เควิน แมคคาร์ธีถูกพรรครีพับลิกันโหวตออกจากการดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ในการก่อกบฏครั้งประวัติศาสตร์อันโหดร้ายของสมาชิกฝ่ายขวาจัดที่ไม่พอใจการที่เขาไปร่วมมือกับพรรคเดโมแครต

เควิน แมคคาร์ธี อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ (กลางภาพ) จากพรรครีพับลิกัน เดินออกจากสภาฯหลังถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม (Photo by Mandel NGAN / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพุธที่ 4 ตุลาคม 2566 กล่าวว่า เควิน แมคคาร์ธี กลายเป็นอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรแห่งสหรัฐอเมริกาไปเสียแล้ว ภายหลังสมาชิกในพรรครีพับลิกันของตนเอง ลงมติให้เขาพ้นจากตำแหน่ง
การถอดถอนประธานสภาในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 234 ปีของสภาผู้แทนราษฎร โดยหัวหอกสำคัญได้แก่กลุ่มหัวรุนแรงฝ่ายขวาจัดของพรรคฯจำนวนหนึ่ง
อดีตประธานสภาฯวัย 58 ปีรายนี้ซึ่งไม่ได้แสดงความคิดเห็นในขณะที่เขาเดินออกจากสภา ได้จุดชนวนความโกรธเกรี้ยวในหมู่สมาชิกพรรคอนุรักษนิยม เมื่อเขาผลักดันกฏหมายของรัฐบาลไบเดนในการหยุดภาวะชัตดาวน์ของประเทศเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
เดิมทีคะแนนเสียงของพรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนฯมีไม่มากพอที่จะขับแมคคาร์ธีให้พ้นจากตำแหน่ง เพราะต้องใช้เสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุม แต่ในการลงคะแนนเสียงให้มีการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ มีคะแนนเสียงจากสมาชิกพรรครีพับลิกัน 8 คน มาช่วยร่วมโหวตให้ฝั่งเดโมแครต มติจึงเป็นอันสิ้นสุดให้แมคคาร์ธีพ้นจากตำแหน่งด้วยคะแนน 216 เสียง ต่อ 210 เสียง
แมตต์ เกตซ์ สมาชิกอนุรักษนิยมชาวฟลอริดาของพรรครีพับลิกันซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตีให้มีการก่อกบฏลงคะแนนเสียงถอดถอนดังกล่าว ได้รับความช่วยเหลือจากสมาชิกพรรคเดโมแครตบางรายที่ไม่พอใจการทำงานของแมคคาร์ธีอยู่แล้ว จากความพยายามเปิดการไต่สวนคดีถอดถอนที่มีประเด็นทางการเมืองต่อประธานาธิบดีโจ ไบเดน
แมคคาร์ธีซึ่งเป็นผู้นำของพรรครีพับลิกัน ได้รับคำเตือนเกี่ยวกับการทำให้พรรค "ตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย" มาตลอด ก่อนหน้าการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งสำคัญในปีหน้าที่คาดว่าโดนัลด์ ทรัมป์ คู่ปรับเก่าของโจ ไบเดน จะกลับมาชิงชัยอย่างดุเดือดอีกครั้ง ท่ามกลางคดีอาญาติดตัวมากมายที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นการเล่นงานจากฝ่ายตรงข้ามอย่างเดโมแครต และการไปช่วยเหลือรัฐบาลไบเดนให้พ้นวิกฤตการเงินไปได้อย่างหวุดหวิด ถือเป็นสิ่งที่ฝั่งขวาจัดรับไม่ได้
ขณะที่พรรคเดโมแครตเองก็ชิงชังแมคคาร์ธีเช่นกันที่ก่อนหน้านี้พยายามเล่นแง่ต่อนโยบายเกี่ยวกับงบประมาณของรัฐบาลกลาง
ประธานาธิบดีโจ ไบเดนออกแถลงการณ์หลังการถอดถอนแมคคาร์ธี โดยเรียกร้องสภาผู้แทนราษฎรให้ทำการสรรหาบุคคลใหม่มาแทนที่โดยเร็ว ด้วยเหตุผลที่ว่าความท้าทายเร่งด่วนที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่นั้นไม่อาจรอได้
ทั้งนี้ พรรครีพับลิกันจะประชุมกันอีกครั้งอย่างเร็วที่สุด เพื่อหารือเกี่ยวกับการเสนอชื่อผู้สมัครเพื่อลงคะแนนเสียงเป็นประธานสภาผู้แทนราษฏรคนต่อไป และไม่ใช่เรื่องแปลกที่แมคคาร์ธีอาจได้รับการเสนอชื่อให้กลับมาใหม่อีกรอบ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อ.ไชยันต์' ยกบทเรียน 'ทรัมป์' ประท้วงเลือกตั้งปธน.สหรัฐ ศาลลงโทษแกนนำจำคุก 20 ปี
ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ศาลตัดสินลงโทษผู้ประท้วงอย่างผิดกฎหมาย 2564 หลังผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีอเมริกัน
อาร์เจนตินาและโรมาเนียได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุมครั้งแรกของ ‘สภาสันติภาพ’ ของทรัมป์
ประธานาธิบดีฮาเวียร์ มิเล ของอาร์เจนตินา และประธานาธิบดีนิคูซอร์ ดาน ของโรมาเนีย ประกาศว่าพวกเขาได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุมครั้งแรก
‘ทรัมป์’ ให้การต้อนรับประธานาธิบดีโคลอมเบีย หลังจากเคยขัดแย้ง
หลังจากที่เคยมีความตึงเครียดต่อกันมานานหลายเดือน ในที่สุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ก็เปิดทำเนียบขาวให้การต้อนรับประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตรของโคลอมเบีย แต่การพบปะครั้งนี้เกิดขึ้นในวันอังคารโดยไม่มีการถ่ายทอดสดเหมือนเช่นปกติ
'ทรัมป์' วิจารณ์การที่อังกฤษส่งคืนหมู่เกาะชาโกสให้แก่ประเทศมอริเชียสว่าเป็นเรื่อง 'โง่'
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วิจารณ์ข้อตกลงระหว่างอังกฤษและมอริเชียสเกี่ยวกับการคืนหมู่เกาะชาโกส ซึ่งมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ว่าเป็น “เรื่องโง่เขลา”

