
การท่องเที่ยวเป็นสาขาเศรษฐกิจสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย เมื่อปี 2562 ไทยมีรายได้เงินตราต่างประเทศที่รับจากค่าท่องเที่ยว (ดุลบริการรับ) 59,810 ล้านดอลลาร์ สรอ.หรือ 1,854,390 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 11.4 ของ GDP อยู่ในเกณฑ์สูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในเอเชีย และเป็นแหล่งจ้างงานสำคัญ ช่วงก่อนโควิดจ้างงานกว่า 4 ล้านคน จ้างงานโดยตรงประมาณ 2.5 ล้านคน และทางอ้อม 2 ล้านคน ธุรกิจภาคบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวโดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมและสายการบินได้รับผลกระทบรุนแรง จากมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ ประกอบกับนักท่องเที่ยวในประเทศไม่สามารถทดแทนได้ ทำให้กระทบความสามารถการชำระหนี้ของภาคธุรกิจดังกล่าว
ธปท.ออกมาตรการช่วยลูกหนี้ผ่านสถาบันการเงิน เลื่อนการชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 6 เดือน ผ่อนปรนการชำระเงินต้นและดอกเบี้ย อีกประมาณ 3 เดือน ถึงสิ้นปี 2563 เพื่อเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ตามสถานะลูกหนี้ โดยคงสถานะลูกหนี้ไม่เป็นหนี้เสีย (NPL) และพร้อมเปิดให้ลูกหนี้ขอเลื่อนการชำระหนี้ต่อได้ถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2564
อย่างไรก็ดีภาคบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเป็นสาขาเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้าที่สุด เพราะสถานการณ์โควิด ในประเทศต้นทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มรุนแรงและยึดเยื้อ ทำให้ไทยเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ช้าและจำกัดกว่าที่คาด แม้มีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดในประเทศท่องเที่ยวหลักแล้ว แต่การฉีดวัคซีนถึงระดับมีภูมิคุ้มกันหมู่และสามารถเปิดประเทศโดยไม่ต้องมีเงื่อนไขฉีดวัคซีนและกักตัว น่าจะเป็นช่วงกลางปี 2565 หรือ 2 ปีเศษ จากวันที่ห้ามนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย และคาดว่าจะต้องใช้เวลาอีก 3 - 4 ปี จึงจะกลับสู่ระดับก่อนเกิดโควิด ซึ่งเป็นระยะที่ยาวนานเป็นประวัติการณ์ของธุรกิจประเภทนี้ในไทย ดังนั้นหากไม่มีมาตรการช่วยเหลือพิเศษเป็นการเฉพาะ ธุรกิจส่วนใหญ่มีโอกาสเพียงเล็กน้อยที่จะเอาตัวรอดได้จนถึงวันที่กลับสู่ปกติก่อนช่วงโควิด ธุรกิจส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับความยากลำบาก เข้าสู่ขบวนการบังคับคดี หรือจำหน่ายโรงแรมให้กับนักลงทุนต่างชาติในราคาต่ำ ดังนั้นการบริหารหนี้ธุรกิจดังกล่าวไม่ให้เป็นสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ( NPLs) ต้องมีมาตรการเฉพาะที่มากกว่าการปรับโครงสร้างหนี้ตามปกติ ทั้งนี้ ณ สิ้น ธันวาคม 2563 ยอดคงค้างสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) สินเชื่อภาคบริการของธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อนถึงร้อยละ 48.7 เป็น 41,880 ล้านบาทและสินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษซึ่งบ่งชี้ว่าหากไม่แก้ไขให้ถูกต้องจะเกิดปัญหาได้ก็เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนโควิดถึงร้อยละ 254.3

มาตรการพักทรัพย์ พักหนี้ เป็นทางเลือกของผู้ประกอบการว่า (1) จะใช้การปรับโครงสร้างหนี้ตามปกติเพื่อกำหนดเงื่อนไขการชำระหนี้ใหม่ให้สอดคล้องกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานที่เป็นอยู่และที่คาดการณ์ในอนาคตอันใกล้ของลูกหนี้ โดยเชื่อว่าหากเจรจากับสถาบันการเงินสำเร็จก็เพียงพอที่จะดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่นและไม่มีข้อยุ่งยาก หรือ (2) ผู้ประกอบการที่ประเมินว่าการฟื้นตัวของธุรกิจยังต้องใช้เวลายาวพอสมควร แต่ยังประสงค์ทำธุรกิจต่อ การพักทรัพย์ไว้ที่สถาบันการเงินในราคาโอนที่สามารถตกลงกับสถาบันการเงินได้ ก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะผู้ประกอบการไม่ต้องชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสำหรับหนี้ที่โอนให้สถาบันการเงินไปแล้ว เป็นเวลาถึง 5 ปี รวมทั้งสามารถเช่าทรัพย์สินเดิมมาดำเนินธุรกิจต่อไปได้ และค่าเช่าทรัพย์สินก็น่าจะต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในสัญญาเดิม รวมทั้งยังมีโอกาสขอสินเชื่อใหม่มาฟื้นฟูดำเนินการและเมื่อใกล้สิ้นสุดโครงการ 5 ปี ก็สามารถขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินเพื่อซื้อทรัพย์คืน หรือ (3) ผู้ประกอบการที่มีปัญหาหนักก่อนโควิดและ/หรือระหว่างโควิด เช่น กำลังถูกฟ้องร้องหรือบังคับคดี การพักทรัพย์อาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ หากไม่ขัดกฎเกณฑ์ที่กำลังจะออกมา และหากไม่เข้าข่ายพักทรัพย์ ก็เข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายของการบังคับคดีหรือจำหน่ายทรัพย์ให้กับผู้ที่สนใจต่อไป (4) ผู้ประกอบการที่ไม่ประสงค์ดำเนินกิจการแล้ว จะจำหน่ายให้กับผู้สนใจลงทุนต่อไป
การพักทรัพย์ พักหนี้ช่วยรักษาการจ้างงานของธุรกิจท่องเที่ยว ช่วยไม่ให้กระทบต่อคุณภาพสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลของแรงงาน ในส่วนของสถาบันการเงินมาตรการนี้จะช่วยบรรเทาภาระสถาบันการเงินในการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ อย่างไรก็ดี ควรให้ความรู้ผู้ประกอบการอย่างกระจ่างทั้งมาตรการพักทรัพย์พักหนี้ ความเข้าใจเรื่องปรับโครงสร้างหนี้ว่าสามารถช่วยการดำเนินธุรกิจต่อไปอย่างไร การเตรียมข้อมูล/เอกสาร เป็นต้น
เมื่อพิจารณาเงินสินเชื่อภาคบริการของธนาคารพาณิชย์ไทย ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับธุรกิจท่องเที่ยว ณ สิ้นธันวาคม 2563 มียอดคงค้าง 1,043,594 ล้านบาท สินเชื่อส่วนใหญ่ 74,535 ล้านบาท หรือร้อย 73.7 กระจุกตัวที่กรุงเทพ สำหรับเมืองท่องเที่ยวสำคัญ 5 เมือง ได้แก่ ภูเก็ต ชลบุรี เชียงใหม่ กระบี่ สุราษฎร์ธานีมีสัดส่วนร้อยละ 15 ของสินเชื่อภาคบริการรวม โดยที่การกระจุกตัวของสินเชื่อแต่ละจังหวัดแตกต่างกัน โครงสร้างนักท่องเที่ยวของแต่ละจังหวัดต่างกัน เช่น จังหวัดภูเก็ต พึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นสำคัญ คุณภาพสินเชื่อของผู้ประกอบการแต่ละรายก็ต่างกัน ผู้ประกอบบางแห่งอาจมีปัญหาไม่มีใบอนุญาตดำเนินธุรกิจโรงแรม จึงเชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทยและสถาบันการเงินรวมทั้งผู้เกี่ยวข้อง จะมีแนวทางปฏิบัติออกมาเพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างตรงเป้าทั่วถึงและอยู่รอดได้ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของมาตรการนี้

สมศักดิ์ วงศ์ปัญญาถาวร
มูลนิธินโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมาภิบาล

|
เมื่อวานคุยเล่น เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |
| เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?" |