'ฮุน เซน' สั่งทำลายอาวุธมะกัน ตอบโต้คว่ำบาตรอาวุธ

นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของกัมพูชา ออกคำสั่งเมื่อวันศุกร์ ให้กองทัพทำลายอาวุธยุทโธปกรณ์ของสหรัฐหรือนำไปเก็บเข้ากรุ ตอบโต้ที่รัฐบาลสหรัฐห้ามการขายอาวุธแก่กัมพูชา โดยอ้างความวิตกกังวลด้านสิทธิมนุษยชนและความใกล้ชิดกับจีน

เอเอฟพีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 10 ธันวาคม 2564 ว่ากระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐประกาศใช้มาตรการห้ามค้าอาวุธต่อกัมพูชาเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เพื่อจำกัดกองทัพและหน่วยข่าวกรองของกัมพูชาไม่ให้เข้าถึงสิ่งของและบริการทางทหารของสหรัฐ คำแถลงอ้างความวิตกกังวลด้านสิทธิมนุษยชนและการคอร์รัปชันในกัมพูชา รวมถึงกิจกรรมของจีนในประเทศนี้

นายกฯ ฮุน เซน ตอบโต้ด้วยการปรามาสคุณภาพของอาวุธและยุทโธปกรณ์ของสหรัฐ และว่า เขาได้สั่งให้ทุกหน่วยของกองทัพทบทวนบัญชีอาวุธและสิ่งของทางทหารที่กัมพูชามีอยู่ทันที "(เรา) ต้องเรียกเก็บอาวุธและสิ่งของทางทหารของสหรัฐทั้งหมดที่มี เอาไปเก็บในโกดังหรือทำลายทิ้งซะ" ผู้นำกัมพูชาโพสต์ลงเฟซบุ๊กเมื่อวันศุกร์

เขากล่าวอีกว่า การห้ามอาวุธของสหรัฐเป็นข้อความเตือนถึงชาวกัมพูชารุ่นต่อไปที่จะนำพารัฐบาล ว่าถ้าหากพวกเขาต้องการภาคการป้องกันประเทศที่เป็นอิสระ ก็อย่าได้ใช้อาวุธของสหรัฐ

ฮุน เซน อ้างด้วยว่ามีหลายประเทศใช้อาวุธของสหรัฐแล้วแพ้สงคราม เช่นอัฟกานิสถาน

เมื่อเดือนพฤศจิกายน รัฐบาลสหรัฐเพิ่งสั่งคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกัมพูชา 2 คน โดยกล่าวหาว่าคอร์รัปชัน โดยโยงถึงฐานทัพเรือเรียมที่สหรัฐให้ทุนก่อสร้าง

รัฐบาลกัมพูชารื้อทำลายอาคารในฐานทัพเรือของกัมพูชาในอ่าวไทยแห่งนี้ แต่ฮุน เซน ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของจีน ยืนกรานปฏิเสธว่ารัฐบาลของเขาจะให้ทหารจีนใช้ฐานทัพ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ทรัมป์' เผยช่วยนักบิน F-15 ออกจากอิหร่านได้แล้ว

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ว่า นักบินชาวอเมริกันคนที่สองที่เครื่องบินตกในอิหร่านได้รับการช่วยเหลือจากกองทัพสหรัฐฯ แล้ว และ "ปลอดภัยดี"

คลิปหลุด! 'ทรัมป์' ทำสงครามจะเอาน้ำมันอิหร่าน ทุ่มงบฯจนไม่เหลือเงินดูแลเด็กและเฮลท์แคร์ ถ้าเป็น 'กษัตริย์' จบไปแล้ว

สยามทาวน์ยูเอส สื่อภาษาไทยในลอสแอนเจลิส รายงานว่าทำเนียบขาวพลาดใหญ่หลวง อัปโหลดคลิปคำปราศรัยของทรัมป์กับ “คนวงใน” ในงานเลี้ยงที่ไม่ให้สื่อเข้าร่วม เห็นภาพ “วิกฤตภายใน” จากน้ำมือทรัมป์ชัดเจน

ผู้ขับขี่รถยนต์ในยุโรปต่างตกใจกับราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งสูงขึ้น

ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้นกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ทั่วทวีปยุโรปนับตั้งแต่เริ่มสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพึ่งพาพลังงานนำเข้าของทวีปนี้ และความสำคัญที่ยังคงมีอยู่ของดีเซลในตลาดรถยนต์