พาณิชย์ปูพรมลงพื้นที่ช่วยยกระดับ'โชห่วย'เป้าหมาย3,500 ราย


เพิ่มเพื่อน    

 

25 มี.ค. 2564 นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯ จะร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร ลงพื้นที่ให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการโชห่วยท้องถิ่น ภายใต้กิจกรรม “พัฒนาศักยภาพร้านค้าปลีกสู่การเป็นสมาร์ทโชห่วย” ระหว่างเดือนเม.ย.-ก.ย.2564 ครอบคลุมทั้ง 4 ภาคของประเทศ โดยพิจารณาจากจังหวัดที่มีร้านค้าที่สมัครเข้าร่วมโครงการสมาร์ทโชห่วยกับกรมฯ ในปี 2563 เป็นจำนวนมาก เช่น เชียงใหม่ ลพบุรี ฉะเชิงเทรา ปทุมธานี ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี หนองบัวลำภู สงขลา พังงา เป็นต้น และได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายไว้จำนวน 3,500 ราย

ทั้งนี้ ในการลงพื้นที่ จะนำผู้เชี่ยวชาญไปให้ความรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองในเรื่องที่มีความจำเป็นต่อการประกอบธุรกิจ เรื่องบัญชี ภาษี การปรับปรุงร้านค้าให้มีความทันสมัย สวยงาม สะอาด และมีความสะดวกสบายในการเลือกหาสินค้า เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการภายในร้าน รวมถึงสอนเทคนิคการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคละแวกร้านค้าเบื้องต้น ซึ่งสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเอง หรืออาศัยลูกหลานที่เป็นคนรุ่นใหม่ในการเก็บข้อมูล เพื่อให้เข้าถึงความต้องการสินค้าของลูกค้าอย่างแท้จริง ก่อนนำสินค้าเข้ามาจำหน่ายภายในร้าน ทำให้ไม่ต้องสต๊อกสินค้าเกินความจำเป็น สินค้าที่ได้รับความสนใจน้อยหรือไม่ได้รับความสนใจเลยก็ไม่จำเป็นต้องนำมาจำหน่าย เป็นการลดต้นทุนการประกอบธุรกิจ ทำให้ร้านค้าโชวห่วยมีสินค้าที่เข้าคอนเซป “ซื้อง่าย ถูกใจ ใกล้บ้าน” ช่วยให้ผู้ประกอบการโชวห่วยท้องถิ่นสามารถแข่งขันได้ในระยะยาว

นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษจากผู้ผลิตและผู้แทนจำหน่าย สินค้าชุมชน การผลักดันให้นำเทคโนโลยี POS มาใช้ และความช่วยเหลือจากสถาบันการเงิน รวมทั้งบริการเสริมเพิ่มรายได้ให้แก่ร้านค้าโชห่วย เช่น ตู้น้ำดื่ม ตู้เติมเงิน และการบริการจัดส่งสินค้า (เดลิเวอรี) เป็นต้น   

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กรมฯ ได้มีการนำเทคโนโลยี ระบบการเรียนออนไลน์มาเสริมเข้ากับกิจกรรมพัฒนาศักยภาพ โดยได้จัดหลักสูตร e-learning “จากร้านธรรมดา มาเป็น สมาร์ทโชห่วย” ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการบริหารจัดการร้านค้าปลีก บัญชี กฎหมายและภาษีที่เกี่ยวข้องกับร้านค้าโชวห่วย ความยาว 3 ชั่วโมง โดยเมื่อเรียนจบหลักสูตร ผู้ประกอบการจะได้รับประกาศนียบัตรออนไลน์ และคู่มือความรู้ 3 เล่ม โดยผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเรียนได้ฟรีที่ dbdacademy.dbd.go.th

นายทศพลกล่าวว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ทั้งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนละครึ่ง เราชนะ และม33เรารักกัน ทำให้มีผู้สนใจเปิดร้านค้าโชวห่วยเพิ่มขึ้นจำนวนมาก และกระตุ้นให้มูลค่าการตลาดของธุรกิจค้าส่งค้าปลีกไทยเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยมีมูลค่าสูงถึง 2 ล้านล้านบาทในปี 2563 และคาดว่าในปี 2564 จะมีมูลค่าที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น จึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับร้านโชวห่วยท้องถิ่น ที่จะเร่งพัฒนาร้านค้าและนำระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วยกระตุ้นยอดขาย ลดต้นทุน โดยมั่นใจว่ารัฐบาลจะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับพื้นฐาน

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีผู้ประกอบการธุรกิจค้าส่งค้าปลีกโชห่วยขนาดกลาง จำนวน 18,735 ร้านค้า และ      โชห่วยขนาดเล็กประมาณ 400,000 ร้านค้า


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.