ขอเปลี่ยนนโยบายแพล็บ เฟซบุ๊กประกาศผ่อนคลายกฎข้อบังคับมาตรฐานชุมชนว่าด้วยคำพูดเกลียดชังยั่วยุใช้ความรุนแรงชั่วคราว โดยต่อไปนี้ผู้ใช้บริการในบางประเทศจะสามารถใช้ถ้อยคำยุยงข่มขู่อาฆาตกับทหารรัสเซียผู้รุกราน หรือแม้แต่ขู่อาฆาต "ปูติน" ได้

รายงานของเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันศุกร์ที่ 11 มีนาคม 2565 กล่าวว่า บริษัท เมตาแพลตฟอร์มส์ ประกาศเปลี่ยนแปลงนโยบายเกี่ยวกับคำพูดที่แสดงความเกลียดชังเป็นการชั่วคราว โดยต่อจากนี้จะอนุญาตให้ผู้ใช้เฟซบุ๊กและอินสตาแกรมในบางประเทศ เรียกร้องให้ใช้ความรุนแรงกับชาวรัสเซียและทหารรัสเซียที่มีส่วนร่วมในการรุกรานยูเครนได้
เมตาระบุในถ้อยแถลงว่า ผลจากการรุกรานยูเครนของรัสเซีย เบตายอมผ่อนปรนรูปแบบการแสดงออกทางการเมืองที่ปกติแล้วจะละเมิดกฎของเรา เช่น คำพูดรุนแรง อาทิ "รัสเซียผู้รุกรานจงพินาศ" แต่ "เรายังคงไม่อนุญาตการเรียกร้องอย่างน่าเชื่อถือให้ใช้ความรุนแรงต่อพลเรือนรัสเซีย"
ในอีเมลที่ชี้แจงต่อรอยเตอร์ เมตากล่าวด้วยว่า จะอนุญาตโพสต์ที่สาปแช่งประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย หรือประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก ของเบลารุส แต่จะต้องไม่มีการอ้างถึงเป้าหมายรายอื่นหรือมีสิ่งบ่งชี้ที่น่าเชื่อถือ 2 อย่าง เช่น พิกัด หรือวิธีการสังหาร
เอเอฟพีกล่าวว่า เมื่อเดือนกรกฎาคม 2564 เฟซบุ๊กก็เคยอนุญาตให้มีข้อยกเว้นเช่นนี้กับโพสต์ที่สาปแช่งอยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เช่น "คาเมเนอีจงพินาศ" ระหว่างที่เกิดการชุมนุมประท้วงในอิหร่านตอนนั้น
การเปลี่ยนแปลงนโยบายชั่วคราวของเฟซบุ๊กจะมีผลกับประเทศ อาร์เมเนีย, อาเซอร์ไบจาน, เอสโตเนีย, จอร์เจีย, ฮังการี, ลัตเวีย, ลิทัวเนีย, โปแลนด์, โรมาเนีย, รัสเซีย, สโลวาเกีย และยูเครน
นับแต่รัสเซียส่งกำลังทหารรุกรานยูเครน แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียกลายเป็นเวทีโต้แย้งหรือระบายความโกรธแค้นของผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ทั่วโลก ทำให้บริษัทผู้ให้บริการต้องหาหนทางจัดการกับประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงเกี่ยวกับสงครามในยูเครน เช่นเมื่อครั้งที่ ส.ว.ลินซีย์ แกรห์ม ของสหรัฐ เรียกร้องให้ลอบฆ่าปูตินระหว่างการให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์และการโพสต์ทางทวิตเตอร์เมื่อวันที่ 3 มีนาคม
รัฐบาลรัสเซียสั่งปิดกั้นเฟซบุ๊กและจำกัดการใช้งานทวิตเตอร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในวันเดียวกับการออกกฎหมายกำหนดโทษจำคุกสื่อที่เผยแพร่ "ข้อมูลเท็จ" เกี่ยวกับกองทัพ
สถานทูตของรัสเซียประจำสหรัฐออกแถลงการณ์ทางทวิตเตอร์ภายหลังปรากฏข่าวการเปลี่ยนนโยบายของเฟซบุ๊ก เรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐหยุด "กิจกรรมสุดโต่ง" ของบริษัทเมตา โดยกล่าวว่า ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมไม่ได้ให้สิทธิ์เจ้าของแพลตฟอร์มเหล่านี้ในการกำหนดเกณฑ์ของความจริง และเสี้ยมให้ประเทศขัดแย้งกัน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตะลึง! อดีตสว. เปิดโปง ‘โรงงานผลิตอวตาร’ ปั่นหัวเด็กทำลายสังคม
นายตวง อันทะไชย อดีตสมาชิกวุฒิสภา (อดีต สว.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า คุณเคยสงสัยหรือไม่ ทำไมเวลาเราท่องโซเชียล เราถึงเห็นกระแสไปในทิศทางเดียวกันจนน่าตกใจ เหมือนโลกทั้งใบถูกฉาบด้วยสีเดียว... วันนี้ผมขออาสาพาคุณไปดูหลังบ้านของสิ่งที่เรียกว่
สเปน คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันต้องสงสัยว่าเป็นกองเรือเงาของรัสเซีย ไปยังท่าเรือโมร็อกโก
ทางการสเปนระบุว่า กำลังคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งเชื่อว่าเป็นของกองเรือเงาของรัสเซีย ที่ประสบปัญหาเครื่องยนต์ขัดข้อง
รัสเซียอันตรายเกลื่อนภูเก็ต ตร.รวบยกแก๊งคอลเซ็นเตอร์-บัญชีม้า
ตำรวจภูเก็ต จับกุมเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ขณะที่ตม.รวบหนุ่มชาวรัสเซีย ตามหมายจับบัญชีม้า
เยอรมนี พร้อมให้การสนับสนุนยูเครนในการหยุดยิง
ในการประชุมสุดยอดระหว่างปารีสและยูเครน นายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ซ ประกาศว่ากองทัพเยอรมนีสามารถช่วยผลักดันให้เกิดการหยุดยิงในยูเครนได้ นอกจากนี้เขายังเรียกร้องไปยังบรรดาชายหนุ่มชาวยูเครนด้วย
ทางการรัสเซียตีตราวงดนตรีพังก์ ‘Pussy Riot’ เป็นองค์กรหัวรุนแรง
ทางการรัสเซีย จัดให้วงดนตรีพังก์เฟมินิสต์ Pussy Riot เป็น “กลุ่มหัวรุนแรง” ศาลในกรุงมอสโกประกาศเมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมาว่า ได้อนุมัติคำร้องจากสำนักงานอัยการให้ “รับรองวงดนตรีพังก์ Pussy Riot ว่าเป็นองค์กรหัวรุนแรง และห้ามดำเนินกิจกรรมใด ๆ ในดินแดนของสหพันธรัฐรัสเซีย” ซึ่งหมายความว่าการติดต่อใด ๆ กับคนกลุ่มนี้ในรัสเซียถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย รวมถึงการ “กดไลก์” ในโซเชียลมีเดียด้วย
มอสโกเดือดที่เคียฟสั่งโจมตีที่พำนักของปูติน แต่เซเลนสกีปัดว่าเป็นเรื่องโกหก
รัสเซียกล่าวหาเคียฟว่าใช้โดรนโจมตีที่พำนักของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน หนึ่งวันหลังจากที่ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีพบกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

