
แผนภูมิเส้นทางชีวิตนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ ที่ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคอนุรักษ์นิยมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม (Photo by Gal ROMA, Valentina BRESCHI, Jonathan WALTER / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม 2565 กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษประกาศว่าเขาจะก้าวลงจากตำแหน่งผู้นำพรรคอนุรักษ์นิยม เพื่อเปิดทางให้มีการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่มาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีคนต่อไป โดยจอห์นสันได้กล่าวแถลงการณ์ด้วยตัวเอง ณ บ้านเลขที่ 10 ดาวน์นิงสตรีท ใช้เวลาประมาณ 6 นาที ซึ่งมีข้อความบางส่วนโดยสรุปดังนี้
- ประเด็นการลาออก -
จอห์นสันกล่าวว่า “เห็นได้ชัดว่าตอนนี้พรรคอนุรักษ์นิยมควรจะมีผู้นำคนใหม่ ซึ่งหมายถึงนายกรัฐมนตรีคนใหม่ด้วยเช่นกัน กระบวนการในการเลือกผู้นำคนใหม่จะเริ่มต้นตั้งแต่ตอนนี้ ส่วนกำหนดการที่แน่ชัดจะประกาศให้ทราบในสัปดาห์หน้า ในวันนี้ผมได้แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ให้เข้ามาทำหน้าที่แทนคนที่ลาออก เพื่อทำงานให้กับประเทศแห่งนี้ต่อไปจนกว่าจะมีผู้นำคนใหม่ก้าวเข้ามา”
- ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ -
จอห์นสันกล่าวว่า “เหตุผลที่ผมต่อสู้อย่างหนักในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาเพื่อนำพาประเทศต่อไป ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพราะทั้งหมดนั้นเป็นงานและหน้าที่ของผม, เป็นภาระผูกพันที่ต้องทำต่อไปตามที่ได้เคยสัญญาไว้หลังเข้ารับตำแหน่งในปี 2562 ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมพยายามโน้มน้าวเพื่อนร่วมงานว่าการเปลี่ยนรัฐบาลยังไม่ควรเกิดขึ้นในเวลานี้ เพราะยังมีงานและภาระอีกมากมายที่ต้องทำให้สำเร็จก่อนส่งต่อ และผมรู้สึกเสียใจที่ไม่ประสบความสำเร็จในการโน้มน้าวกลุ่มคนเหล่านั้น ต้องยอมรับว่า มันเจ็บปวดมากที่ไม่สามารถดำเนินโครงการต่างๆอีกมากมายได้ด้วยตัวเองอีกต่อไป”
- ผลงานที่ผ่านมา -
จอห์นสันกล่าวว่า “ผมภูมิใจอย่างยิ่งกับความสำเร็จของรัฐบาลนี้ ตั้งแต่โครงการเบร็กซิส (Brexit) ที่สำเร็จเป็นรูปธรรม ไปจนถึงการยุติความสัมพันธ์ของเรากับทวีปนี้ที่มีมานานกว่าครึ่งศตวรรษ ซึ่งการทวงคืนอำนาจของประเทศจากการผ่านกฎหมายดังกล่าวผ่านรัฐสภา ทำให้เรามีวันนี้, การรับมือกับการระบาดใหญ่ของโคโรนาไวรัสและการกระจายวัคซีนที่เร็วที่สุดในยุโรป รวมถึงการยกเลิกล็อกดาวน์ก่อนชาติอื่นๆ คือสิ่งที่เราควรภาคภูมิใจ และในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา สหราชอาณาจักรกับบทบาทผู้นำตะวันตกที่ยืนหยัดต่อสู้กับผู้นำรัสเซียที่ก่อสงครามในยูเครน คือเกียรติภูมิที่ยิ่งใหญ่"
- ผู้นำคนต่อไป -
จอห์นสันกล่าวว่า “ในทางการเมืองคงไม่มีใครที่สำคัญมากจนขาดไม่ได้ และระบบการคัดสรรที่ยอดเยี่ยมของเราจะผลิตผู้นำคนต่อไปที่มุ่งมั่นจะนำประเทศนี้ก้าวไปข้างหน้าผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก ไม่ใช่แค่ช่วยให้ผ่านพ้นไปได้ แต่จะเปลี่ยนและปรับปรุงวิธีที่เราทำสิ่งต่างๆให้พัฒนาทุกย่างก้าว”
“และสำหรับผู้นำคนใหม่นั้น ผมขอพูดไว้ตรงนี้เลยว่า ไม่ว่าเขาคนนั้นจะเป็นใครและอยู่ที่ไหน ผมจะให้การสนับสนุนเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”
- ประชาชนชาวอังกฤษ -
จอห์นสันกล่าวถึงประชาชนอังกฤษว่า “ผมรู้ดีว่า คงมีหลายคนที่โล่งใจที่ผมออกจากตรงนี้ไป และอาจมีเพียงไม่กี่คนที่ผิดหวังเช่นกัน แต่ผมต้องการให้พวกคุณรู้ว่า ผมเสียใจแค่ไหนที่ได้ลาออกจากงานที่ดีที่สุดในโลก”
“ผมอยากจะขอบคุณประชาชนชาวอังกฤษสำหรับสิทธิพิเศษอันยิ่งใหญ่ที่พวกคุณมอบให้ผม และผมอยากให้พวกคุณรู้ว่า ตั้งแต่นี้ไปจนกว่าจะมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่เข้ารับตำแหน่ง ผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศจะยังคงดำเนินต่อไปโดยรัฐบาล”
- ประชาชนชาวยูเครน -
จอห์นสันกล่าวถึงประชาชนยูเครนว่า "ผมมั่นใจว่าทุกคนในสหราชอาณาจักรจะสนับสนุนการต่อสู้เพื่ออิสรภาพของพวกคุณต่อไปตราบเท่าที่จำเป็น"
- สรุปส่งท้าย -
จอห์นสันสรุปแถลงการณ์ของเขาว่า “การได้เป็นนายกรัฐมนตรีเปรียบเหมือนการได้รับการศึกษา ผมมีโอกาสได้เดินทางไปทุกหนทุกแห่งของสหราชอาณาจักร และพบว่านอกจากความสวยงามของธรรมชาติแล้ว ยังมีผู้คนจำนวนมากที่มีความคิดริเริ่มดีๆให้กับประเทศแห่งนี้ และเต็มใจที่จะร่วมมือจัดการกับปัญหาทุกรูปแบบซึ่งบางครั้งอาจดูมืดมน แต่เชื่อว่าอนาคตของพวกเราทุกคนจะสว่างไสวอยู่เสมอ".
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม 2565 กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษประกาศว่าเขาจะก้าวลงจากตำแหน่งผู้นำพรรคอนุรักษ์นิยม เพื่อเปิดทางให้มีการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่มาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีคนต่อไป โดยจอห์นสันได้กล่าวแถลงการณ์ด้วยตัวเอง ณ บ้านเลขที่ 10 ดาวน์นิงสตรีท ใช้เวลาประมาณ 6 นาที ซึ่งมีข้อความบางส่วนโดยสรุปดังนี้
- ประเด็นการลาออก -
จอห์นสันกล่าวว่า “เห็นได้ชัดว่าตอนนี้พรรคอนุรักษ์นิยมควรจะมีผู้นำคนใหม่ ซึ่งหมายถึงนายกรัฐมนตรีคนใหม่ด้วยเช่นกัน กระบวนการในการเลือกผู้นำคนใหม่จะเริ่มต้นตั้งแต่ตอนนี้ ส่วนกำหนดการที่แน่ชัดจะประกาศให้ทราบในสัปดาห์หน้า ในวันนี้ผมได้แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ให้เข้ามาทำหน้าที่แทนคนที่ลาออก เพื่อทำงานให้กับประเทศแห่งนี้ต่อไปจนกว่าจะมีผู้นำคนใหม่ก้าวเข้ามา”
- ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ -
จอห์นสันกล่าวว่า “เหตุผลที่ผมต่อสู้อย่างหนักในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาเพื่อนำพาประเทศต่อไป ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพราะทั้งหมดนั้นเป็นงานและหน้าที่ของผม, เป็นภาระผูกพันที่ต้องทำต่อไปตามที่ได้เคยสัญญาไว้หลังเข้ารับตำแหน่งในปี 2562 ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมพยายามโน้มน้าวเพื่อนร่วมงานว่าการเปลี่ยนรัฐบาลยังไม่ควรเกิดขึ้นในเวลานี้ เพราะยังมีงานและภาระอีกมากมายที่ต้องทำให้สำเร็จก่อนส่งต่อ และผมรู้สึกเสียใจที่ไม่ประสบความสำเร็จในการโน้มน้าวกลุ่มคนเหล่านั้น ต้องยอมรับว่า มันเจ็บปวดมากที่ไม่สามารถดำเนินโครงการต่างๆอีกมากมายได้ด้วยตัวเองอีกต่อไป”
- ผลงานที่ผ่านมา -
จอห์นสันกล่าวว่า “ผมภูมิใจอย่างยิ่งกับความสำเร็จของรัฐบาลนี้ ตั้งแต่โครงการเบร็กซิส (Brexit) ที่สำเร็จเป็นรูปธรรม ไปจนถึงการยุติความสัมพันธ์ของเรากับทวีปนี้ที่มีมานานกว่าครึ่งศตวรรษ ซึ่งการทวงคืนอำนาจของประเทศจากการผ่านกฎหมายดังกล่าวผ่านรัฐสภา ทำให้เรามีวันนี้, การรับมือกับการระบาดใหญ่ของโคโรนาไวรัสและการกระจายวัคซีนที่เร็วที่สุดในยุโรป รวมถึงการยกเลิกล็อกดาวน์ก่อนชาติอื่นๆ คือสิ่งที่เราควรภาคภูมิใจ และในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา สหราชอาณาจักรกับบทบาทผู้นำตะวันตกที่ยืนหยัดต่อสู้กับผู้นำรัสเซียที่ก่อสงครามในยูเครน คือเกียรติภูมิที่ยิ่งใหญ่"
- ผู้นำคนต่อไป -
จอห์นสันกล่าวว่า “ในทางการเมืองคงไม่มีใครที่สำคัญมากจนขาดไม่ได้ และระบบการคัดสรรที่ยอดเยี่ยมของเราจะผลิตผู้นำคนต่อไปที่มุ่งมั่นจะนำประเทศนี้ก้าวไปข้างหน้าผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก ไม่ใช่แค่ช่วยให้ผ่านพ้นไปได้ แต่จะเปลี่ยนและปรับปรุงวิธีที่เราทำสิ่งต่างๆให้พัฒนาทุกย่างก้าว”
“และสำหรับผู้นำคนใหม่นั้น ผมขอพูดไว้ตรงนี้เลยว่า ไม่ว่าเขาคนนั้นจะเป็นใครและอยู่ที่ไหน ผมจะให้การสนับสนุนเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”
- ประชาชนชาวอังกฤษ -
จอห์นสันกล่าวถึงประชาชนอังกฤษว่า “ผมรู้ดีว่า คงมีหลายคนที่โล่งใจที่ผมออกจากตรงนี้ไป และอาจมีเพียงไม่กี่คนที่ผิดหวังเช่นกัน แต่ผมต้องการให้พวกคุณรู้ว่า ผมเสียใจแค่ไหนที่ได้ลาออกจากงานที่ดีที่สุดในโลก”
“ผมอยากจะขอบคุณประชาชนชาวอังกฤษสำหรับสิทธิพิเศษอันยิ่งใหญ่ที่พวกคุณมอบให้ผม และผมอยากให้พวกคุณรู้ว่า ตั้งแต่นี้ไปจนกว่าจะมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่เข้ารับตำแหน่ง ผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศจะยังคงดำเนินต่อไปโดยรัฐบาล”
- ประชาชนชาวยูเครน -
จอห์นสันกล่าวถึงประชาชนยูเครนว่า "ผมมั่นใจว่าทุกคนในสหราชอาณาจักรจะสนับสนุนการต่อสู้เพื่ออิสรภาพของพวกคุณต่อไปตราบเท่าที่จำเป็น"
- สรุปส่งท้าย -
จอห์นสันสรุปแถลงการณ์ของเขาว่า “การได้เป็นนายกรัฐมนตรีเปรียบเหมือนการได้รับการศึกษา ผมมีโอกาสได้เดินทางไปทุกหนทุกแห่งของสหราชอาณาจักร และพบว่านอกจากความสวยงามของธรรมชาติแล้ว ยังมีผู้คนจำนวนมากที่มีความคิดริเริ่มดีๆให้กับประเทศแห่งนี้ และเต็มใจที่จะร่วมมือจัดการกับปัญหาทุกรูปแบบซึ่งบางครั้งอาจดูมืดมน แต่เชื่อว่าอนาคตของพวกเราทุกคนจะสว่างไสวอยู่เสมอ".
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยอดผู้ป่วยโรคไข้กาฬหลังแอ่นในอังกฤษลดลงแล้ว
หลังจากเกิดการระบาดของโรคไข้กาฬหลังแอ่นทางตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย จำนวนผู้ป่วยก็เริ่มลดลงหน่วยงานสาธารณสุขของสหราชอาณาจักร (UKHSA) ได้แก้ไขตัวเลขผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันและผู้ต้องสงสัยติดเชื้อลดลงในวันอาทิตย์ จาก 34 ราย เหลือ 29 ราย ทำให้มีผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยัน 20 ราย และผู้ต้องสงสัย 9 ราย
รัฐบาลเตือนเฝ้าระวัง ‘ไข้กาฬหลังแอ่น’ ใกล้ชิดพบป่วยในไทย 5 ราย
รัฐบาลเตือนเฝ้าระวัง ‘ไข้กาฬหลังแอ่น’ ใกล้ชิด หลังพบระบาดในอังกฤษ เผยพบผู้ป่วยในไทยเสียชีวิต 3 ราย
'Monomax'แจกทริปแดงเดือด พาบุกถิ่นผีเชียร์'แมนฯยู-ลิเวอร์พูล' สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่อังกฤษ
Monomax แพลตฟอร์มหลักในการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและเอมิเรตส์เอฟเอคัพตลอด 6 ฤดูกาล ตอกย้ำประสบการณ์คอบอลตัวจริง เปิดแคมเปญเอ็กซ์คลูซีฟแห่งปี “CHEER TO THE MAX TRIP VOL.2 : RED MATCH” มอบโอกาสให้สมาชิกแพ็กเกจ Monomax Standard ลุ้นเป็น 1 ใน 5 ผู้โชคดีสร้างโมเมนต์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่แฟนบอลห้ามพลาด! บินลัดฟ้าสัมผัสบรรยากาศ “ศึกแดงเดือด” ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ ลิเวอร์พูล แบบใกล้ชิดติดขอบสนามโอลด์แทรฟฟอร์ด ณ เมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ในวันที่ 2 พฤษภาคม 2569
'อ.ไชยันต์' ยกเคสบัตรเลือกตั้งอังกฤษ มีบาร์โค้ด 'ไม่ลับ' ทางทฤษฎี
ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง "บัตรเลือกตั้งอังกฤษก็มี barcode ไม่ลับทางทฤษฎี (วิษณุ เครืองาม) แต่สืบถึงตัวสุดยาก" โดยระบุว่า
'ทรัมป์' วิจารณ์การที่อังกฤษส่งคืนหมู่เกาะชาโกสให้แก่ประเทศมอริเชียสว่าเป็นเรื่อง 'โง่'
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วิจารณ์ข้อตกลงระหว่างอังกฤษและมอริเชียสเกี่ยวกับการคืนหมู่เกาะชาโกส ซึ่งมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ว่าเป็น “เรื่องโง่เขลา”

