คลังเตือนฉวยขึ้นราคาสินค้าตรวจเจอระงับการจ่ายเงินให้ร้านค้าทันที


เพิ่มเพื่อน    

 

25 ก.พ.2564 นางสาวกุลยา  ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าของการแก้ไขปัญหาการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการของผู้ประกอบการร้านค้าและบริการรายย่อยที่เข้าร่วมโครงการเราชนะ (โครงการฯ) ว่า กระทรวงการคลังได้ขอความร่วมมือกระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบผู้ประกอบการร้านค้าหรือผู้ให้บริการรายย่อยที่ขึ้นราคาสินค้าหรือบริการเกินควรซึ่งถือเป็นการเอาเปรียบประชาชนผู้บริโภค หลังจากที่ได้รับร้องเรียนจากประชาชนเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมดังกล่าวสามารถร้องเรียนผ่านสายด่วนกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ หมายเลขโทรศัพท์ 1569 หรือแจ้งข้อมูลของผู้ร้องเรียน พร้อมหลักฐานในการร้องเรียน รวมถึงช่องทางติดต่อกลับของท่านทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ 1569@dlt.go.th หากตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดเงื่อนไขจริง กระทรวงการคลังจะระงับการใช้เครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือเครื่อง EDC และแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ของร้านค้าตลอดจนระงับการจ่ายเงินให้กับร้านค้าทันที และจะดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

นอกจากนี้ โฆษกกระทรวงการคลังเน้นย้ำว่า ในส่วนของผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการรายย่อยที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการฯ ที่กำหนดให้รับชำระค่าสินค้าและ/หรือบริการโดยตรงจากประชาชนตามราคาสุทธิของสินค้าและ/หรือบริการนั้น ๆ และมีการซื้อ-ขายสินค้าหรือรับบริการกันจริงโดยไม่เป็นการดำเนินการผ่านคนกลาง เช่น การสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันบริการรับสั่งอาหาร (Food Delivery Service) เป็นต้น  หากตรวจสอบพบว่า มีผู้ประกอบการร้านค้าหรือผู้ให้บริการรายย่อยกระทำผิดเงื่อนไขดังกล่าว กระทรวงการคลัง จะดำเนินการระงับการใช้แอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ตลอดจนระงับการจ่ายเงินให้กับร้านค้าทันที และจะดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

สำหรับความคืบหน้าของโครงการฯ ณ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 มีดังนี้ ประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษได้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 จนถึงปัจจุบันแล้ว  จำนวน 1.5 ล้านคน สำหรับประชาชนกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.7 ล้านคน ได้มีการใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา จำนวน 24,283.4 ล้านบาท สำหรับประชาชนกลุ่มที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในโครงการเราเที่ยวด้วยกันและคนละครึ่ง และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้นและยืนยันการใช้สิทธิ์ร่วมโครงการฯ แล้ว มีจำนวนมากกว่า 15.6 ล้านคน และมีการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา จำนวน 20,930.3 ล้านบาท รวมมีผู้ใช้สิทธิ์โครงการฯ ทั้งสิ้นจำนวน 29.3 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยแล้วกว่า 45,213.7 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านผู้ประกอบการร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นที่มีแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ร้านค้าคนละครึ่งที่ตกลงยินยอมเข้าร่วมโครงการฯ รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการรายย่อยที่เข้าร่วมโครงการฯ ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ จำนวนมากกว่า 1.1 ล้านกิจการ โดยภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นภูมิภาคที่มีการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สูงสุดถึงร้อยละ 36 ของการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์รวม ตามมาด้วย กรุงเทพและปริมณฑล ภาคใต้ และภาคกลาง ตามลำดับ


สนุกเขาละ "กทม.กับสาธารณสุข" จับชาวบ้านที่ "รอเงก" เป็นเดิมพัน แล้ว "ยักเงี่ยงใส่กัน" ด้วยปัญหาวัคซีน "ขาดตอน"!

ยอมให้ด่า "เพื่ออนาคต"
๗ ปี"ไล่นายกฯ"อย่างเดียว
"วิจัย-พัฒนา"ถึง"หมากัด"
"รัฐบาลทำดีแต่มีคนเซ็ง"
เมื่อนายกฯ ชื่อ "พิธา"
มิติ"ปัจจุบัน-อนาคต"