สุขภาพดีคือของขวัญที่ดีที่สุดของครอบครัว


เพิ่มเพื่อน    

วาเลนไทน์ปีนี้ สสส.-ยุวทัศน์ฯ จัดงาน fb live รักต้องพูด “Love Me Love My Talk” หนุนแนวคิด “สุขภาพดี คือของขวัญที่ดีที่สุดของครอบครัว ด้วยพลังใจ” ชวนวัยรุ่นไทยเลิกบุหรี่เพื่อ “คนรัก” ดร.นพ.ไพโรจน์แจงตัวเลขการตายจากบุหรี่มือ 2 มากถึง 8,000 คน หลังพบคนไทย 18 ล้านคน ได้รับควันบุหรี่มือ 2 ในบ้าน พื้นที่สาธารณะเป็นของทุกคน ไม่ควรละเมิดสิทธิ์คนอื่น ถอดบทเรียนในการเลิกบุหรี่มีรหัสลับคือ การให้เกียรติซึ่งกันและกัน

           

กิจกรรมสร้างการรับรู้เรื่องผลกระทบจากการสูบบุหรี่มวนหรือบุหรี่ไฟฟ้าของวัยรุ่น เนื่องในวันแห่งความรักประจำปี 2564 ภายใต้หัวข้อ “Love Me Love My Talk รักต้องพูด” จัดโดยสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทยและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ผ่านการถ่ายทอดสด 2 ช่องทาง fb live สถาบันยุวทัศน์ และ fblive สสส.

           

การแสดงภาพยนตร์สั้นปักหมุดเริ่มต้นด้วย เกรียงศักดิ์ เหรียญทอง นักพากย์พันธมิตร ด้วยเสียงพากย์ “พื้นที่สาธารณะเป็นของทุกคน และนี่คือเสียงที่ทุกคนได้ยิน” มีเจ้าหน้าที่นำลำโพงไปติดตั้งตามมุมต่างๆ ของต้นไม้ บริเวณป้ายรถเมล์ ซึ่งเป็นสถานที่สาธารณะ “เอ้านั่นใครมานั่งสูบบุหรี่ตรงนั้น ไม่รู้หรือว่าที่นี่เป็นที่สาธารณะ เขาห้ามสูบบุหรี่ ต้องระดมชุดใหญ่ อย่าเพิ่งไป” เด็กนั่งอยู่กับแม่ที่ป้ายรถเมล์เริ่มบ่นว่า “แม่เหม็นจังเลย ควันอะไรน่ะ เขากินไฟเข้าไปได้หรือแม่” แม่อธิบายให้ลูกเข้าใจว่า “ควันบุหรี่ เขาสูบบุหรี่ เขาจะตายเพราะควันบุหรี่”

           

ลุงคนหนึ่งนั่งอยู่ที่ป้ายรถเมล์เริ่มต้นพูดกับเจ้าหนุ่มที่ดูดควันบุหรี่อยู่ใกล้ๆ “ไอ้หนุ่มนี่เอง สงสารลุงเถอะ ลุงเป็นผู้แพ้ ได้กลิ่นบุหรี่แล้วแพ้ หายใจไม่ออก ลุงไม่ได้เจตนา อยากจะลุกหนี แต่ก็ลุกขึ้นไม่ไหว ลุงต้องดมยาดม ทิ้งบุหรี่ไปซะเถอะ อย่าไปสูบบุหรี่มันอีกเลย...”

           

“ลูกน้องครับ เหม็นไหมครับ สูบบุหรี่ในที่สาธารณะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ถ้าน้องเจ็บป่วย อนาคตของการเรียนก็จะเสียไป น้องเป็นห่วงเรื่องสุขภาพไหม ขอเตือนให้น้องๆ บอกพี่ๆ ช่วยกันดับควันบุหรี่” ปรากฏว่าน้องทั้ง 4 คน ช่วยกันบอกพี่ๆ ให้เลิกสูบบุหรี่ “น้องๆ ทั้ง 4 คนเก่งมากๆ สุดยอดมากๆ” เย้ เย้ เย้...

           

น้องมีดี น้องแฟรี่ น้องเติ้ล น้องเปา ฯลฯ ต่างก็มีความฝันเป็นของตัวเอง “หนูอยากเป็นหมอ” “ผมอยากเป็นตำรวจ” “หนูอยากเป็นหมอฟันค่ะ” กล้องแพนภาพไปยังเด็กหลายคนเจ็บป่วยต้องนอนแซ่วอยู่บนเตียงคนไข้ที่โรงพยาบาล พร้อมกับขึ้นข้อความเป็นตัวหนังสือ “เด็ก 1 ใน 3 ได้ควันบุหรี่มือสองจากที่บ้าน”

 

           

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า เนื่องในวันแห่งความรักหรือวันวาเลนไทน์ สสส.ขอเชิญชวนให้คู่รัก เพื่อนรัก คนในครอบครัว แสดงออกถึงความรักต่อกันด้วยการเชิญชวนให้เลิกบุหรี่ โดยอาศัย “พลังใจ” ของคู่รักเป็นเครื่องมือในการช่วยเลิกสูบบุหรี่ เพราะปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ได้รับควันบุหรี่มือสองทั้งในบ้านและในสถานที่สาธารณะเป็นจำนวนมาก

           

“การสูบบุหรี่มีพิษภัยต่อสุขภาพ ต่อตัวเรา ต่อคนรอบข้าง ต่อสิ่งแวดล้อม ปัญหาที่เราคิดว่าไม่น่าจะใช่ PM 2.5 มีปัญหาเกี่ยวข้องกับบุหรี่ ในช่วงที่ผมเรียนหมอ สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคต่างๆ ก็ต้องมาสะดุดกับคำว่าบุหรี่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคหลายโรคด้วยกัน อีกทั้งโรคที่ทำให้เราเสียชีวิตมาจากบุหรี่ส่วนหนึ่ง โรค NCDs ปอด หัวใจ มะเร็ง เราเคยคิดว่าการสูบบุหรี่มีผลกระทบเฉพาะตัวเรา แต่เมื่อศึกษาในเชิงลึกแล้วยังมีบุหรี่มือ 2 บุหรี่มือ 3 คนที่อยู่ใกล้ตัวเราได้รับผลกระทบโดยอัตโนมัติทั้งๆ ที่เขาไม่ได้สูบบุหรี่แต่อย่างใด คนเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็น คนที่เรารัก สามี ภริยา ลูกๆ เพื่อนร่วมงานต่างได้รับควันบุหรี่มือ 2 และที่น่ากลัวก็คือควันบุหรี่มือ 3 ควันบุหรี่ที่พ่นออกมายังอยู่ในธรรมชาติ อยู่ตามสิ่งแวดล้อมในบ้านได้อีกด้วย เหมือนกับโควิดยังอยู่ในสิ่งแวดล้อม ตามลูกบิดประตูต่างๆ ควันบุหรี่มีสารพิษ ตกตะกอนตามพื้นผิวสัมผัส ควันบุหรี่มือ 3 แม้จะไม่ได้ตั้งใจสูบ แต่ส่งผลกระทบต่อลูกเด็กเล็กแดงในบ้าน เพราะเด็กๆ จะเอามือเข้าไปคลำไปจับต้อง” ดร.นพ.ไพโรจน์กล่าว

           

การที่พ่อแม่สูบบุหรี่มีควันลอยตกค้างอยู่ภายในบ้าน เราสูดอากาศเข้าไปเต็มๆ สถิติของคนในโลกนี้ 93% ไม่ได้สูบบุหรี่ แต่มีโอกาสสัมผัสบุหรี่มือ 2 เป็นเรื่องใกล้ตัวเรามาก ควันบุหรี่ที่แม้เราไม่ได้เป็นคนสูบก็จริง แต่ควันบุหรี่ที่อยู่ตามพื้นที่สาธารณะ ในพื้นที่ตลาดสด ตลาดนัดที่มีคนเข้ามารวมกลุ่มกันเป็นจำนวนมาก 61% จะได้รับ รองลงมาเป็นร้านอาหาร และลำดับต่อไปเป็นสถานบริการขนส่งสาธารณะ เราคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตมีโอกาสสัมผัสควันบุหรี่โดยเราไม่ได้ตั้งใจ ดูจากตัวเลขทำให้คนเสียชีวิตปีละ 8,000 กว่าคน คนไทยเสียชีวิตจากโรค NCDs จำนวน 3 ใน 4 การตายจากบุหรี่มือ 2 เพียงอย่างเดียว 8,000 คน เราไม่อยากให้ใครเจ็บป่วยจากบุหรี่ มีอาการเบาจนถึงหนักจนรักษาไม่ได้ จากเริ่มต้นแสบเคืองตาธรรมดา ปวดหัว ไอ เจ็บคอ จนถึงโรคหัวใจ ปอด หลอดเลือด ทั้งหมดเป็นจุดเริ่มต้นของมะเร็ง

           

ถ้าเจอมะเร็งในช่วงแรกเป็นช่วงดีที่รักษาให้หายขาดได้ แต่ไม่ได้เป็นเรื่องโชคดีกับทุกคน บางคนรักษาหายแล้วมาเกิดซ้ำใหม่อีกได้ ดีที่สุดจะต้องไม่สูบบุหรี่หรือไม่เข้าไปข้องเกี่ยวกับบุหรี่มือ 2 เด็กที่ตั้งครรภ์ก็มีโอกาสที่จะคลอดก่อนกำหนดได้ หรือปัญหาน้ำหนักตัวน้อยกว่าปกติ

           

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ วิเคราะห์โดยศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) พบคนไทย 18 ล้านคน ได้รับควันบุหรี่มือ 2 ในบ้าน และมีถึง 13 ล้านคน ที่ได้รับควันบุหรี่มือ 2 ในบ้านทุกวัน สสส.สนับสนุนให้ทุกคนเลิกสูบบุหรี่มาอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาพื้นที่ต้นแบบครอบครัวปลอดบุหรี่ เพื่อสร้างสัมพันธภาพที่ดีในครอบครัว การทำให้บ้านปลอดบุหรี่ หรือการเข้าถึงการบริการช่วยเลิกสูบบุหรี่ผ่านสายด่วนเลิกบุหรี่ 1600

 

“ควันบุหรี่มือ 2 มีสารเคมีจำนวนมาก และมี 70 ชนิดเป็นสารก่อมะเร็ง ผลกระทบทางสุขภาพที่เกิดขึ้นหลังจากได้รับควันบุหรี่ มี 2 ระยะ คือ ระยะสั้น ระคายเคืองต่อจมูก ตา ปวดหัว ไอ คลื่นไส้ กรณีผู้รับควันบุหรี่มีโรคประจำตัวอาจรุนแรงถึงขั้นหายใจติดขัด และระยะยาว มีโอกาสเป็นมะเร็งปอดหรือความเสี่ยงเกี่ยวกับหัวใจและโรคเส้นเลือดในสมองตีบ สำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับควันบุหรี่อย่างต่อเนื่อง มีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนระหว่างการตั้งครรภ์อีกด้วย ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถป้องกันได้หากทำให้คู่รักหรือคนในครอบครัวเลิกสูบบุหรี่” ดร.นพ.ไพโรจน์กล่าว

 

 

พชรพรรษ์ ประจวบลาภ เลขาธิการสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.) กล่าวว่า วัยรุ่นให้ความสำคัญกับวันวาเลนไทน์ เพราะเป็นสัญลักษณ์ของการแสดงความรักต่อกัน ข้อมูลจากการสำรวจทางสื่อสังคมออนไลน์เรื่องความเห็นต่อการมีแฟนที่สูบและไม่สูบบุหรี่ในกลุ่มเด็กและเยาวชน เมื่อปี 2561 จำนวน 5,531 คน ระบุว่า เด็กและเยาวชนกว่าร้อยละ 65.7 จะไม่เลือกคนที่สูบบุหรี่มาเป็นแฟน แต่หากคู่รักสูบบุหรี่แล้วแฟนขอให้เลิก ก็จะเลิกถึงร้อยละ 97.7 โดยร้อยละ 81.3 ของคู่รักเคยทะเลาะกันเรื่องการสูบบุหรี่ ยท.จึงขอใช้โอกาสวันแห่งสุขภาพร่างกายของผู้สูบบุหรี่มีความแข็งแรง ยังสามารถสร้างครอบครัวให้มีสุขภาพแข็งแรงด้วยเช่นกัน ภายใต้เป้าหมาย “สุขภาพดี คือของขวัญที่ดีที่สุดของคู่รัก” ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญที่สุดเหนือกว่าสิ่งอื่นใดที่คู่รักจะมอบให้กันและกัน

 

“การถอดบทเรียนในการเลิกบุหรี่มีรหัสลับคือ การให้เกียรติซึ่งกันและกัน ผู้ชายต้องให้เกียรติทุกคนทุกเพศและทุกวัย ไม่ละเมิดสิทธิ์ของคนอื่น การสูบบุหรี่แม้จะทำที่บ้าน แต่ก็เป็นการละเมิดสิทธิ์ของคนที่ไม่สูบบุหรี่ เพราะควันบุหรี่ลอยไกลมากๆ ทางปฏิบัติต่อให้มีการให้เกียรติกันก็จริง แต่ลึกๆ ก็ยังมีการละเมิดสิทธิ์ สิ่งที่ทำได้ง่ายกว่าการโทร.ไปคุยกับ 1600 คือการพูดคุยกับตัวเอง”

 

อำไพ พรมจรรย์ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 6 จังหวัดชุมพร ในฐานะเยาวชนตัวอย่างชวนเลิกสูบบุหรี่ กล่าวว่า ในวันแห่งความรักเป็นวันที่เชิญชวนคู่รักของตนเองที่สูบบุหรี่ ให้เลิกสูบบุหรี่เพื่อคนรัก ซึ่งการเลิกสูบบุหรี่จะมีส่วนช่วยทำให้ในวัยรุ่นเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ แต่ก็ต้องอยู่ในขอบเขตที่ถูกต้องเหมาะสมและมีความสร้างสรรค์ เช่น การทำกิจกรรมที่ดีร่วมกัน การให้เกียรติซึ่งกันและกัน รวมไปถึงการปกป้องดูแลสุขภาพของตนเองกับแฟน หรือแม้แต่เพื่อนสนิท คือการไม่สูบบุหรี่และหันไปออกกำลังกาย เพราะหากเราและแฟน รวมถึงเพื่อนๆ มีสุขภาพที่แข็งแรง จะถือว่าเป็นความรักที่สมบูรณ์แบบทั้งกายและใจได้ จึงอยากแนะนำเพื่อนๆ วัยรุ่นทุกคนว่าสิ่งที่สวยงามที่สุดของความรักคือรักอย่างสร้างสรรค์ในฉบับของคนรุ่นใหม่และการมีสุขภาพร่วมกันที่แข็งแรง

 

“แฟนเลิกบุหรี่ สุขภาพจิตของหนูดีขึ้นมาก แต่ก่อนหนูเป็นโรคซึมเศร้า พูดกับเขาว่าคุณไม่ต้องเลิกบุหรี่เพื่อฉันก็ได้ แต่การเลิกบุหรี่มีผลต่อตัวพี่เองทั้งเรื่องสุขภาพร่างกายและจิตใจ พี่เขาเป็นนักร้อง ความรักที่สร้างสรรค์ การให้ของขวัญคนรักที่ดีที่สุดคือการดูแลสุขภาพคนที่เรารัก คนที่อยู่ในครอบครัว วัยรุ่นไม่รู้สึกอะไรมาก แต่ถ้ามองย้อนกลับไปช่วงหนึ่งที่เราเจ็บป่วย คนที่อยู่กับเราก็คือคนในครอบครัว สุขภาพและครอบครัว เราต้องให้ความเอาใจใส่สุขภาพของคนในครอบครัว เราต้องเป็น Role Model ให้กับคนอื่นด้วย”

 

ปิยะณัฐ คู่รักของวัยรุ่น เล่าว่า แต่เดิมสูบบุหรี่วันละ 2 ซอง เนื่องจากทำงานเครียด บุหรี่มวนแรกได้มาจากเพื่อนที่ รร.ด้วยคำพูดที่ว่า “ถ้าไม่สูบไม่ใช่ลูกผู้ชาย เป็นลูกตุ๊ด ไม่ได้เป็นการ bully แต่เพื่อการเข้าสังคมเพื่อนสักนิดหนึ่ง เมื่อเราออกมาทำงานแวดวงเพื่อนร่วมงานก็สูบบุหรี่ จึงสูบบุหรี่มาตลอด พ่อแม่ขอให้เลิกบุหรี่ก็ไม่ยอมเลิก ขับรถออกจากบ้าน  เมื่อมีแฟนเขาก็ขอให้เลิกบุหรี่ จนถึงแฟนคนปัจจุบันก็ตัดสินใจเลิกบุหรี่ “เขาใช้คำพูดว่าถ้ารักจะคบกันก็ขอคุยกันอย่างจริงจังได้ไหม อย่าว่าสอนนะ พี่กินเหล้าไปเลยหนูไม่ว่าอะไร ถ้าพี่สูบบุหรี่ก็มีผลกระทบกับหนู ถ้าต่อไปเรามีลูก ถ้าลูกสูบบุหรี่ ในฐานะที่พี่เป็นพ่อจะสอนลูกว่าบุหรี่ไม่ดีก็สอนได้ไม่ถนัด และถ้าลูกเป็นผู้หญิงสูบบุหรี่ดื่มเหล้า เราก็จะเตือนเขาได้ลำบากว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี เพราะเราทำเอง จากนั้นผมก็ค่อยๆ ลดจำนวนการสูบบุหรี่ลง จนถึงเลิกได้ในที่สุด”

 

มิติใหม่ทำงานแบบสหวิชาชีพเชิงรุกทางสังคมหยุดโควิด

มิติใหม่ทำงานแบบสหวิชาชีพเชิงรุกหยุดโควิดทั้งต้นน้ำ-ปลายน้ำ สสส.จับมือคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ หนุนระบบบริการสุขภาพรับมือโควิด-19 ระลอกใหม่ เตรียมความพร้อมนักสังคมสงเคราะห์จิตอาสา ดึงล่ามอาสาสมัครแรงงานข้ามชาติ LPN ร่วมให้คำปรึกษาผู้ได้รับผลกระทบด้านสังคม

 

\

 

พญ.ขจีรัตน์ ปรักเอโก ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ส่งผลให้หน่วยบริการสุขภาพ และบุคลากรทางการแพทย์ ปฏิบัติหน้าที่อย่างหนักเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย แต่การรักษาทางการแพทย์นั้นอาจยังไม่ครอบคลุมทุกมิติ โดยเฉพาะมิติทางสังคม ผู้ป่วยส่วนมากเกิดความเครียดจากการขาดรายได้ มีความกังวลด้านความเป็นอยู่ของครอบครัว และนับถือตัวเองน้อยลง

 

ด้วยเหตุนี้ สสส.จึงร่วมมือกับคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน LPN สมุทรสาคร (Labour Rights Protection Network Foundation) และภาคีเครือข่ายอีก 26 หน่วยงาน พัฒนาศักยภาพล่ามอาสาสมัครภาษาพม่า ภาษาเขมร และแกนนำชุมชน ร่วมกับนักสังคมสงเคราะห์จิตอาสาสร้างกลไกทางสังคมที่ทำงานร่วมกับหน่วยบริการสุขภาพ โรงพยาบาล และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ทำหน้าที่ช่วยเป็นล่ามแปลภาษา ให้ความช่วยเหลือดูแลด้านสังคมแก่ผู้ป่วย กลุ่มเสี่ยง ผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ และคนในชุมชน

 

“สสส.ยังได้บูรณาการแผนงานต่างๆ ภายในองค์กร โดยร่วมกับสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ ผลิตสื่อสร้างความเข้าใจในรูปแบบภาษาเมียนมา สปป.ลาว เขมร รวมทั้งออกแบบหลักสูตรออนไลน์ในการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครแรงงานข้ามชาติ (อสต.) เพื่อนำไปขยายผลกับล่ามอาสาสมัครภาษาพม่า ภาษาเขมร และแกนนำชุมชนชาวเมียนมาในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร หลังพบว่ายังมีแรงงานข้ามชาติอีกจำนวนมากที่ยังเข้าไม่ถึงข้อมูลการดูแลสุขภาพที่ถูกต้องจากภาครัฐ” พญ.ขจีรัตน์กล่าว

 

 

ศ.ระพีพรรณ คำหอม คณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า โครงการนี้เกิดขึ้นตั้งแต่การระบาดระลอกแรกเมื่อเดือนมกราคม 2563 ซึ่งในเวลานั้นนักสังคมสงเคราะห์จิตอาสารวมตัวกัน 314 คน ผ่านการพัฒนาหลักสูตรสมรรถนะการทำงานสังคมสงเคราะห์เพื่อให้คำปรึกษาช่วยเหลือทางสังคมกับผู้ป่วยโควิด-19 และผู้ได้รับผลกระทบ

 

หลังจากนั้นมีนักสังคมสงเคราะห์จิตอาสา 110 คน ติดตามผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 1,465 คน ใน 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ ผลการติดตามผู้ป่วย พบ 3 ปัญหาหลักคือ ร้อยละ 49.8 มีปัญหาการประกอบอาชีพและการทำงาน ร้อยละ 45.6 มีปัญหาการพึ่งตนเองทางเศรษฐกิจและรายได้ และร้อยละ 35.7 มีปัญหาความรู้สึกไม่สบายทั้งกายและใจ มีผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบทางสังคมเพียง 11 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.7 ซึ่งแสดงถึงการเตรียมการรับมือด้านสาธารณสุขสามารถตอบสนองกับประชาชนได้ทันสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม การระบาดระลอกใหม่นี้มีอุปสรรคสำคัญคือ เรื่องของภาษาของชาติพันธุ์ต่างๆ จึงทำให้การทำงานรอบนี้มีความซับซ้อน ต้องใช้ล่ามอาสาสมัครภาษาเมียนมา LPN ที่รู้จักพื้นที่รอบนอกตลาดกุ้ง เข้าไปดูแลให้ความรู้การป้องกันตนเอง โดยทำงานร่วมกับอาสาสมัครแรงงาน (อสร.) และอาสาสมัครแรงงานต่างชาติ (อสต.) ของกระทรวงแรงงาน และเครือข่ายภาคประชาสังคมในพื้นที่สมุทรสาคร การดำเนินการครั้งนี้เป็นการเตรียมอบรมล่ามอาสาสมัครภาษาเมียนมา โดยใช้วิธีการจับคู่ระหว่างนักสังคมสงเคราะห์จิตอาสากับล่ามแปลภาษา รวมจำนวนทั้งสิ้น 30 คน

 

 

ศ.ระพีพรรณกล่าวว่า การเตรียมความพร้อมและศักยภาพของนักสังคมสงเคราะห์และล่าม จะต้องผ่านการฝึกอบรมสมรรถนะทางออนไลน์ 4 ครั้ง ประกอบด้วย 1.การให้คำปรึกษาเสริมพลังอำนาจกับผู้ป่วยโควิด-19 ทางออนไลน์ 2.การฝึกทักษะการฟัง 3.การฝึกทักษะการทำงานผ่านการใช้เครื่องมือการประเมินปัญหาทางสังคม และการวางแผนสร้างทางเลือกกับผู้ป่วย 4.การคุ้มครองเด็กในภาวการณ์ระบาดโควิด-19 ในเดือนกุมภาพันธ์กลุ่มอาสาสมัครจะเข้าสู่การปฏิบัติการร่วมกันในพื้นที่ระหว่างล่ามอาสาสมัครภาษาพม่ากับนักสังคมสงเคราะห์จิตอาสา พร้อมทั้งจะมีการติดตามผลการดำเนินการช่วยเหลือทางสังคมเพื่อพัฒนาไปสู่ระบบการดูแลสุขภาวะกับหน่วยงานของรัฐในระยะต่อไป


หมู่นี้ ขบวนการล้มเจ้า "โจมตีสถาบัน" หนัก ถึงขั้น "ปั้นข่าวเท็จ" เอาดื้อๆ ว่า "พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว" และ "สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี" ทรงพระประชวร เขียนเป็นตุ-เป็นตะ ว่าทรงพระประชวรด้วยพระอาการโรคนั้นๆ ประทับรักษาพระองค์อยู่โรงพยาบาลนั้นๆ เผยแพร่ทางออนไลน์

โปรใหม่ "ล่าสุด" ชวนฉีด
"วาระแห่งชาติ" คืออะไร?
มหาดไทย "สะท้อนไทย"
๒ ยุค ๒ สมัย ใน ๑ ลีลา
เมื่อ "เดือนกันยา" มาเยือน
ประชาธิปัตย์ "เท่" อีกแล้ว