การทูต ‘ลับ’ ที่ ‘ปิดกันให้แซ่ด’


เพิ่มเพื่อน    

       ทำไม "การทูตลับที่ดอนเมือง" เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาจึงกลายเป็นเรื่อง "ปิดกันให้แซ่ด"

            รัฐบาลไทยคงอยากให้เป็น "การทูตราชการลับ"

            แต่อินโดนีเซียต้องการแสดงบทบาทเป็น "ผู้ประสานสิบทิศ" และมีความโดดเด่นทางการทูตในภูมิภาค

            รูปแรกของการพบปะระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศไทย,  อินโดฯ และเมียนมา (จากฝ่ายรัฐประหาร) ที่ดอนเมืองนั้นไม่ได้ออกมาจากฝ่ายไทย

            แต่ออกมาจากอินโดนีเซีย

            ส่วนด้านอู วูนนะ หม่อง ลวินจากเมียนมา ก็ต้องการจะให้เป็นข่าว เพราะเมื่อเขามานั่งประชุมที่กรุงเทพฯ ได้ ก็เท่ากับเป็นการรับรองรัฐบาลจากการยึดอำนาจ เป็นการรับรองความชอบธรรมของเขา

            ภาพการพบปะกันที่ดอนเมืองที่เห็นนายกฯ ประยุทธ์  จันทร์โอชานั่งอยู่ตรงกลาง ห้อมล้อมโดยรัฐมนตรีไทย, อินโดฯ และเมียนมาที่ดอนเมือง ก็ไปปรากฏหราที่หน้าหนึ่งของสื่อทหารของเมียนมา

            มิหนำซ้ำยังตอกย้ำว่า ที่เขามาเมืองไทยก็เพราะ "ได้รับคำเชิญจากนายกรัฐมนตรีประเทศไทย"

            ทั้งๆ ที่นายกฯ ไทยตอบคำถามนักข่าวไทยว่า "เขามาเอง เขาจะมาคารวะ"

            จึงไม่รู้ว่าใครพูดความจริง ใครพูดความเท็จ หรือใครพูดความจริงครึ่งไหนกันแน่

            แต่ที่แน่ๆ ก็คือการทูตอินโดฯ พลิ้วไหวมากกว่า

            เพราะเมื่อรัฐมนตรีต่างประเทศอินโดฯ Retno Marsudi  ให้สัมภาษณ์นักข่าวหลังจากบินกลับไปจาการ์ตาแล้วก็เปิดเผยเลยว่า เธอได้ประชุมที่ดอนเมือง ได้พบนายกฯ และรองนายกฯ และรัฐมนตรีต่างประเทศดอน ปรมัตถ์วินัยของประเทศไทย

            กับ U Wunna Maung Lwin

            โดยไม่ได้ใส่คำว่า "รัฐมนตรีต่างประเทศ" ของเมียนมาเหมือนกับคำแถลงของฝ่ายกระทรวงการต่างประเทศไทยแต่อย่างใด

            เธอรู้ว่าหากมีใครซักถามทีหลังว่า ที่ไปพบกับตัวแทนจากคณะรัฐประหารเมียนมานั้น เท่ากับเป็นการรับรองความชอบธรรมของการยึดอำนาจหรือไม่ จะได้ตอบว่าเปล่า...เพียงแต่ไปฟังแนวทางของฝ่ายทหารเมียนมาเท่านั้น

            นี่คือความพลิ้วไหวการทูตที่สำคัญในภาวะที่ทุกอย่างยังมีความไม่แน่นอนอย่างสูง

            ส่วนของฝ่ายไทยนั้น ภาษาที่ใช้แถลงข่าวเป็นดังต่อไปนี้

            คุณธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่าในการหารือระหว่างนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กับนางเรตโน มาร์ซูดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 24  ก.พ.64 ทั้งสองฝ่ายได้มีการหารือเกี่ยวกับการจัดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ (Informal  ASEAN Foreign Ministers’ Meeting) ในเดือน ส.ค.64 ซึ่งรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนจะหารือกันต่อไป

            ขณะที่การเดินทางมาเยือนไทยของนายวูนนะ หม่อง ลวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 24 ก.พ. เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการทางการทูตระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีพรมแดนทางบกร่วมกันกว่า 2,400  กิโลเมตร และเป็นโอกาสดีที่ฝ่ายไทยจะได้รับฟังโดยตรงจากฝ่ายเมียนมาเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ที่เมียนมาให้ความสำคัญ และแลกเปลี่ยนความเห็นกันระหว่างเพื่อนบ้านเกี่ยวกับประเด็นที่มีความสำคัญสำหรับประชาชนของทั้งสองฝั่งชายแดน เช่น ความร่วมมือสาธารณสุขเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด COVID-19 และความร่วมมือด้านแรงงาน

            "ไทยได้ใช้โอกาสนี้ยืนยันการสนับสนุนสันติภาพและเสถียรภาพในเมียนมา และความหวังที่จะเห็นสถานการณ์ในเมียนมาได้รับการคลี่คลายโดยสันติ"

             โฆษกกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า ไทยใช้โอกาสนี้สนับสนุนสันติภาพและเสถียรภาพในเมียนมาเพื่อประโยชน์ของประชาชนเมียนมา สอดคล้องกับท่าทีของอาเซียนและเป็นสิ่งที่ประชาคมระหว่างประเทศปรารถนา

            สำหรับการพบหารือระหว่างรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมา เกิดขึ้นจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมาเดินทางมาพูดคุยกับฝ่ายไทย ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซียนัดหมายไว้ก่อนหน้านี้ที่จะมาหารือกับไทยด้วย

            อีกทั้งแผนการเยือนเมียนมาที่เดิมทางฝ่ายอินโดนีเซียกำหนดไว้ไม่เกิดขึ้น จึงได้ประสานจัดให้คุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมา เป็นการพูดคุยในฐานะมิตรประเทศสมาชิกอาเซียน

            ทั้งนี้ โดยที่ฝ่ายเมียนมามาเยือน ซึ่งเมียนมาเป็นเพื่อนบ้านและหนึ่งในสมาชิกครอบครัวอาเซียน

            และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยในสถานการณ์ จึงให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมาเข้าเยี่ยมคารวะ

            เรื่อง "การทูตราชการลับ" จึงกลายเป็น "เรื่องไม่ลับ"  ด้วยประการฉะนี้.

 

 


เห็นคนไทยกระฟัดกระเฟียดเอากับรัฐบาลเรื่องวัคซีน นึกถึงตอนเป็นนักเรียน

"วัคซีน" ที่เป็นวรรค-เป็นเวร
เมื่อ"ขาใหญ่"เขาจะใส่กัน
สเตร็คฟัสส์ "แยกอีสาน"
จาก Tony ถึง มิสเตอร์ H
'ไอ้กันวางไข่' มหา'ลัย
กลเกม 'ในศาล-ในถนน'