บันทึกจับกุม 'เผื่อหลุดลอย'


   

      ทำท่าเอากันจริงจัง..........

      กับคดี "ล่าสัตว์ทุ่งใหญ่นเรศวร" ของนายเปรมชัย กรรณสูต!

      วันนี้ ไม่คุย เพียงอยากบอก

      อย่าเป็นแบบคดี "บอส-ทายาทกระทิงแดง" ที่ขับรถชนตำรวจตายก็แล้วกัน

      ขึ้นต้น ผู้รักษากฎหมาย สยายปีกเป็นพญาหงส์

      แต่ลงท้าย จากพญาหงส์..........

      กลายเป็นพญา.......(เติมเอาตามชอบ)!

      สังคมไทย "มาแรง-ไปเร็ว" คดีเปรมชัยนี่เหมือนกัน แรกๆ สังคมจะแรง สักพักก็จะลืม

      ผมห่วง "คุณวิเชียร ชิณวงษ์".........

      กับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ที่ร่วมกันจับ "นายเปรมชัย" เท่านั้นแหละ

      ตอนนี้ ประชาชนชื่นชม ก็จะอยู่ในฐานะ "ข้าราชการตัวอย่าง"

      พอเสียงชมประชาชนเลือนไป

      ผมละหวั่นใจ.........

      คุณวิเชียรกับคณะ จะกลายเป็น "ข้าราชการหัวเน่า" ที่บรรดาเจ้านาย จ้องเอาปูนหมายหัวไว้แล้ว!

      นายเปรมชัยบอก "จะแก่ตายอยู่แล้ว ขอมาสักครั้ง" นั้น จริงหรือ ที่นายเปรมชัย ไม่เคยเข้าป่าล่าสัตว์มาก่อนเลย?

      เอาไว้คุยวันหลัง.........

      ส่วนวันนี้ เพื่อเป็นฐานในการตามเรื่องได้ถูกต้อง ผมจะเก็บความจาก "บันทึกการจับกุม" ของเจ้าหน้าที่มาให้อ่านกัน ดังนี้

      บันทึกการจับกุม/ตรวจยึด

      บันทึกที่สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ตำบลชะแล อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

      วันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2561

      บันทึกฉบับนี้ ทำขึ้นเพื่อเป็นหลักฐานแสดงว่า

      ระหว่าง 4-6 ก.พ.61 คณะเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ออกตรวจโดยใช้จักรยานยนต์ เส้นทางหน่วยพิทักษ์ป่ามหาราช-หน่วยพิทักษ์ป่าทิคอง

      13.00 น.ถึงบริเวณลำห้วยปะชิ พบกลุ่มคน 4 คน ชาย 3 หญิง 1 ตั้งแคมป์กางเต็นท์พักแรมอยู่ติดถนนลำลอง ริมลำห้วยปะชิ

      พบมีพิรุธ ส่อพฤติกรรมในทางอาจสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า จึงเข้าสอบถาม-ตรวจสอบ

      จุดที่กางเต็นท์เป็นบริเวณไม่อนุญาตให้พักค้างแรม และเป็นบริเวณมีสัตว์ป่าอาศัยชุกชุม 

      คนในกลุ่มมีอาการมึนเมา ตักเตือนให้หยุดการกระทำเสีย จากนั้นดักซุ่มสังเกตการณ์

      พร้อมแจ้งหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ให้ทราบถึงพฤติกรรม

      04.00 น.ชุดดักซุ่มแจ้งว่า ได้ยินเสียงปืนจากทิศทางแคมป์พักแรม 1 นัด หัวหน้าเขตฯ จึงสั่งชุดสายตรวจส่วนกลางเข้าไปตรวจสอบ

      16.00 น.ถึงจุดตั้งแคมป์ พบชาย 2 หญิง 1

      1) นายเปรมชัย กรรณสูต 2) นายยงค์ โดดเครือ 3) นางนที เรียมแสน (บริเวณจุดเดิม เคยตักเตือนและสั่งให้ย้ายออกไป)

      ตรวจในแคมป์ พบอุปกรณ์จับสัตว์น้ำกองข้างแคมป์ ใช้ผ้าใบคลุมอำพราง     

      นายปิยะพงษ์ สืบเสน หัวหน้าชุดสายตรวจฯ แจ้งให้ทราบว่าพักค้างแรมบริเวณดังกล่าวไม่ได้ ให้ออกจากพื้นที่ทันที แต่นายเปรมชัยต่อรองขอพักค้างแรมในจุดเดิม อ้างใกล้ค่ำ

      และจะไปหานายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก เพื่อเจรจาขอค้างแรมจุดเดิมต่อ

      นายปิยะพงษ์พบคนในกลุ่มหายไป 1 คน จึงส่งสัญญาณให้ชุดสายตรวจฯ ปิดล้อมพื้นที่ตรวจสอบ  โดยได้ยินเสียงปืนดัง 1 นัด

      จากนั้นประมาณ 10 นาที นายเปรมชัยขับรถยนต์ออกจากแคมป์ ไปพบนายวิเชียร

      16.30 น.ตรวจสอบตามทิศทางเสียงปืน พบชายคนหนึ่งถือปืนยาวติดลำกล้องเล็งยอดต้นไม้ ซึ่งมีกระรอกเกาะอยู่  

      ตะโกนบอกให้หยุด จากนั้นเข้าคุมตัว ทราบว่าชื่อ "นายธานี ทุมมาศ" นำตัวไปควบคุมไว้ที่แคมป์ฯ

      ตรวจเส้นทางที่พบนายธานีล่าสัตว์ห่างแคมป์ 400 เมตร พบปลอกกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 20 ใช้ยิงใหม่ๆ หล่นอยู่ที่ถนน 1 นัด

      ห่างไป 15 เมตร ซึ่งอยู่ในห้วยปะชิ เป็นช่วงไม่มีน้ำในลำธาร พบซากเครื่องในสัตว์ป่า สภาพถูกชำแหละใหม่สด ถูกซุกซ่อนอยู่ที่ร่องหิน ภายในร่องลำห้วยปะชิ

      สภาพเครื่องในยังเป็นพวงและมีอวัยวะภายในที่สำคัญ เช่น ลำไส้ ตับ ไต กระเพาะ ปอด อยู่ครบถ้วน

      และใกล้กันยังพบถุงเกลือแกง 2 ถุง ซุกซ่อนอยู่ เป็นถุงเปล่าเกลือถูกนำไปใช้หมดแล้ว

      รวมทั้งกระจุกขนสัตว์ป่าลักษณะใหม่ สีเทาดำหล่นอยู่ห่างกองซากเครื่องในประมาณ 1 เมตร

      18.00 น. 4 ก.พ. นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก นำกำลังเจ้าหน้าที่ฯ สมทบ

      เข้าตรวจแคมป์พัก พบกลุ่มคนอยู่ในแคมป์ 4 คน ดังนี้

      1) นายเปรมชัย กรรณสูต 2) นายยงค์ โดดเครือ 3) นางนที เรียมแสน 4) นายธานี ทุมมาศ

      ได้ตรวจค้นตัวนายธานี ซึ่งถูกควบคุมไว้ก่อนแล้ว พบอาวุธและสิ่งของดังนี้

      1.ปืนที่นายธานีถืออยู่ เป็นปืนยาวขนาด .22 มีกระสุนบรรจุอยู่ 1 นัด ในซองบรรจุกระสุนอีก 1 นัด ลักษณะพร้อมยิง

      2.กล่องเก็บกระสุนปืนขนาด .22 มีกระสุน 64 นัด หัวทองแดง 52 นัด หัวตะกั่ว 22 นัด อยู่ในกระเป๋ากางเกงซ้ายของนายธานี

      3.กระสุนปืนลูกซอง 2 นัด อยู่ในกระเป๋ากางเกงข้างขวา

      4.มีดปลายแหลม 1 ด้าม

      ตรวจค้นพื้นที่เกิดเหตุโดยละเอียด ซึ่งบุคคลทั้งสี่ร่วมนำตรวจ ผลตรวจภายในแคมป์ พบก่อกองไฟเพื่อหุงหาอาหาร โดยมีเครื่องมือ เครื่องใช้ดังนี้

      1.) อุปกรณ์เครื่องครัว เช่น จาน ชาม หม้อ เตาแก๊ส

      2.) ข้าวสารและเครื่องปรุงรส

      3.) ถังใส่น้ำแข็งสำหรับบริโภค 1 ถัง ถังสำหรับแช่เนื้อสด 1 ถัง และถังใส่ของอื่นๆ 3 ถัง

      4.) มีดทำครัว 3 ด้าน มีดเหน็บ 2 ด้าม พลั่วตักดิน 1 อัน และค้อนตอกตะปู 1 อัน

      5) ตรวจพบซากไก่ฟ้าหลังเทา 1 ซาก แช่อยู่ในถังน้ำแข็ง มีแผลถูกยิง เม็ดลูกปรายฝังอยู่ในซากไก่ฟ้าหลังเทา 6 แผล และมีเม็ดกระสุนคาอยู่ 1 เม็ด

      ไก่ฟ้าหลังเทา เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง

      6.) ตรวจพบเนื้อเก้ง ประมาณ 1 กก.แช่ในถังน้ำแข็ง เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง

      7.) ตรวจพบซากสัตว์ถูกนำมาปรุงเป็นอาหาร

      ห่างจากแคมป์ พบปืนยาว 2 กระบอก ซุกซ่อนอยู่ โดยใช้เศษวัชพืชและกิ่งไม้ปิดทับ รายละเอียดดังนี้

      1.) ปืนไรเฟิล ยี่ห้อ STEYR-MANNLICHER-M หมายเลขตัวปืน 021820 ทะเบียนอาวุธ กท. 2850473 ติดลำกล้องเล็งเป้า ยี่ห้อ ZEISS รุ่น DIATAL-ZA 6x42 T

      มีกระสุน 4 นัด ยี่ห้อ WINCHESTER 30-06 SPRG บรรจุอยู่ในซองกระสุน และติดตั้งกับตัวปืนไว้แล้ว ลักษณะพร้อมใช้งาน

      2.) ปืนลูกซองเบอร์ 20 ยี่ห้อ AYAAGURRE&ARANZABAL-MADE IN SPAIN หมายเลขตัวปืน 378 และปรากฏเลขทะเบียนอาวุธปืน กท.4552202 อยู่ที่พานท้าย

      ในรังเพลิงบรรจุกระสุนลูกซองเบอร์ 20 ยี่ห้อ BELLIER & BELLOT 2 นัด ลักษณะพร้อมใช้งาน

      และยังพบกล่องและกระเป๋าสำหรับใส่อาวุธปืนยาว ถูกนำไปซุกซ่อนวางอยู่ติดกันในพงหญ้า ดังนี้........ฯลฯ...........

      ขณะนั้นยามวิกาล ตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุละเอียดไม่ได้ จึงควบคุมพื้นที่ไว้ มิให้ใครเข้าไป แม้เจ้าหน้าที่ก็เข้าไม่ได้

      นำตัวบุคคลทั้ง 4 และของกลาง ไปยังสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ เพื่อดำเนินการขั้นต่อไป

      ขณะนั้น 01.30 น. 5 ก.พ. เส้นทางทุรกันดาร ทำให้เดินทางถึงสำนักงานเขตฯ เวลาประมาณ  02.30 น.

      ตอนเช้า นายวิเชียรนำคณะพนักงานฯ ไปตรวจสอบบริเวณแคมป์พื้นที่เกิดเหตุซ้ำ พบสิ่งของและซากสัตว์เพิ่มเติม ดังนี้

      บริเวณที่ตั้งแคมป์ พบหนังเสือดำลักษณะเป็นผืนทั้งตัว โดยถูกชำแหละเนื้อออกไปแล้ว และผืนหนังเสือดำถูกถนอมซากด้วยการทาเกลือเพื่อมิให้เน่าเสีย

      วัดขนาดความยาวจากหัวถึงสะโพก 83 ซม.ถึงหาง 148 ซม. รวมทั้งพบกะโหลกเสือดำ 1 หัว

      ชิ้นส่วนทั้งหมด ถูกบรรจุอยู่ในถุงดำและมัดปากถุงด้วยเชือก ซุกซ่อนไว้ใต้พุ่มไม้

      ใกล้ๆ กันยังพบกระเป๋าสะพายข้างสีแดง-ดำ ถูกซุกซ่อนโดยใช้เศษหญ้าแห้งปิดคลุม ภายในพบกระสุนปืนลูกซอง ปืนไรเฟิล เข็มขัดกระสุน และนกหวีดเป่าล่อนก

      พบซากเสือดำ 1 ตัว ชำแหละแล้ว และหนังเสือ ที่บรรจุอยู่ในถุงพลาสติก ซุกซ่อนโดยใช้เศษหญ้าปิดคลุม

      พิจารณาแล้ว เห็นว่าพฤติกรรมนายเปรมชัย กับพวกรวม 4 คน กระทำผิดกฎหมายสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ดังนี้

      1.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โดยมิได้รับอนุญาต

      2.ฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาต

      3.ฐานร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากของสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาต 

      4.ฐานร่วมกันพยายามร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยมิได้รับอนุญาต

      5.ร่วมกัน ช่วยกันซ่อนเร้น ช่วยพาเอาไปเสีย หรือรับไว้ด้วยประการใด ซึ่งซากของสัตว์ป่าอันได้มาโดยการกระทำความผิดตามมาตรา 55 แห่ง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535

      6.ร่วมกันนำเครื่องมือสำหรับใช้ในการล่าสัตว์ป่าหรือจับสัตว์หรืออาวุธใดๆ เข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต

      7.ร่วมกันเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต

      8.ฐานร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต 

      9.ความผิดต่อ พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการแจ้งความกล่าวโทษตามฐานความผิดต่อไป

      ได้แจ้งสิทธิขณะจับกุมให้ทราบ ซึ่งนายเปรมชัยและพวกได้รับทราบ และเข้าใจสิทธิดังกล่าวแล้ว

      นายเปรมชัยให้ถ้อยคำต่อคณะพนักงานฯ ผู้จับว่า เป็นประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย

      บริษัทฯ เป็นเจ้าของรถที่ใช้เดินทางมาด้วยกันจากกรุงเทพฯ เข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ

      อาวุธปืนและเครื่องกระสุนเป็นของเขาและทราบถึงกฎหมาย ระเบียบ ประกาศของทางราชการ ในการเข้ามาท่องเที่ยวในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ แล้ว

      นายยงค์ให้ถ้อยคำว่า ทำงานอยู่กับนายเปรมชัยมากว่า 30 ปี จนถึงปัจจุบัน เป็นคนขับรถยนต์

      นายธานีให้ถ้อยคำว่า เป็นเจ้าของร้านอาหารชื่อ ท่าทุ่งนาอยู่ กทม. รู้จักนายเปรมชัยมากว่า 5 ปี

      นางนทีให้ถ้อยคำว่า ทำงานเป็นแม่บ้านให้นายเปรมชัยมากว่า  5 ปี การเข้ามาครั้งนี้เป็นผู้ปรุงอาหารให้ทุกคน

      การจับกุมครั้งนี้ คณะพนักงานฯ ทำตามอำนาจและหน้าที่ มิได้บังคับขู่เข็ญ ประทุษร้ายต่อร่างกายและจิตใจผู้ใด จึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน

      (ลงชื่อ) นายเปรมชัย กรรณสูต ผู้ถูกจับ

      (ลงชื่อ) นายยงค์ โดดเครือ ผู้ถูกจับ

      (ลงชื่อ) นายธานี ทุมมาศ ผู้ถูกจับ

      (ลงชื่อ) นางนที เรียมแสน ผู้ถูกจับ

      (ลงชื่อ) นายวิเชียร ชิณวงษ์ ผู้จับกุม/กล่าวโทษ/บันทึก

      (ลงชื่อ) นายปิยะพงษ์ สืบเสน ผู้ร่วมจับกุม/พยาน

      ตำแหน่งนักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการ

      ทำหน้าที่หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก

      (ลงชื่อ) นายญาณ อ้วนสิงห์ ผู้ร่วมจับกุม

      (ลงชื่อ) นายจิตติ สวัสดิ์สาย ผู้ร่วมจับกุม

      นักวิชาการป่าไม้พนักงานพิทักษ์ป่า ระดับ 2

      (ลงชื่อ) นายประกาสิต มณี ผู้ร่วมจับกุม

      (ลงชื่อ) นายบัญชา ไกรศรีบารมี ผู้ร่วมจับกุม

      ตำแหน่งพิทักษ์ป่าตำแหน่งพิทักษ์ป่า

      (ลงชื่อ) นายศุภกิต พรหมมี ผู้ร่วมจับกุม

      (ลงชื่อ) นายชัยพร สังขโลก ผู้ร่วมจับกุม

      ตำแหน่งพิทักษ์ป่าตำแหน่งพิทักษ์ป่า

     ครับ....ก็เป็นที่น่าสังเกต ในบันทึกจับกุม นายเปรมชัย ไม่ได้แตะต้องอาวุธอะไรเลย!?