จริงหรือที่ทรัมป์ฝาก จดหมายน้อย ‘น่ารัก’ ให้ไบเดน?


เพิ่มเพื่อน    

       ข้อความนี้ขอยืนยันว่าเป็น Fake News นะครับ

            “โจ คุณรู้นะว่าผมเป็นผู้ชนะ...โดนัลด์ ทรัมป์”

            ถ้าจริงก็เป็นเรื่องตลกร้ายเลยนะครับ

            แต่ผมคิดว่านี่น่าจะเป็นเรื่องล้อเลียนแบบขำขันของคนที่คาดเดาความคิดของโดนัลด์ ทรัมป์...ว่าถ้าจะทิ้งจดหมายน้อยให้โจ ไบเดน บนโต๊ะที่ทำงานประธานาธิบดีในทำเนียบขาว ข้อความจะเป็นอย่างไร

            จดหมายจริงๆ ฉบับนั้นมีเนื้อหาอย่างไรยังไม่มีใครรู้

            วันที่ไบเดนนั่งลงที่โต๊ะตัวนั้นเมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา เขาบอกว่าทรัมป์ได้ทิ้งจดหมายเอาไว้ให้เขา

            “เนื้อหาค่อนข้างจะมีน้ำใจ (generous) แต่ผมยังไม่เปิดเผยเพราะเป็นเรื่องส่วนตัว ผมต้องคุยกับเขาก่อน...”

            ก็ยิ่งทำให้ผู้คนอยากรู้ว่าทรัมป์เขียนอะไรไว้ในโน้ตถึงไบเดน

            น้อยคนจะเชื่อว่าทรัมป์จะทิ้งจดหมายที่แสดงความเป็นมิตรกับไบเดน

            เพราะแม้แต่จะไปร่วมพิธีสาบานตนของไบเดนตามมารยาทอันควรก็ยังไม่ทำเลย

            จะเขียนข้อความที่ทำให้ไบเดนบอกว่า “น่ารัก” หรือ “ใจกว้าง” ได้อย่างไร

            แต่ไม่ต้องเป็นห่วง ผมเชื่อว่านักข่าวอเมริกันจะต้องเจาะข่าวนี้ออกมาจนได้

            เพราะนี่คือหนึ่งใน “มรดกบาป” ที่ทรัมป์ทิ้งเอาไว้

            แม้แต่หัวหน้าฝ่ายสนับสนุนของไบเดนที่ชื่อ Ron Klain ยังบอกซีเอ็นเอ็นเลยว่าทรัมป์ทิ้ง “ของเละๆ กองใหญ่” (a huge mess) เอาไว้ให้กับทีมของไบเดน

            ถ้าทรัมป์ทิ้งจดหมายน้อยเอาไว้ให้ไบเดนจริงก็ถือว่าเป็นการปฏิบัติตามธรรมเนียมที่สืบทอดกันมานานหลายสิบปี

            ธรรมเนียมนั้นคือ การที่ประธานาธิบดีที่กำลังจะหมดหน้าที่ เขียนกระดาษโน้ตหนึ่งแผ่นไว้ในห้องทำงานของทำเนียบขาวให้แก่ผู้ที่สืบทอดตำแหน่งต่อจากตน

            อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ 4 คนก่อนหน้านี้ต่างก็ได้ปฏิบัติเช่นนั้นมาตลอด 30 ปี

            ส่วนใหญ่เป็นการอวยพรการทำงานในช่วงสี่ปีข้างหน้า และส่งต่อภารกิจให้ผู้สืบทอดตำแหน่งคนต่อไปเริ่มสานต่องานได้ทันที

            ดังนั้น จึงค่อนข้างเป็นเรื่องแปลกที่ไบเดนบอกว่าจดหมายน้อยที่ทรัมป์วางไว้บนโต๊ะเพื่อต้อนรับตนมารับช่วงต่อนั้นมีเนื้อหาไปทาง “ใจกว้าง”

            ต้องคอยดูของจริงกันต่อไป

            แต่ที่แน่ๆ คือ นโยบายหลายเรื่องที่ทรัมป์ทิ้งเอาไว้ให้ไบเดนนั้นล้วนแล้วแต่สร้างปัญหามากมาย...ต้องสั่งแก้ไขและยกเลิกทันทีในวันแรกที่เข้ารับตำแหน่งกันเลย

            ไบเดนลงนามใน 15 คำสั่ง (บวกอีก 10 คำสั่งเฉพาะเรื่องจัดการกับโควิด) เพื่อสั่ง U-Turn คำสั่งของทรัมป์ทันที เพราะหากไม่เปลี่ยนแปลงจะสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติมาก

            ไบเดนจึงใช้ “คำสั่งฝ่ายบริหาร” (executive order) ที่ไม่ต้องขอความเห็นชอบจากสภาคองเกรสก่อนเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเหล่านี้

            อันดับต้นๆ ของคำสั่งฝ่ายบริหารของไบเดนคือ มาตรการเร่งด่วนแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งคร่าชีวิตชาวอเมริกันไปแล้วกว่า 4 แสนคน

            สั่งยับยั้งกระบวนการถอนตัวของสหรัฐฯ ออกจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และรวมศูนย์การบริหารงานระดับชาติ เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างเป็นระบบ

            ไบเดนสั่งให้ประสานงานแจกจ่ายอุปกรณ์ป้องกันเชื้อกับชุดตรวจหาเชื้อให้ทั่วถึง

            เร่งฉีดวัคซีนแก่ประชากร 100 ล้านคน โดยให้ได้รับวัคซีนโดสแรกเป็นอย่างน้อยภายใน 100 วันแรก

            นอกจากนั้นจะมีการรณรงค์ "สวมหน้ากาก 100 วัน"

            เชิญชวนให้พลเมืองอเมริกันสวมหน้ากากอนามัยโดยถ้วนหน้ากัน

            ที่สำคัญคือ ออกกฎให้ต้องสวมหน้ากากและเว้นระยะห่างทางสังคมในอาคารที่ทำการของรัฐทุกแห่งที่อยู่ในอำนาจบริหารของรัฐบาลกลาง

            นอกจากนี้ยังมีคำสั่งให้ออกมาตรการช่วยเหลือทางเศรษฐกิจอย่างเร่งร้อน

            นั่นคือ การผลักดันงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

            และให้หน่วยงานของรัฐผ่อนผันขยายกำหนดเวลาใช้คำสั่งขับไล่ผู้เช่าหรือยึดทรัพย์หลุดจำนองออกไปอีก

            รวมทั้งพักชำระหนี้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา

            ที่ลงนามในวันแรกเช่นกันคือการให้สหรัฐฯ กลับเข้าไปร่วมข้อตกลงช่วยแก้ปัญหาโลกร้อนที่เรียกว่า Paris Agreement

            และลงนามในคำสั่งให้ทบทวนปรับเปลี่ยนมาตรฐานการปล่อยคาร์บอนของรัฐบาลชุดที่แล้ว

            รวมทั้งยกเลิกโครงการท่อส่งน้ำมัน Keystone XL ที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม

            อีกคำสั่งหนึ่งคือ การยกเลิกคำสั่งห้ามพลเมืองจากประเทศที่เป็นมุสลิมเดินทางเข้าสหรัฐฯ

            และไม่ลืมสั่งยุติการสร้างกำแพงกั้นแนวพรมแดนที่ติดกับเม็กซิโก

            จัดการกับปัญหาความไม่เท่าเทียมจากเหตุกีดกันแบ่งแยกเชื้อชาติอย่างถอนรากถอนโคน

            ปกป้องสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBT)

            ฟื้นฟูความเชื่อมั่นในหมู่ชาติพันธมิตรเก่าแก่ของสหรัฐฯ ให้กลับคืนมาอีกครั้ง

            จึงไม่น่าเชื่อว่าทรัมป์จะทิ้งจดหมายน้อยที่ “น่ารัก” ให้กับไบเดน

            หรือทรัมป์มีบุคลิกน่ารักทับซ้อนบุคลิกน่าเกลียดอยู่ทุกขุมขน?.

 


เห็นข่าว รฟม. "รื้อวัด" ทำสถานีรถไฟฟ้าแล้วตกใจ! วันนี้ ขอคุยหน่อย วัดที่ว่านี้คือ "วัดเอี่ยมวรนุช" ตรงสี่แยกบางขุนพรหม พื้นที่วัดมีซัก ๒ ไร่ ถึงหรือเปล่าก็ไม่รู้?

'แอมมี่' คือ 'หนังตัวอย่าง'
'สสร.' หรือจะ 'ขันจอหว่อ'?
'แล้วรัฐบาลจะเอายังไง?'
'ไฟป่า-ไฟเมือง' เรื่องจงใจ
ว่าด้วย 'ดอกประชาธิปไตย'
มีค่า"ต่อเมื่อ"ขื่อคาถึง