อย.ย้ำเปลี่ยนก้นดำ เป็นก้นขาวไม่ได้


   

อย.ตรวจสอบสาวรีวิวครีมก้นขาว พบมีการทำผิดซ้ำซาก โฆษณาสบู่จิมิ คาดเป็นเจ้าของแบรนด์เอง ย้ำเปลี่ยนก้นดำเป็นก้นขาวไม่ได้  เบื้องต้นมีโทษ โทษจำคุก1ปี ปรับไม่เกิน 1แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่งกรมวิทย์ฯตรวจหาสารต้องห้าม

จากกรณีโชเชียลมีการแสวิพากวิจารย์ถึงความไม่เหมาะสมที่มีหญิงสาวรีวิวการขายครีมทาก้นด้วยการโชว์ก้น โอ้อวดสรรพคุณว่าจะเปลี่ยนจากดำเป็นขาว ผ่านทางเฟสบุ๊ค ชื่อ Natthakarn Nunthasuteepat  ล่าสุดที่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  ภก.สมชาย ปรีชาทวีกิจ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) แถลงข่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า จากการตรวจสอบของพบว่าเครื่องสำอางดังกล่าวชื่อว่า “เคลียร์ ดาร์ก บอดี้โลชั่น ภายใต้ชื่อการค้าชม นิต้า” มีการจดแจ้งกับอย. เลขที่รับแจ้ง10-1-5722327ซึ่งจัดเป็นเครื่องสำอางบำรุงผิวกายในสูตรของสารที่เป็น whithening  ดังนั้น ต้องขยายผลตรวจสอบเพิ่มเติมว่ามีการแสดงข้อความตามที่ขอกับ อย.หรือไม่ ทั้งตัวฉลากและสารที่ใช้ต่างๆว่ามีการใส่สารต้องห้ามหรือไม่ เบื้องต้นมีความผิดเรื่องการโฆษณาเกินจริงชัดเจน  เพราะโดยหลักเปลี่ยนจากก้นดำเป็นก้นขาวไม่ได้  และไม่เคยอนุญาตให้มีการโฆษณาในลักษณะนี้  นอกจากนี้ยังขัดต่อศีลธรรมอันดีงามจึงต้องมีโทษจำคุกไม่เกิน1ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ 

ภก.สมชาย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้พบด้วยว่าเจ้าของเฟสบุ๊ค ที่ ชื่อ น.ส.นิษฐกานต์ เคยมีการโฆษณารีวิวขาย “สบู่จิ๋มหนู”เจ้าของแบรนด์ Lovely First‘s First ซึ่งเคยถูกดำเนินคดีไปแล้วเมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งมีความผิดฐานฝ่าฝืน มาตรา 41 ของพ.ร.บ.เครื่องสำอางพ.ศ.2558 มีการเทียบปรับไปแล้วเป็นเงิน 30,000 บาท ซึงคาดว่าเป็นเจ้าของแบรนด์เอง และจากการทำผิดซ้ำซาก ขณะนี้ได้ประสานกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เชิญน.ส.นิษฐกานต์ ไปพบเพื่อให้ปากคำ ต่อจากนี้ อย.จะร่วมกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.)ทำการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ทั้งหมดว่ามีการจดแจ้งถูกต้องหรือไม่ เบื้องต้นน่าจะโดนโทษสูงสุด คือโทษจำคุก1ปี ปรับไม่เกิน 1แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

“ ขณะนี้กำลังประสานกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ให้มาช่วยตรวจสอบผลิตภัณฑ์ดังกล่าวว่ามีสารต้องห้ามหรือไม่ ซึ่งหากพบจะต้องรับโทษเพิ่มขึ้นซึ่งคาดว่าน่าจะทราบผลภายใน 1เดือน และที่สำคัญคือสบู่หรือผลิตภัณฑ์ช่วยกระชับช่องคลอดนั้น ต้องยิ่งระมัดระวังเพราะตรงจุดซ่อนเร้นเป็นจุดที่บอบบาง และในเรื่องของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางนั้น อย.ไม่เคยอนุญาตให้นำไปใช้ในเรื่องกระชับจุดซ้อนเร้นเลย ซึ่งที่มีการขายกันบนโลกอินเตอร์เน็ตนั้นเป็นการขายที่โอ้อวดเกินจริง ผิดกฎหมายด้านการโฆษณาทั้งหมด และหากพบต้องทำการเพิกถอนการจดแจ้งว่าเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ทั้งนี้ขอเตือนประชาชนว่าให้ซื้อเครื่องสำอางที่มีแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้ เพราะหากซื้อเครื่องสำอางที่ไม่ได้มาตรฐานมีส่วนผสมของปรอทมาใช้ก็จะเป็นอันตรายกับร่างกาย นอกจากนี้หากยิ่งไปใช้กับจุดซ่อนเร้นยิ่งอันตรายมากขึ้นทั้ง เกิดการระคายเคือง อักเสบ เป็นแผล เป็นต้น” ภก.สมชาย กล่าว 

ทั้งนี้ ปัจจุบันพบการขายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางโดยเฉพาะในเฟสบุ๊คจำนวนมาก ซึ่งอย.ก็มีทีมคอยตรวจสอบและมีมาตรการทางอาญามาควบคุม โดยผลิตภัณฑ์อาจทำให้ผิวจางได้ การขาวจะเป็นแค่ชั่วคราวดังนั้นการโฆษณาที่ระบุว่ารักษาฝ้าหายขาดใน 3 วัน 7 วันนั้นเป็นไปไม่ได้.
 


"ตัวอะไรเอ่ย........... หางอยู่ไทย หัวไปส่ายอยู่นอกประเทศ?" ไม่ใช่หัวเดียวนะ แต่ "ทีเดียว ๒ หัว" เลย

ถอดรหัสเลือกตั้ง "ต้นปี ๖๒"
'ใครหัวหน้า' สำคัญกว่าถูกดูด    
แอมเนสตี้ที่ 'สังคมไม่ต้องการ'
อีกก้าวของ 'นายกฯ เผด็จการ'
คสช.คือกบฏแผ่นดิน?
ยุทธศาสตร์ชาติกับทิศทางโจร