"ปฎิรูปอาชีวะ-อุดมศึกษา"พลิกมิติตอบโจทย์


   

นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวว่า ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องการให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มุ่งเน้นการปฏิรูปอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา เพื่อผลิตกำลังคนในกลุ่มเหล่านี้ให้ตอบโจทย์กับการพัฒนาประเทศในอนาคตนั้น เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมการนำนโยบายสู่การปฏิบัติขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา ที่ประชุมได้หารือถึงเรื่องดังกล่าว ในส่วนของการปฏิรูปอาชีวศึกษาที่ประชุมมีข้อสรุปว่า จะมีการคัดเลือกวิทยาลัยอาชีวศึกษานำร่อง ที่มีความพร้อมด้านครูและบุคลากร และสื่อการเรียนการสอน จำนวน 24 แห่ง ใน 7 กลุ่มสาขาวิชา

ได้แก่ ระบบขนส่งทางราง ช่างอากาศยาน แมคคาทรอนิกส์ หุ่นยนต์อุตสาหกรรม เทคนิคพลังงาน เทคโนโลยีและการท่องเที่ยว และโลจิสติก ซึ่งกลุ่มที่คัดเลือกมานั้นถือว่าตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ โดยจะมาผลักดันและยกระดับขีดความสามารถของผู้เรียนอาชีวะให้ตรงกับเป้าหมายให้มีทักษะสูงขึ้น รวมถึงปั้นให้เด็กที่เรียนสายอาชีพเหล่านี้เป็นช่างอาชีวะที่มีความคิดแบบวิศวกรให้ได้ เช่น สร้างกรอบหลักสูตรเชิงลึกด้านทักษะฝีมือช่างว่าเรียนระดับนี้จะเทียบเท่ากับการเรียนปริญญาโทหรือเอก โดยที่เด็กไม่ต้องมานั่งเรียนต่อในระดับที่สูงอีก เป็นต้น ซึ่งหากทำได้เราจะส่งเรื่องไปที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เพื่อการันตีเงินเดือนที่สูงให้ด้วย

สำหรับการปฏิรูปอุดมศึกษานั้นที่ประชุมเห็นว่ามหาวิทยาลัยทุกแห่งควรปรับตัวให้เกิดทิศทางตามความต้องการของประเทศเช่นกัน  โดยเฉพาะการเปิดหลักสูตรที่เน้นการบูรณการ ซึ่งที่สำคัญมหาวิทยาลัยจะต้องสร้างทักษะบางอย่างที่เป็นภาคบังคับ เช่น ทักษะภาษาอังกฤษ ทักษะด้านดิจิทัล เป็นต้น เพราะทักษะเหล่านี้คือคุณลักษณะอันพึงประสงค์  ที่ต้องอยู่ในตัวเด็กทุกคนและโลกในอนาคต  ซึ่งตนจะทำเป็นนโยบายอย่างจริงจังด้วยการสร้างหลักเกณฑ์ทักษะภาคบังคับให้แก่นักศึกษา  เหมือนที่ตนได้เคยทำไว้ที่มหาวิทยาลัยมหิดล คือ นักศึกษาจะต้องสอบผ่านวิชาภาษาอังกฤษทั้งหมด ไม่เช่นนั้นจะไม่ได้รับใบปริญญาบัตร นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้ที่จบในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง (ปวส.) ได้นำประสบการณ์ความรู้จากการทำงานมาเทียบโอนกับหน่วยกิตของมหาวิทยาลัย

นอกจากนี้จะให้มหาวิทยาลัยสร้างหลักสูตรแบบบูรณาการมากขึ้น โดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จะไปวางแนวทางหลักสูตรของแต่ละคณะในมหาวิทยาลัย และต้องเกิดขึ้นภายในเดือนสิงหาคม ปีการศึกษา 2561 ให้ได้ด้วย ซึ่งการบูรณาการหลักสูตรของแต่ละมหาวิทยาลัยจะโยงเข้าสู่ระบบการรับสมัครคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา (TCAS) รอบที่ 5 ในเดือนมิ.ย.ศกนี้ ดังนั้นมหาวิทยาลัยจึงต้องดำเนินการบูรณาการหลักสูตรให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน  เพื่อที่จะประกาศให้เด็กและผู้ปกครองรับทราบว่าเรามีหลักสูตรสายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้นแล้ว.


ทีม "หมูป่า".............ถึงไม่ใช่ทีมแข่ง "บอลโลก" ที่รัสเซียแต่นาทีนี้ ต้องบอกว่า เป็น "ทีมฟุตบอลเยาวชน" ที่คนไทยทั้งประเทศ หรือคนทั้งโลก ลุ้นด้วยใจระทึกที่สุด

'ปฏิรูปวัดก่อนปฏิรูปเมือง'
หัวหน้าพรรค 'เพื่อไทย' ตัวจริง
ถอดรหัสเลือกตั้ง "ต้นปี ๖๒"
'ใครหัวหน้า' สำคัญกว่าถูกดูด    
แอมเนสตี้ที่ 'สังคมไม่ต้องการ'
อีกก้าวของ 'นายกฯ เผด็จการ'