คล็อปป์รับหงส์อาการหนักแพ้คาบ้าน 5 นัดติดครั้งแรก


เพิ่มเพื่อน    


เจอร์เกน คล็อปป์ ยันปัญหาของ ลิเวอร์พูล ไม่ใช่เตะในบ้านหรือไม่ แต่เพราะฟอร์มจบสกอร์หาย  หลังแพ้คาแอนฟิลด์ติดต่อกันเป็นนัดที่ 5 โดน เชลซี บุกไปชนะได้ถึงถิ่นเมอร์ซีย์ไซด์ 1-0 ลุ้นหนักกลับไปแชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้า ขณะที่ทีมไร้พ่ายของ โทมัส ทูเคล เบียดเข้าท็อปโฟร์ได้แล้ว ลั่นเดินหน้าต่อเก็บไว้ฉลองหลังจบซีซั่น
    ลิเวอร์พูล กำลังกลายเป็นทีมแชมป์ที่ทำผลงานในฤดูกาลต่อมาได้แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ หลังพ่าย เชลซี คาบ้าน สกอร์ 1-0 ซึ่งก็เป็นการแพ้ในบ้าน 5 นัดติดต่อกันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรอีกด้วย ทำให้โอกาสที่จะได้ไปแชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลหน้า ผ่านผลงานในลีก ตอนนี้นั้น ยากกว่าเดิมมากแล้ว
    แม้ ทีมของ คล็อปป์ จะหล่นลงไปรั้งอันดับ 7 ของตาราง แต่ก็มีคะแนนตามหลัง อันดับ 4 คือ เชลซี เพียง 4 แต้ม ถึงอย่างนั้นก็ต้องไม่มองข้ามทีมอื่นๆทีมอยู่รอบตัวที่ล้วนแล้วแต่ยังเตะน้อยกว่าทั้งนั้น ไม่ว่าจะอันดับ 5 เอฟเวอร์ตัน กับอันดับ 6 เวสต์แฮม หรือ อันดับ 8 ท็อตแน่ม และ อันดับ 9 แอสตัน วิลล่า ที่หากชนะเกมตกค้างได้ก็แซงแชมป์เก่าได้อีก 2 ทีม
    ส่วนเกมเมื่อคืนพฤหัสฯ ทั้งที่ ลิเวอร์พูล เตะในบ้าน แต่กลับโดน เชลซี บุกมาจับกดได้อย่างอยู่หมัด กว่าจะมีลูกยิงตรงกรอบให้เห็น ก็ต้องรอถึง 5 นาทีสุดท้าย ซึ่งก็มาจากลูกโหม่งของ จอร์จินิโอ ไวย์นัลดุม ที่พุ่งตรงตัวให้ผุ้รักษาประตูคว้ารับได้สบายๆ ต่างจาก ทีมเยือน ที่นอกเหนือจากประตูชัยจาก เมสัน เมาท์ ในนาทีที่ 42 แล้ว ช่วงต้นเกมยังส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายได้อีกครั้ง จาก ติโม แวร์เนอร์ แต่โดน VAR จับล้ำหน้าแบบนิดเดียวอย่างน่าเสียดาย  
    คล็อปป์ กล่าวหลังเกม "ความสามารถส่วนตัวของ เมสัน เมาท์ ในช่วงนาทีนั้น สร้างความแตกต่างระหว่าง 2 ทีม อันที่จริงมันเป็นเกมที่สูสี ต่างฝ่ายต่างผลัดกันบุกผลัดกันรับ พวกเขามีประตูที่ยิงได้แต่โดนจับออฟไซด์ อีกลูกจากการโต้กลับ เราเองก็มีโอกาสเหมือนกัน แต่ไม่เป็นสกอร์ มีหลายสิ่งที่คงต้องนำมาพิจารณา ในท้ายที่สุดเราเสียไปหนึ่งประตู เราพลาดเองในจังหวะนั้น อีกลูกเป็นออฟไซด์ รวมแล้วก็ถือว่ารับกันได้ดี แต่การครองบอลที่มี คุณต้องได้โอกาสยิงมากกว่านี้ ทุกสิ่งทุกอย่างดีมากแล้ว เว้นแต่การผ่านบอลสุดท้าย"
    "เราพูดไม่ได้ว่าเป็นเพราะเตะในบ้าน มันไม่เกี่ยวว่าเตะที่แอนฟิลด์หรือที่ไหน มันเกิดขึ้นบ่อยเกินไป ในจังหวะจบ ในช่วงวินาทีตัดสิน เราต้องแก้ไขให้ดีขึ้น"
    คล็อปป์ ตัดสินใจค่อนข้างเสี่ยงกับการถอดดาวยิงตัวท็อปของทีมอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ออก ในขณะที่สกอร์ยังตามหลังอยู่ ในช่วงครี่งชั่วโมงสุดท้าย
    กองหน้าทีมชาติอียิปต์ แสดงท่าทางและสีหน้าไม่ค่อยพอใจนักตอนเดินออกจากสนาม แต่ ผู้จัดการทีม เชื่อว่า เขามีเหตุผลที่ต้องตัดสินใจเช่นนั้น
    "ผมแค่ต้องการส่งคนที่มีเรี่ยวแรงลงไปเติม" คล็อปป์ กล่าว "โม ดูเหมือนว่าวันนี้เขามีปัญหาเล็กน้อย ซึ่งก็เพราะว่าเขาต้องเตะมาหลายเกมแล้ว"
    เชลซี ยังแพ้ใครไม่เป็นภายใต้โค้ชคนใหม่ โทมัส ทูเคล และตอนนี้ก็สามารถฝันถึงการไปแชมเปี้ยนส์ลีกได้ จากที่เคยหล่นไปถึงกลางตารางตอนนี้ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 4 ของตารางได้แล้ว และตามหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รองจ่าฝูง เพียงแค่ 4 แต้มเท่านั้น ขณะที่การเยือน แอนฟิลด์ เจอทีมแชมป์เก่า น่าจะเป็นงานหนักสุดสำหรับ ทูเคล แต่กลายเป็นเกมที่ง่ายดายเกินคาด
    "เราเล่นด้วยความกล้า และทุกคนพร้อมมากสำหรับเกมนี้ มันเป็นที่มีความหมายถึง 6 แต้ม เพราะมีทีมอื่นแพ้ การไล่ล่าท็อปโฟร์ยังมีอยู่ ตอนนี้เหลือเตะอีก 11 นัด เราจะค่อยๆไปทีละขั้น เรายังพักไม่ได้ และยังฉลองความสำเร็จไม่ได้ด้วยเช่นกัน"


ประเทศไทยเนี่ย..... ถ้ามองแบบแยกส่วน "กลุ้มใจตายหะ" มันไปไม่รอด "พังแน่"! ต้องมองในความเป็นองค์รวมใต้จอกแหนผนึกคลุมหน้าจะเห็นผลึกระหว่างคนกับชาติเหนียวกว่ากาวตราช้าง

'มหาสงกรานต์' คืออะไร?
หมอ 'สงกรานต์' หมอ
"สัตว์เศรษฐกิจ" ตัวใหม่
ฤๅ "ฟ้าใส" จะล่มรัฐบาล?
'ศิษย์-อาจารย์' ในวันจักรี
ประยุทธ์-ปรีดีใน 'ดี-เลว'