
ไทยพบผู้ติดโควิด-19 ใหม่ 2,480 ราย เสียชีวิตอีก 37 คน กรมอนามัยเผยน่าห่วง ผลโพลพบคนไทยการ์ดตกวูบ ทั้งเรื่องสวมหน้ากาก-ล้างมือ-เว้นระยะห่าง “สปสช.” ผู้ป่วยโทร.สายด่วนเยอะจนทำให้การแจกยาสะดุด หมอมิ่งขวัญแจงดรามาวัคซีนโมเดอร์นา ยันสถานีบางซื่อมีมาตรฐานไม่ใช้ของหมดอายุ
เมื่อวันศุกร์ที่ 29 ก.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์โรคโควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,480 ราย ทำให้มียอดสะสม 4,586,550 ราย เสียชีวิตรายใหม่ 37 ราย สะสม 31,327 ราย ขณะที่ผู้ป่วยที่อยู่ในระบบการรักษา 24,550 ราย อาการรุนแรง 901 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 447 ราย อัตราครองเตียงระดับ 2-3 อยู่ที่ 17% และมียอดผู้ที่หายป่วยกลับบ้านแล้ว 1,853 ราย ให้มียอดผู้หายป่วยสะสม 2,362,179 ราย ส่วนการฉีดวัคซีนโควิด-19 มียอดสะสม 141,507,957 โดส
นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า โควิด-19 สายพันธุ์ BA.4 และ BA.5 ส่งผลให้มีแนวโน้มผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นนั้น แต่จากผลการสำรวจอนามัยโพลเกี่ยวกับแนวโน้มพฤติกรรมการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค พบว่าในช่วงระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่ พ.ค.-ก.ค. ประชาชนมีพฤติกรรมสวมหน้ากากลดลง จาก 96.1% ในเดือน พ.ค. ลดลงเป็น 94.6% ในเดือน ก.ค. ส่วนการล้างมือ ลดลงจาก 91.5% เป็น 88.1% และการเว้นระยะห่าง ลดลงจาก 84.6% เป็น 78.6% ซึ่งในภาพรวมพบว่าผู้ที่ทำได้ครบทั้ง 3 พฤติกรรม มีแนวโน้มลดลงอย่างมากจาก 82% เป็น 74.1% เท่านั้น
“ในช่วงวันหยุดยาวนี้ คาดว่าในหลายสถานที่ เช่น ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า สถานีขนส่งสาธารณะ และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ จะมีประชาชนไปใช้บริการเป็นจำนวนมาก ผู้ประกอบการจึงต้องเข้มมาตรการป้องกันโรค โดยจัดให้มีจุดบริการล้างมือที่เพียงพอ และดูแลให้มีการระบายอากาศที่ดี ขณะที่ผู้ใช้บริการขอให้สร้างสุขอนามัยที่ดีอย่างสม่ำเสมอด้วยการสวมหน้ากากเมื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่นในสถานที่ที่แออัด มีการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก และไม่สามารถเว้นระยะห่างได้ โดยเฉพาะกลุ่ม 608 และผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ควรสวมหน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธีตลอดเวลาเมื่อต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่น” นพ.สุวรรณชัยกล่าว
ด้าน ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในฐานะโฆษก สปสช. กล่าวถึงกรณี สปสช.จัดระบบสายด่วน 1330 เพื่อเป็นบริการเสริมที่สนับสนุนหน่วยบริการในการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ที่ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบบริการ ทั้งในกลุ่ม 608 และไม่ใช่ 608 ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ค.ว่า มีประชาชนที่ติดเชื้อโควิด-19 โทร.เข้าสู่ระบบเพื่อขอรับยาฟาวิพิราเวียร์ โดยตั้งแต่วันที่ 23 -28 ก.ค. มีการจัดส่งให้ยาให้ผู้ป่วยโควิดแล้ว 2,233 ราย หรือเฉลี่ย 372 รายต่อวัน รวมเป็นยาฟาวิพิราเวียร์ 116,192 เม็ด
ทพ.อรรถพรยอมรับว่า แม้ สปสช. และบริษัท ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด (ปณท.ดบ.) จะได้เร่งส่งยาให้ผู้ป่วยอย่างเต็มที่แล้ว แต่ยังไม่สามารถจัดส่งยาให้ผู้ป่วยได้ทัน ทำให้ยังมีผู้ป่วยส่วนหนึ่งได้รับยาล่าช้า ซึ่ง สปสช.จะรีบจัดส่งยาเพิ่มเติมให้ผู้ป่วยที่รอรับยาตามลำดับรายชื่อที่ได้ลงทะเบียนให้เร็วที่สุด ส่วนกรณีผู้ป่วยกลุ่ม 608 ที่ลงทะเบียนในระบบ 1330 และรอรับยา รวมถึงผู้ป่วยโควิดที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่ม 608 หากมีอาการที่แย่ลง ขอให้รีบเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลหรือหน่วยบริการโดยเร็ว
ทพ.อรรถพรย้ำว่า นอกจากบริการผ่านระบบสายด่วน สปสช. 1330 แล้ว ผู้ป่วยโควิดยังสามารถรับบริการในช่องทางหลัก 3 ช่องทางคือ บริการที่คลินิก/โรงพยาบาล ตามสิทธิสุขภาพของตัวเอง รับบริการแบบ Telemedicine ซึ่งทีมผู้ให้บริการ Telemedicine จะทำการคัดกรองเบื้องต้น หากไม่มีอาการ จะจ่ายยาแล้วติดตามอาการภายใน 24 ชั่วโมง แต่ถ้ามีอาการ จะประสานส่งต่อคลินิก/โรงพยาบาลเพื่อดูแลตามแต่ละการจัดการของโรงพยาบาลบริการที่ร้านยา ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีเขียว สิทธิบัตรทองและสิทธิประกันสังคม โดยรับยารักษาตามอาการ-คำแนะนำการใช้ยาครอบคลุมทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1330 หรือช่องทางระบบออนไลน์ ทั้งไลน์ สปสช. ไลน์ไอดี @nhso หรือ https://lin.ee/zzn3pU6 และเฟซบุ๊ก สปสช. https://www.facebook.com/NHSO.Thailand
วันเดียวกัน กรณีโลกโซเชียลระบุว่าศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อให้บริการวัคซีนโมเดอร์นาที่หมดอายุนั้น พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนังและผู้อำนวยการศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ชี้แจงว่า วัคซีนโมเดอร์นาที่ศูนย์บางซื่อเป็นวัคซีนที่ปลอดภัย มีคุณภาพทุกเข็ม และไม่หมดอายุ โดยข้อมูลบริษัทผู้ผลิตวัคซีนโมเดอร์นาได้ประกาศเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2564 แจ้งปรับขยายวันหมดอายุใหม่จาก 7 เดือนเป็น 9 เดือน การขยายอายุนี้เป็นไปตามหลักวิชาการ ข้อกำหนดตามมาตรฐานการวิเคราะห์ยา มิได้ส่งผลกระทบถึงคุณภาพวัคซีนแต่อย่างใด และในวันที่ 21 ม.ค.2565 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้อนุมัติขยายอายุวัคซีนโมเดอร์นาตามคำขอผู้รับอนุญาต/นำเข้าวัคซีนเป็น 9 เดือน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“กระบวนการทำงานที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ คณะทำงานด้านเภสัชกรรมของสถาบันโรคผิวหนังมีการควบคุมอย่างเข้มงวดทุกขั้นตอน ตั้งแต่การตรวจสอบด้านเอกสารและคุณภาพของวัคซีนทุกขวด ทุกเข็ม หากพบว่าโดสใดที่ผิดมาตรฐาน ก็ส่งทำลายทันที การขนส่งและเก็บรักษาวัคซีนของศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อจะใช้อุปกรณ์ที่ทันสมัย ทำให้สามารถรักษาอุณหภูมิที่ถูกต้องตลอดห่วงโซ่ความเย็นตลอดเวลา ขอเรียนยืนยันให้ความมั่นใจว่า ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อได้รับวัคซีนที่มีคุณภาพ และได้ดูแลเก็บรักษาวัคซีนในทุกโดส ตามมาตรฐานวิธีปฏิบัติอย่างเคร่งครัดทุกขั้นตอนก่อนนำมาให้บริการประชาชนตลอดมา” พญ.มิ่งขวัญระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘หนู’โต้ฝ่ายค้าน บูลลี-โมหจริต
“นายกฯ อนุทิน” ชูโซลาร์ประชาชนเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน ลดพึ่งนำเข้า เดินหน้าลดภาษี E20-B20 หนุนเกษตรกร ย้ำลดภาษี
ซ้อมริ้วขบวนสง่างาม
กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศพระราชพิธีถวายพระเพลิง “สมเด็จพระพันปีหลวง” ในพื้นที่จริงครั้งแรก สมพระเกียรติ ขบวนทหารม้าอิสริยยศฯ 93 ม้า สง่างาม
นิรโทษแลกโหวต! สะพัด‘ทักษิณ’เดินเกม/‘อนุทิน’ลั่นไม่กลัวซักฟอก
สะพัด “ทักษิณ” กดดัน คกก.สันติสุข รับคำร้องนิรโทษกรรม แลกเสียงโหวตซักฟอกอนุทิน-17 รมต. ภูมิใจไทย ขณะที่ “ร.อ.ธรรมนัส” ไม่เล่นด้วย ด้าน “อนุทิน” ลั่นไม่หนีซักฟอก เจอกัน ธ.ค. ยันรัฐบาลเสถียรภาพแน่น ชูบ้านเมืองมาก่อนการเมือง เอาจริงฟ้องแชร์ข่าว “ค่าน้ำชา 7 ล้าน” ย้ำวิจารณ์ผลงานได้แต่กล่าวหาไร้หลักฐานไม่ได้
สั่งพิพัฒน์ดูแล นํ้าท่วมภาคใต้ ถลางสิ้นสุดภัย
“อนุทิน” มอบรองนายกฯ เกาะติดน้ำท่วมใต้ ย้ำประชาชนจะได้รับเงินเยียวยาตามหลักเกณฑ์ประกันภัยพิบัติ
ตั้งเป้าขรก.เออร์ลี3หมื่น ก.พ.ปูดได้เงินก้อน18เท่า
“ปกรณ์” ประกาศเจตนารมณ์ร่วมขับเคลื่อนโครงการ 1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา
อานนท์อ่วมต่อ! คุกอีก2ปี8เดือน รวมขังยาว38ปี
“อานนท์ นำภา” อ่วมอีก คุก 2 ปี 8 เดือน ศาลอาญาฟัน 112 กรณีไปชุมนุมหน้าสำนักงานใหญ่ไทยพาณิชย์

