สังคม 'ยืมเพื่อน' กระเพื่อมอีก


   

        "พลโท คงชีพ ตันตระวาณิชย์" โฆษกกลาโหม บอกเมื่อวาน (๕ ก.พ.๖๑)

      "..............พลเอกประวิตรยังมีกำลังใจและสุขภาพแข็งแรงดี มีจิตใจเข้มแข็ง หนักแน่นและมั่นคง ที่จะทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่เป็นแกนหลักในการดูแลความมั่นคงของประเทศและรักษาความปลอดภัยของสังคมต่อไป"

        ก็...ขอบคุณ

      ขอให้ท่านอยู่เป็นแกนหลักของคน "ใจด้านพอ" ตามที่ชอบๆ ต่อไปก็แล้วกัน

      ๕-๖ กุมภานี้ ทราบว่า ท่านไปร่วมประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน ที่สิงคโปร์

      ก็องอาจสมชายชาติทหารไทยดี

      ถ้าเป็นผมนะ ลองเรื่องนาฬิกาถูกแฉฉาวไปทั้งโลกแบบนี้ ไม่กล้าแบกหน้าไปสบตาใครหรอก!

      ความจริง สำหรับคนวัยมีสัมปรายิกภพเป็นที่หมาย จะยึดถือด้านมโนธรรมสำนึกมาก พูดกันคำ-สองคำ ก็ตระหนักรู้แล้ว

      แต่ถ้าไม่ตระหนัก คนพูด ต้องตระหนักด้าน "วิบากใคร-วิบากมัน" แทน

      ฉะนั้น ผมขอไม่พูดเรื่องนี้อีก!

      ก็มาเมื่อวาน ที่นึกว่าเรื่อง "ยืมเพื่อน-คืนเพื่อน" แล้ว จะมีแต่นิยายชีวิต "พลเอกประวิตร" คนเดียว

      ที่ไหนได้ โผล่มาอีกราย เหมือน "แฝดคนละฝา"!

      ท่านจำเรื่อง "ค้ามนุษย์" ในสถานอาบนวด วิคตอเรีย ซีเครท ได้ใช่มั้ย?

      ดีเอสไอ ร่วมเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง บุกตรวจค้น นอกจากพบอาบนวดบังหน้า อาบนาบบังหลังแล้ว

      ยังพบนำเด็กอายุต่ำกว่า ๑๘ มาบังคับขายกามด้วย!

      ก็จับ "พ่อเล้า" ไปหลายคน

      ต่อมา ศาลอนุมัติหมายจับ "นายกำพล วิระเทพสุภรณ์" และ "นางนิภา วิระเทพสุภรณ์" หรือ ธีระตระกูลวัฒนา ฐานร่วมกันค้ามนุษย์

      นายกำพลผู้นี้.......

      "นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์" อดีตเจ้าของวิคตอเรีย ซีเครท ยืนยันกับตำรวจว่า เป็นผู้รับซื้อกิจการไปจากเขา!

      ขณะนี้ ยังตามตัว "นายกำพล" ไม่พบ

      ดีเอสไอนำบัญชีหลักฐานต่างๆ ไปตรวจสอบเส้นทางเชื่อมโยง "ทางการเงิน" ว่าระโยงระยางไปไหนบ้าง?

      ปรากฏพบ "อดีต ผบ.ตร." นายหนึ่ง มีความเชื่อมโยงทางบัญชีการเงินกับนายกำพล!

      พอบอกว่ามี "อดีต ผบ.ตร." ทุกคนหูผึ่ง.......

      อยากรู้ว่า "เส้นทางการเงิน" อดีต ผบ.ตร.คนไหนนะ ไปสัมพันธ์เส้นทางการเงิน "เจ้าของอาบนาบ" ผู้ต้องหาค้ามนุษย์?

      ติดตามข่าวมาหลายวัน เรื่องก็ตันอยู่แค่นั้น

      นักข่าวไปถาม "พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง" อธิบดีดีเอสไอ ว่าจะเรียกอดีต ผบ.ตร.ที่ว่านั้น มาสอบเมื่อไหร่?

      อธิบดีดีเอสไอ ก็บอก "อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูล"

      ข่าวทำนองนี้ คำคนให้สัมภาษณ์ ไม่น่าสนใจเท่า "แหล่งข่าวกล่าวว่า"

      กรณีนี้เหมือนกัน แหล่งข่าวดีเอสไอ กล่าวว่า.......

      "พบเส้นทางเงินโอนให้กับอดีต ผบ.ตร.ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากตรวจเส้นทางการเงินนายกำพลย้อนหลังกว่า ๑๐ บัญชี พบว่าเงินที่โอนเข้าบัญชีชื่ออดีต ผบ.ตร.ไม่ใช่เงินก้อน ๓๐๐ ล้าน ที่ถูก ปปง.อายัดไว้"

      หากแต่ "เป็นเส้นทางเงินโอนออกจากบัญชีนายกำพลโดยตรง"!

      เนี่ย...เติมกระสันในกระแสอยากรู้หนักขึ้น ว่าอดีต ผบ.ตร.คนนั้น คือใคร?

      พอดีบ่ายวาน (๕ ก.พ.๖๑) เว็บสำนักข่าวต่างๆ รายงานพรึ่บพร้อมกัน

      ขออนุญาตนำจากเว็บข่าวกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ดังนี้

        "พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร.กล่าวว่า รู้จักกับนายกำพลมากว่า ๒๐ ปี จากการแนะนำของเพื่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อนๆ ที่อยู่ในวงการพระเครื่อง

        ก็คบหาเป็นเพื่อนกันมา การคบกันเป็นเพื่อน แน่นอนมีการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

        ผมเคยเดือดร้อน ก็เคยไปขอความช่วยเหลือจากนายกำพลหลายครั้ง

        นายกำพลเคยให้ความช่วยเหลือในเรื่องการเงินแก่ผม ๓-๔ ครั้ง รวมแล้วก็เป็นเงินที่ปรากฏตามข่าว ๓๐๐ กว่าล้าน

        การช่วยเหลือด้านการเงินครั้งนั้น........

        นายกำพลโอนเงินผ่านทางธนาคารเข้าระบบธุรกรรมการเงินอย่างชัดเจน จึงมีเส้นทางการเงินปรากฏว่า

        นายกำพลโอนเงินมาให้ผม

        แต่ในปีเดียวกัน นายกำพลมาขอเงินคืน

        ผมก็ได้มีการคืนเงินให้นายกำพลเรียบร้อยผ่านระบบธุรกรรมการเงินของธนาคาร

        ที่สำคัญ เอกสารต่างๆ เกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน หรือการโอนเงินในระบบของธนาคาร ผมได้รายงานให้  ป.ป.ช.เรียบร้อยแล้วเมื่อ ๓ ปีที่ผ่านมา

        เพราะฉะนั้นแล้ว ธุรกรรมที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับนายกำพล มีจริง

        แต่ผ่านระบบต่างๆ ตามกฎหมาย มีสัญญาถูกต้อง มีการโอนเงิน ใช้เงินชดใช้หนี้สินกันเรียบร้อย

        ผมไม่มีเหตุจำเป็นที่ต้องปกปิด เพราะไม่ได้คิดว่าเงินจำนวนนี้ผิดกฎหมาย

        แต่ถ้าสังคมหรือใครก็ตาม ที่ยังสงสัยว่า เงินที่มาให้ผมยืม หรือมาช่วยเหลือคนก็ดี เป็นเงินที่มาจากทำธุรกิจที่ผิดกฎหมาย

        อันนี้ต้องไปถามคุณกำพล ว่าเขาไปเอาเงินที่ไหนมาให้ผมยืม ผมตอบไม่ได้

        เพราะว่าผมไปยืมเงินใคร ผมคงไม่กล้าไปถามเขาว่า เงินที่คุณเอามาให้ผมยืม คุณไปปล้นเขามาหรือเปล่า หรือคุณไปค้ายาเสพติดมาหรือเปล่า?

        ยืมก็คือยืม ช่วยก็คือช่วย ช่วยแล้วไม่ได้หายไปไหน เงินก็เอากลับไปคืน

        การโอนเงิน การโยกย้ายเงิน อยู่ในระบบของธนาคาร ตรวจสอบได้

        เรื่องนี้ ผมยินดี..........

        พร้อมและเต็มใจที่จะชี้แจงกับหน่วยงานใดๆ ที่อยากจะสอบถามเกี่ยวกับเงินจำนวนดังกล่าว ถ้าได้รับการติดต่อประสานเข้ามา

        ซึ่งผมได้เตรียมเอกสารต่างๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว

        เรื่องนี้คงไม่ยาก เพราะเอกสารต่างๆ ที่ผมมีอยู่ก็คือ ก๊อบปี้เดียวกับที่มีอยู่ที่ ป.ป.ช.

        มันเป็นการแสดงเจตนารมณ์ที่สุจริตว่า เงินจำนวนนี้ ได้มาแล้วก็คืนกลับไป

        ถ้าผมมีเจตนาทุจริตหรือจะปิดบังซ่อนเร้นช่วยเหลือคุณกำพลในทางที่ผิดกฎหมาย

        ผมให้นายกำพลหอบเงินสดมาให้ไม่ดีกว่าหรือ และโอนเป็นชื่อของผมอีกด้วย ผมคงไม่คิดสั้นขนาดนั้น"

        ฮื่อ....

      เมื่อ พล.ต.อ.สมยศ ยืดอก "อดีต ผบ.ตร." ที่ว่านั้น คือตัวเขา ชาวบ้าน-ชาวเมือง ก็ร้อง

      อ้อ....คนนี้ หายข้อง!

      อดีต ผบ.ตร.คนอื่นๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่ ก็คงโล่งอกไปด้วย เมื่อตัวตนปรากฏ

      ลีลามันมาพ้องกันได้เหลือเชื่อจริงๆ

      พลเอกประวิตร ก็ยืมนาฬิกาเพื่อนวนกันใส่ และคืนไปหมดแล้ว

      พล.ต.อ.สมยศ ก็ยืมเงินเพื่อนวนกันใช้ และคืนไปหมดเแล้วเหมือนกัน!

      ต่างกันนิดเดียว........

      เพื่อนพลเอกประวิตรเป็น "เพื่อนแต่สมัยนักเรียน" และเพื่อนตายไปแล้ว

      ส่วนเพื่อน พล.ต.อ.สมยศ รู้จักกันในขณะที่ฝ่ายหนึ่งเป็นตำรวจ เดือดร้อนเรื่องเงิน ก็ไปพึ่งพาอีกฝ่ายที่เป็นเจ้าของอาบนวด

      เพื่อนยังมีชีวิตอยู่ แต่ตอนนี้ ไม่รู้หนีคดีไปหลบอยู่ไหน?

      แต่อดีต ผบ.ตร.สมยศ ท่านยืนยันหนักแน่นว่า.........

      เงินที่ว่านั้น "ยืมมา-คืนไป" ทุกอย่างสุจริต โปร่งใส มีเอกสาร-หลักฐาน ยืนยันครบถ้วน-ถูกต้อง!

      ฟังอย่างนี้แล้ว พ.ต.อ.ไพสิฐ อธิบดีดีเอสไอ คงไม่เกรงๆ กล้าๆ ที่จะเรียก พล.ต.อ.สมยศไปสอบ เพื่อเรื่องที่อมพะนำ จะได้จะแจ้ง

      พล.ต.อ.สมยศ พูดน่าคิด ทั้งด้านสังคม และด้านกฎหมาย

      คือประเด็นที่บอกว่า.....

      "ผมไปยืมเงินใคร ผมคงไม่กล้าไปถามเขาว่า เงินที่คุณเอามาให้ผมยืม คุณไปปล้นเขามาหรือเปล่า  หรือคุณไปค้ายาเสพติดมาหรือเปล่า

        ยืมก็คือยืม ช่วยก็คือช่วย ช่วยแล้วไม่ได้หายไปไหน เงินก็เอากลับไปคืน

        การโอนเงิน การโยกย้ายเงิน อยู่ในระบบของธนาคาร ตรวจสอบได้"

        ประเด็นนี้ แหลมคม.......

      น่าที่ฝ่ายสังคมและฝ่ายกฎหมาย จะออกมาทำความเข้าใจเพื่อยึดเป็นมาตรฐานปฏิบัติ

        ยืมคือยืม ไม่จำเป็นต้องรับรู้ฐานที่มาของเงิน ว่าเขาไปปล้นมา ค้ายามาหรือเปล่า ยืมแล้วคืน ก็จบ

      เหมือนตำรวจ ผู้รักษากฎหมาย ยืมเงินเจ้าของสถานบริการกาม ซึ่งธุรกิจเทาๆ คาบเส้นกฎหมาย

      ยืมแล้วใช้คืน ก็จบ ไม่ต้องไปสนใจรับรู้ฐานที่มาของเงิน

      อย่างนี้.........

      ถูกต้องทั้งกฎหมายและจริยธรรมแล้ว!?

      พล.ต.อ.สมยศ ตอนนี้เป็น "นายกสมาคมฟุตบอลฯ" ความจริงเป็นนายตำรวจที่โด่งดังคนหนึ่ง

      ก่อนเกษียณ ก็ดังรณรงค์ให้เปิดกาสิโนในไทย

      มาเป็นนายกฟุตบอล ตัวท่านเงียบ ความคึกคักวงการฟุตบอลไทยก็เงียบ

      กลับมาดังอีกครั้ง วงการฟุตบอลไม่ดัง.......

       แต่ตัวท่านดัง เรื่องยืมเงินเพื่อนที่ชื่อ "กำพล" เจ้าของวิคตอเรีย ซีเครท "ค้ามนุษย์" นี่แหละ.


มวลชนบริสุทธิ์?ถามจริงเชื่อกันหรือเปล่าว่ากลุ่มนักศึกษาที่ออกมาตะโกน อยากเลือกตั้ง คือมวลชนบริสุทธิ์ ไม่มีใครชักใยอยู่เบื้องหลัง

'สะท้อนกรรมจากอริยสงฆ์'
ปีแห่ง "โชคลางกระถางแตก"
ว่าด้วยกินและเที่ยว 'ตรุษจีน'
'หมอธี...บนทางคิดจริยธรรม'
'ไซด์ไลน์' ภาคสังคมจริยธรรม
ประชาธิปไตยกลับหัว