.' หรือจะ 'ขันจอหว่อ'?
'แล้วรัฐบาลจะเอายังไง?'
'ไฟป่า-ไฟเมือง' เรื่องจงใจ
ว่าด้วย 'ดอกประชาธิปไตย'
มีค่า"ต่อเมื่อ"ขื่อคาถึง
เมื่อ 'ความยุติธรรม' สถิต