‘จุรินทร์’งัด 6 มาตรการดันส่งออกข้าว 6 ล้านตัน


เพิ่มเพื่อน    

 

24 มี.ค. 2564 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการนำทีมกระทรวงพาณิชย์ ประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูง โดยมีทูตพาณิชย์จาก 17 ประเทศ ที่นำเข้าข้าวไทยและเป็นตลาดสำคัญของข้าวไทย และพาณิชย์จังหวัด 20 จังหวัด ที่เข้าร่วมประชุมผ่านทางออนไลน์ ไปพบปะหารือเรื่อง “ทิศทางตลาดข้าวไทยปี 2564 กับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ว่า เป็นการมาเยี่ยมสมาคมฯ และหารือร่วมกันในประเด็นการค้าข้าว โดยมีข้อสรุปในประเด็นเป้าหมายการส่งออกข้าวปี 2564 ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 6 ล้านตัน เพิ่มจากปี 2563 ที่ส่งออกได้ 5.7 ล้านตัน โดยจะมุ่งเน้นใน 3 ตลาดหลัก ได้แก่ ตลาดพรีเมียม ตลาดทั่วไป และตลาดเฉพาะ

ทั้งนี้ ตลาดพรีเมียม ได้เน้นการผลักดันการส่งออกข้าวหอมมะลิกับข้าวหอมไทย โดยข้าวหอมมะลิตั้งเป้าขยายตัว เพิ่มขึ้น 4.8% ข้าวหอมไทย เพิ่ม 5.2% ตลาดทั่วไป เน้นข้าวขาวและข้าวนึ่ง โดยข้าวขาวตั้งเป้าเพิ่มขึ้น 4.7% ข้าวนึ่ง เพิ่ม 4.9% ส่วนตลาดเฉพาะ เน้นข้าวเหนียว ข้าวกล้อง และข้าวสี โดยข้าวเหนียวตั้งเป้าเพิ่มขึ้น 3.6% ข้าวกล้องและข้าวสี เพิ่ม 12.5%

นายจุรินทร์กล่าวว่า สำหรับมาตรการผลักดันการส่งออกข้าวไทยในปี 2564 ได้กำหนดไว้รวม 6 มาตรการ ได้แก่ มาตรการที่ 1 กระทรวงพาณิชย์จะร่วมมือกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย และสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศทั้งหมด เร่งประชาสัมพันธ์ สร้างความเชื่อมั่น และส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับข้าวไทยว่าเป็นข้าวที่มีคุณภาพ มีความหลากหลาย มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยใช้ Think Rice Think Thailand ถ้าคิดถึงข้าว ต้องคิดถึงประเทศไทย ทุกสำนักงานฯ และทีมเซลล์แมน ทั้งในประเทศและทั่วโลก จะใช้ธีมนี้ในการทำประชาสัมพันธ์  

มาตรการที่ 2 เร่งรัดเปิดตลาดการขายข้าวในรูปแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล (จีทูจี) โดยได้กำหนดไว้ทั้งหมด 4 ตลาดใหญ่ ประกอบด้วยอินโดนีเซีย ที่ไม่กี่วันที่ผ่านมาที่ ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ให้ความเห็นชอบให้กระทรวงพาณิชย์ลงนามเอ็มโอยูกับอินโดนีเซีย เปิดตลาดข้าวอินโดนิเซีย 4 ปี จำนวน 4 ล้านตัน ตลาดบังกลาเทศ ที่ประชุม ครม. ได้ให้ความเห็นชอบในการทำเอ็มโอยูเป็นเวลา 5 ปี ปริมาณ 5 ล้านตัน ตลาดอิรัก ซึ่งเป็นตลาดที่ไทยประสบปัญหาหลายปีที่ผ่านมา เพราะมีผู้ส่งออกข้าวไทยรายหนึ่งส่งข้าวด้อยคุณภาพไปขาย ทำให้อิรักแบนข้าวไทยเป็นเวลาหลายปี ขณะนี้ประสบความสำเร็จแล้ว อิรักเปิดโอกาสให้ประเทศไทยสามารถเข้าไปประมูลขายข้าวในอิรักได้แล้ว แต่ยังติดเรื่องความเข้าใจมาตรฐานข้าวขาว 100% โดยเข้าใจว่าข้าวขาว 100% ของไทย คือ ข้าวขาว 5% ซึ่งจะต้องมีการทำความเข้าใจ และการส่งข้าวไปยังอิรัก ต้องมีเอกสารรับรองจากสถานทูตอิรักประจำประเทศไทย ขณะนี้ไทยไม่มีสถานทูตอิรักประจำประเทศไทย จะมีการเจรจาขอปรับเงื่อนไขลดอุปสรรค และตลาดจีน ที่ได้ทำเอ็มโอยูในอดีตและจีนยังมีภาระตามเอ็มโอยูที่ต้องนำเข้าข้าวอีก 3 แสนตัน ซึ่งจะต้องเร่งรัดผลักดันต่อไป

มาตรการที่ 3 กำหนดว่าในการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) จะต้องหยิบประเด็นขอให้ประเทศคู่เจรจาลดภาษีนำเข้าข้าว ทั้งเอฟทีเอระหว่างไทย-เม็กซิโก ไทย-สหภาพยุโรป (อียู) ไทย-สหราชอาณาจักร หรือประเทศอื่นๆ และนำประเด็นการเจรจาลดอุปสรรคการนำเข้าข้าวในกระบวนการขั้นตอน ประเด็น เงื่อนไขอื่นๆ ไว้ในการเจรจาด้วย

มาตรการที่ 4 จับมือร่วมกับกระทรวงอื่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการลดต้นทุนการส่งออก เช่น ค่าระวางเรือ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

มาตรการที่ 5 เร่งรัดขยายช่องทางการตลาด ทั้งในรูปแบบออฟไลน์ ออนไลน์ และไฮบริด โดยทีมเซลล์แมนประเทศ จะต้องเร่งดำเนินการ และจัดกิจกรรม

มาตรการที่ 6 สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกระทรวงพาณิชย์ ในการแสวงหาข้าวพันธุ์ใหม่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันข้าวไทยในตลาดต่างประเทศ โดยจะจัดกิจกรรมประกวดข้าวพันธุ์ใหม่ที่เกิดจากการวิจัยและพัฒนาของทุกภาคส่วน โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ข้าวหอม ข้าวนุ่ม และข้าวแข็ง มุ่งเน้นทั้งกระบวนการปลูก การผลิต การสี และรสชาติ เพื่อนำพันธุ์ข้าวที่ประกวดมาเทียบกับปัจจุบันว่าดีกว่าแค่ไหน อย่างไร และจะได้ทำไปทำการค้าเชิงพาณิชย์และขยายตลาดส่งออก เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของข้าวในตลาดโลกต่อไป


"วาระแห่งชาติ" ฉีดวัคซีนโควิด "เริ่มแล้ว" CEO กว่า ๔๐ บริษัท "ร่วมรัฐ" เปิดจุดกระจายฉีด "นำร่อง" ใน กทม.ที่ "เซ็นทรัล ลาดพร้าว" เมื่อวาน (๑๒ พ.ค.๖๔)

มหาดไทย "สะท้อนไทย"
๒ ยุค ๒ สมัย ใน ๑ ลีลา
เมื่อ "เดือนกันยา" มาเยือน
ประชาธิปัตย์ "เท่" อีกแล้ว
"ธรรมนัสกับจริยธรรม"
เมื่อ"เสือโทนี่"เป็น"อีแร้ง"