เชื่อมั่นอุตฯ-ยอดขายรถพุ่ง


เพิ่มเพื่อน    

ส.อ.ท.ปลื้มเชื่อมั่นอุตฯ เดือน ธ.ค.60 ทะลุ 89 สูงสุดในรอบ 35 เดือน ส่งสัญญาณชัด ศก.เริ่มฟื้น แต่ห่วงบาทแข็ง-ค่าแรงขั้นต่ำขยับขึ้น เป็นตัวฉุดความสามารถการแข่งขัน แนะให้เร่งดูแลและหามาตรการรับมือ พร้อมเผยยอดขายรถยนต์เดือน ธ.ค.พุ่งมั่นใจทั้งปีผรถรถได้ 2 ล้านคัน 

นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมไทยเดือน ธ.ค. อยู่ที่ระดับ 89.1 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 87 ในเดือน พ.ย.60 และยังเป็นค่าดัชนีที่สูงสุดในรอบ 35 เดือนนับตั้งแต่ ก.พ.58 ซึ่งมีปัจจัยหลักมาจากในเดือน ธ.ค.ตลาดมีความต้องการสินค้าอุตสาหกรรมดีขึ้น โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับของขวัญและของฝากในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งสะท้อนจากคำสั่งซื้อและยอดขายในประเทศที่ปรับตัวเพิ่ม แต่ทั้งนี้เอกชนยังคงวิตกกับการแข็งค่าของเงินบาทในขณะนี้ รวมถึงการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้น

นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าอยู่ระดับ 102.8 ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเช่นกัน เนื่องจากผู้ประกอบการมั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2561 มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการลงทุนในโครงการพื้นฐานของภาครัฐยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ รวมถึงการลงทุนในระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)  

อย่างไรก็ตาม เอกชนได้เสนอแนะให้รัฐบาลออกมาตรการดูแลค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่ามากเกินไป เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถทางการแข่งขัน รวมถึงกำหนดมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เพื่อช่วยลดต้นทุน เร่งแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำเพื่อสร้างกำลังซื้อเศรษฐกิจฐานราก และเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท.กล่าวว่า เดือน ธ.ค.60 มี ยอดขายรถยนต์ในประเทศ 104,302 คัน เพิ่มขึ้นจาก ธ.ค.59 จำนวน 20.1% สุงสุดในรอบ 4 ปี ซึ่งส่วนหนค่งมาจากการจัดงานมหกรรมรถยนต์ทำให้มียอดจองเพิ่มขึ้น และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์หลุดพ้นจากจุดต่ำสุดแล้ว และจากนี้ไปยอดขายรถยนต์น่าจะปรับตัวสู่ภาวะปกติ     

นอกจากนี้ในปี 2561 คาดว่าจะมีรถรุ่นใหม่ผลิตเพื่อการส่งออกเพิ่มขึ้น จึงประมาณการการผลิตรถยนต์ของสมาชิกกลุ่มในปี 2561 ไว้ที่ประมาณ 2 ล้านคัน มากกว่าปี 2560 ซึ่งมีจำนวน 1,988,823 คันเพิ่มขึ้น 11,177 คันคิดเป็น 0.56% โดยแบ่งเป็นผลิตเพื่อส่งออก 1,100,000 คันเท่ากับ 55% ของยอดการผลิตทั้งหมด ซึ่งลดลงจากปีที่แล้วที่ผลิตได้ 1,126,432 คันเป็นจำนวน 26,432 คันหรือลดลง 2.36% ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศจำนวน 900,000 คันเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่ผลิตได้ 862,391 คันเป็นจำนวน 37,609 คันหรือเพิ่มขึ้น 4.36%

สำหรับการผลิตรถยนต์ในปี 2560 มีทั้งสิ้น 1,988,823 คัน มากกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 1,950,000 คัน คิดเป็น 2% เพิ่มขึ้นจากปี 59 จำนวน 2.28% โดยเป็นการผลิตเพื่อการส่งออกได้ 1,126,432 คัน เท่ากับ 56.64% ของยอดการผลิตทั้งหมดลดลงจากปี 2559 คิดเป็น 3.52% ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศได้ 862,391 คันเท่ากับ 43.36% ของยอดผลิตทั้งหมดเพิ่มขึ้นจากปี 2559 คิดเป็น 11.01%.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"