สำนึกข้าราชการ 'วิทูรัช ศรีนาม'


   

 

   ๓๒๐ ปี..........
    จากปลายยุค "กรุงศรีอยุธยา"
    ในรัชสมัย "สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๘" หรือ "สมเด็จพระเจ้าเสือ"
    ใน พ.ศ.๒๒๔๑ 
    มี "พันท้ายนรสิงห์" เกิดขึ้น ที่โคกขาม ริมแม่น้ำท่าจีน สมุทรสาคร
    วันนี้ พ.ศ.๒๕๖๑ ห่างกัน ๓๒๐ ปี
    ณ ยุครัตนโกสินทร์...........
    "พันท้ายนรสิงห์" คนที่ ๒ ก็เกิดขึ้น ที่จังหวัดจันทบุรี!
    ๙ ก.พ.๖๑ มีหนังสือราชการฉบับหนึ่ง 
    ส่งถึง "ปลัดกระทรวงมหาดไทย" ความตอนท้าย มีว่า
    "...................เพื่อเป็นการรักษาไว้ซึ่งชื่อเสียงเกียรติยศของวงศ์ตระกูล และตำแหน่งหน้าที่ที่รับผิดชอบ ข้าพเจ้า นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี จึงขอลาออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ ๗  มีนาคม ๒๕๖๑ เป็นต้นไป"
    อืมมมม...ร้ายแรง 
    ความผิดนี้ ต้องร้ายแรง "เกินเยียวยา" จริงๆ     
    ท่านจึง "สำเร็จโทษตัวเอง" ด้วยการ "ลาออกจากราชการ" โดยมิต้องรอให้ใครมากล่าวโทษ
    ลาออกจากราชการ.......
    ไม่ใช่ลา "ออกจากตำแหน่งผู้ว่าฯ" ซึ่งนั่นเท่ากับ นายวิทูรัช ขอ "โทษประหาร"
    "จบชีวิตราชการ" ให้ตัวท่านเอง!
    อะไรคือความผิดพลาด-บกพร่อง จนต้อง "ประหารชีวิตราชการ" ตัวเองขนาดนั้น?
    ก็ได้ความว่า.....
    เมื่อ ๕-๖ ก.พ.ที่ผ่านมา นายกฯ ประยุทธ์นำ ครม.ลงพื้นที่จันทบุรี 
    ก่อนหน้า ท่านผู้ว่าฯ มีหนังสือเป็นคำสั่งทางราชการถึงหน่วยงานต่างๆ ให้เตรียมการต้อนรับ
    "ลงนาม" เสร็จสรรพ เวียนส่งไป
    ปรากฏว่า ข้อความในหนังสือที่เซ็น มีคำหนึ่ง ใช้ "ราชาศัพท์" ในการต้อนรับ มาทราบก็ต่อเมื่อหนังสือนั้น เวียนออกไปแล้ว
    ถึงรีบแก้ไขโดยพลัน........
    แต่ด้วยสำนึกรับผิดชอบคนเป็นข้าราชการที่รับราชการสนองพระเดชพระคุณด้วยสัตย์สุจริต ทั้งของวงศ์ตระกูล และตัวเองเป็นที่ตั้ง 
    อีกทั้งตระหนักด้าน "ผิด-ถูก"
    ที่ต้องประพฤติปฏิบัติให้เป็นแบบอย่าง ทั้งแก่ข้าราชการทั้งมวลและแก่สังคมทั่วไป
    ด้วยจิตสำนึกตระหนัก ความบกพร่องนั้น จึงเป็นผิด "ปักติดในใจ" ท่านไม่คลาย
    เมื่อภารกิจต้อนรับคณะ ครม.สัญจรผ่านไปเรียบร้อยแล้ว 
    ท่านจึง "ลาออกจากราชการ"
    แสดงสำนึกและทั้งลงโทษในความผิดพลาด-บกพร่องนั้นทันที!
    ครับ.......นี่แหละ ผมจึงมองว่า
    ท่านผู้ว่าฯ วิทูรัช เป็นเหมือน "พันท้ายนรสิงห์" ในยุคสังคมแล้งจริยธรรมและสำนึกผิด-ชอบ-ชั่ว-ดี!
    ผมเข้าใจ "ระบบงานเอกสาร" คนมีตำแหน่งหน้าที่ ต้อง "ลงชื่อ" ในเอกสารหนังสือ ไม่รู้กี่ร้อย-กี่พันฉบับ ต่อวัน
    จะต้องเซ็นด้วย ตรวจหาคำผิด-คำถูกด้วยทุกวรรค-ทุกคำ ก็ไม่เป็นอันได้ทำงานอะไรให้งอกเงยเป็นมรรค-เป็นผล
    แค่เซ็นหนังสืออย่างเดียว ก็หมดวันแล้ว งานบางตำแหน่ง-หน้าที่ ไม่ต้องทำอื่นเลย 
    เซ็นอย่างเดียวตลอด ๒๔ ชั่วโมง ก็เซ็นไม่หมด!
    ฉะนั้น ผมจึงเข้าใจท่านผู้ว่าฯ หนังสือทางราชการแต่ละฉบับนั้น ต่อให้นายกรัฐมนตรีด้วย
    ก็แค่ "สั่งประเด็น" ลงไป......
    ไม่มีไอ้บ้าที่ไหน จะร่างเอง พิมพ์เอง ตรวจทานเอง เซ็นเองหรอก!
    มันเป็นงานฝ่ายเอกสารหนังสือ จดประเด็นมา ก็ไปร่างตามแบบฟอร์มราชการ เนื้อหาเป็นข้อราชการตามประเด็นที่สั่งนั้นๆ 
    แล้วเสนอขึ้นมาให้เซ็น
    ด้วยระบบงานที่ถูกต้องทั่วไป หนังสือแต่ละเรื่อง-แต่ละแผ่นก่อนมาวางบนโต๊ะให้เซ็น
    แผนกเอกสาร ฝ่ายเลขาฯ ต้องกลั่นกรอง-ตรวจทาน เรียบร้อยแล้ว ไม่ใช่ขี้หมู-ขี้หมาปนมาในชามข้าวนำมาเสิร์ฟ
    แต่ที่มันเกิดผิดพลาดนั่นล่ะ.....
    เป็นความผิดใคร?
    คำตอบ คือ ต้องตัดหัว ตั้งแต่แผนกร่าง-พิมพ์-ตรวจทาน ไปจนถึงฝ่ายเลขาฯ ที่ต้องตรวจซ้ำเพื่อความแน่นอนครั้งสุดท้าย ก่อนเสนอเซ็น
    แต่เมื่อ "ที่ผิด" ผ่านไปถึงท่านผู้ว่าฯ "เซ็นชื่อ" ลงไปแล้ว
    ก็แน่นอนละ.......
    ผู้เซ็น คือ "ผู้ว่าฯ วิทูรัช" ต้องรับผิดชอบ ๑๐๐%!
    นี่แหละที่เขาว่า......
    "นายตายเพราะลูกน้อง"!
    แต่ผมชื่นชมท่านวิทูรัช คำเดียวท่าน "ไม่เกี่ยง-ไม่อ้าง-ไม่โทษ" ใครทั้งสิ้น
    ท่านยืดอกรับ "ความผิดนี้" ข้าพเจ้า "นายวิทูรัช" แต่ผู้เดียว!
    หายากมาก......
    ในยุคนี้-ชั่วโมงนี้ ข้าราชการที่มีจิตสำนึกด้านรับผิดชอบสูง
    "พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา" ผู้เป็นรัฐมนตรีมหาดไทยครับ
    จะยับยั้งไว้ก่อน 
    หรือจะอนุมัติการลาออกเลย ผมไม่ก้าวล่วงดุลยพินิจท่าน 
    เพราะผมเชื่อ ชั่งอย่างอื่น ไม่แน่ว่าท่านจะชั่งได้ชัวร์
    แต่ "ชั่งใจ" กรณีนี้ ผมว่า...ท่านชัวร์!
    พระพุทธองค์ตรัสว่า "เจตนาหัง ภิกขเว กัมมัง วทามิ"
    "ดูกร...ภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวว่าเจตนาคือกรรม"
    แต่ผิดท่านผู้ว่าฯ วิทูรัช เกิดจากพลั้งพลาดในระบบงานเอกสาร 
    คือ กรรมของท่านผู้ว่าฯ มิได้เกิดทั้งจากเจตนาและทั้งจากการกระทำท่านโดยตรง
    หากแต่เกิดจาก "งานในระบบราชการ"
    แต่ท่านก็ไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบ ไม่โยนไปที่คนอื่น แสดงความรับผิดชอบสูงสุดคนเดียว ด้วยการลาออก 
    ผิดอันเป็นโทษอย่างอื่น ถ้ามีนอกเหนือจากนี้ ดูท่านก็ยินดี
    เพื่อยืนยัน ๒ สิ่ง คือ.......
    "ความรับผิดชอบ" ตามตำแหน่ง-หน้าที่
    และสำนึกในความเป็นข้าราชการที่ซื่อสัตย์สุจริตต่อชาติ-พระศาสนา-สถาบันพระมหากษัตริย์ และประชาชน
    เหล่านี้ มิใช่แก้ตัว-แก้ต่าง 
    แต่เห็นว่า กรณีนี้ ไม่อยากใช้คำว่า "บกพร่องโดยสุจริต" แต่ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
    ใครไม่เจอเรื่องอย่างนี้ จะไม่เข้าใจ ท่านผู้ว่าฯ ต้องกินไม่ได้-นอนไม่หลับแน่ 
    จะเฉยก็ไม่ได้ จะแสดงออกอย่างอื่น ก็เคว้งคว้าง ที่ทำได้-นึกได้เฉพาะหน้า ก็มีแต่ "ลาออก" นี้เท่านั้น
    "ลาออก-ไม่ลาออก" ผมว่า เป็นเรื่องทีหลัง
    เร่งด่วน-เฉพาะหน้า คือท่านรัฐมนตรีมหาดไทยและท่านปลัดฯ ควรแนะนำท่านผู้ว่าฯ วิทูรัช 
    ไปขอคำแนะนำจาก ท่านรองนายกฯ "วิษณุ เครืองาม"
    เรื่องอัน "ควรมิควรแล้วแต่จะทรงพระกรุณา" เช่นนี้ ท่านรองฯ วิษณุ จะให้คำแนะนำที่ถูกต้องได้ดีที่สุด
    เรื่องเช่นนี้........
    ทำให้ถูกต้องแบบแผน "ด้วยสำนึก" ไว้เป็นดีที่สุด
    จะถือว่า "ลาออก" คือแสดงสำนึกด้วยรับผิดชอบเพียงพอแล้ว ก็ยังไม่ได้
    ไม่มีอะไรถึงขั้นร้ายแรงที่สุดหรอก จิตสำนึก "กลั่นบริสุทธิ์" จึงรู้สึกว่าร้ายแรง
    รีบทำให้ถูกต้องตามแบบแผนครรลองที่มีอยู่เสีย ยังไม่ถึงขั้นต้องลาออก 
    สังคมยังต้องการ "ข้าราชการ" จิตสำนึกสูงอย่างท่านอยู่!
    ท่านวิทูรัช.......
    ผมดูหน้าท่านจากหนังสือพิมพ์แล้ว ประเมินเบื้องต้นว่า ท่านเป็นข้าราชการดี 
    ท่านไม่ใช่ "ข้าราชการไซด์ไลน์"
    ผมเสียดายท่าน จึงรีบแซงคิว "ซุปหางเสือดำ" มาคุย ถึงช่วยอะไรไม่ได้ ก็ขอให้ท่านรู้ว่า มีผมคนหนึ่งละ ที่เข้าใจ
    "ความบริสุทธิ์แห่งจิต" ของท่าน.
    
 


ถึงกับสะดุ้งเฮือก!"เสี่ยเพ้ง" พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล จะมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยขัดตาทัพพรรคนี้อาการไม่ค่อยดี เหยียบหัวแม่ตีนกันเป็นว่าเล่น

อย่าเลือกตั้งเพราะอยาก
'สะท้อนกรรมจากอริยสงฆ์'
ปีแห่ง "โชคลางกระถางแตก"
ว่าด้วยกินและเที่ยว 'ตรุษจีน'
'หมอธี...บนทางคิดจริยธรรม'
'ไซด์ไลน์' ภาคสังคมจริยธรรม