
คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเปียงยาง กล่าวขณะเปิดงานแสดงอาวุธว่า สหรัฐอเมริกาคือต้นเหตุของความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี อ้างเกาหลีเหนือสร้างเสริมอาวุธเพื่อป้องกันตนเองเท่านั้น ไม่ได้ต้องการทำสงคราม พร้อมซัดเกาหลีใต้หน้าไหว้หลังหลอก
สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานเมื่อวันอังคารที่ 12 ตุลาคม อ้างข่าวของสำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) ของทางการเปียงยางในวันเดียวกันว่า คิมกล่าวสุนทรพจน์ระหว่างการเปิดนิทรรศการพัฒนาการด้านกลาโหมเมื่อวันจันทร์ ว่าสหรัฐคือ "ต้นเหตุ" ของความไร้เสถียรภาพบนคาบสมุทรเกาหลี และเกาหลีเหนือเสริมสร้างทางทหารเพื่อการป้องกันประเทศเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อเริ่มสงคราม
"เราไม่ได้ถกเถียงเรื่องการทำสงครามกับใครเลย แต่เป็นการทำเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสงคราม และเพิ่มการป้องปรามเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างแท้จริง" คิมกล่าว โดยบอกว่า ศัตรูหลักของเกาหลีเหนือก็คือ "ตัวสงครามเอง"
รัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดน เคยกล่าวว่าสหรัฐเต็มใจจะเจรจาทางการทูตกับเกาหลีเหนือทุกเมื่อ และสหรัฐไม่มีเจตนาที่เป็นปรปักษ์ต่อเกาหลีเหนือ แต่คิมกังขากับท่าทีของสหรัฐโดยบอกว่า ยากที่จะเชื่อได้ ในเมื่อสหรัฐยังคงตัดสินและกระทำแบบผิดๆ อยู่ และตัวเขาสงสัยว่ามีใครหรือประเทศไหนเชื่อเรื่องนี้
ภาพถ่ายที่สื่อทางการเปียงยางเผยแพร่นั้น คิมมาเยี่ยมชมงานโดยยืนอยู่ท่ามกลางอาวุธหลายชนิด รวมถึงขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป ฮวาซอง-16 ที่เกาหลีเหนือเคยอวดในพิธีสวนสนามกลางคืนเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว แต่ยังไม่เคยยิงทดสอบ
ไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ เกาหลีเหนือทำการทดสอบอาวุธหลายชนิด อาทิ มิสไซล์ครูซพิสัยไกล, อาวุธปล่อยจากรถไฟ และหัวรบไฮเปอร์โซนิก
เกาหลีใต้ ซึ่งทุ่มงบประมาณหลายพันล้านในการพัฒนาขีดความสามารถทางทหาร ก็ประสบความสำเร็จในการทดสอบขีปนาวุธปล่อยจากเรือดำน้ำเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายน และยังเปิดตัวมิสไซล์ครูซแบบไฮเปอร์โซนิกด้วย
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ได้กลับมาเปิดใช้งานโทรศัพท์สายตรงข้ามชายแดนอีกครั้ง ซึ่งเป็นสัญญาณของความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น แต่เหลืออีกไม่กี่เดือน ประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้ผู้ส่งเสริมนโยบายเกี่ยวพันกับเกาหลีเหนือ ก็จะพ้นจากตำแหน่ง
วันอังคารตามเวลากรุงวอชิงตัน ซูห์ ฮุน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของเกาหลีใต้ มีกำหนดพบกับเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ เพื่อหารือเกี่ยวกับเกาหลีเหนือ สำนักข่าวยอนฮับรายงานว่า ซูห์บอกต่อนักข่าวเมื่อมาถึงวอชิงตันในวันจันทร์ว่า เขามีแผนจะหารือกับสหรัฐเกี่ยวกับข้อเสนอของประธานาธิบดีมุน เรื่องการประกาศยุติสงครามเกาหลีอย่างเป็นทางการ และอาจรวมถึงความเป็นไปได้ใยการผ่อนคลายการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ
สงครามเกาหลีระหว่างปี 2493-2496 จบลงด้วยการสงบศึก แต่ไม่มีการทำสนธิสัญญาสันติภาพอย่างเป็นทางการ โดยหลักการทั้งสองประเทศจึงยังมีสถานะเป็นคู่สงคราม
คิมกล่าวหาเกาหลีใต้ว่ามี "ความทะเยอทะยานที่บุ่มบ่าม" และมีทัศนคติที่ "ตีสองหน้าและไร้เหตุผล" ความพยายามเสริมสร้างทางทหารที่อันตรายและไม่จำกัดของเกาหลีใต้กำลังทำลายสมดุลทางทหารบนคาบสมุทรเกาหลีและเพิ่มความอันตรายและความไร้เสถียรภาพทางทหาร.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เค-ป๊อปสตาร์ ‘โรเซ’ พูดเรื่องรักแล้วน้ำตาริน
โรเซ หนึ่งในนักร้องเค-ป๊อปที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อถูกถามเกี่ยวกับชีวิตรักของเธอ ในพอดแคสต์วิดีโอรายการ ‘Call Her Daddy’ โรเซให้คำตอบว่าทำไมหัวข้อที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้ถึงส่งผลกระทบต่อเธอ
สำนักงานสลากฯบนเส้นทางการให้ที่ยั่งยืน จากนโยบาย:สู่พลังการพัฒนาที่สมดุลขับเคลื่อนคุณค่าสังคมและชุมชน
‘ชุมชน’ คือหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จึงได้ริเริ่ม โครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน ที่จะเป็นจุดเริ่มต้นในการจุดประกายศักยภาพของคนในพื้นที่ เสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี และวางรากฐานความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน เพราะโครงการมุ่งเน้นการพัฒนาจากภายในชุมชน ผ่านการมีส่วนร่วม การเรียนรู้ร่วมกัน และการใช้ทรัพยากรท้องถิ่นอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้สมาชิกในชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองและเติบโตไปพร้อมกันอย่างมั่นคง
เยือนดินแดนฤดูหนาว ‘คังวอน-ชุนชอน’ เมืองหิมะขาวและเสน่ห์ความโรแมนติก
เมื่อฤดูหนาวมาเยือน เกาหลีใต้จะเปลี่ยนโฉมจากเมืองสีเทาให้กลายเป็นโลกสีขาวที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา และหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่คนเกาหลีและนักท่องเที่ยวต่างชาติพร้อมใจกันมุ่งหน้าไปมากที่สุด
'สิงห์เจ้าท่า'ปิดดีล'คาลิล' กองหน้าชาวบราซิล อาวุธใหม่เลกสอง
การท่าเรือ เอฟซี ประกาศข่าวดี ต้อนรับปีใหม่ ยืนยันปิดดีลคว้าตัว เลโอนาร์โด้ คาลิล กองหน้าชาวบราซิล จาก กียองนัม สโมสรในศึกเคลีก 2 เกาหลีใต้ มาร่วมทัพ เพื่อสู้ศึกช่วงเลกสอง ฤดูกาล 2025/26 อย่างเป็นทางการ
โซลโรแมนติกเมืองเก่าเคล้าใหม่ ท่ามกลางหิมะแสงคริสต์มาสทั่วเมือง
กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเต็มตัว ทีมนักข่าวของเราได้ออกเดินทางเพื่อสัมผัสเสน่ห์ของเมืองหลวงแห่งนี้เป็นเวลา 4 วัน ท่ามกลางอุณหภูมิที่หนาวเย็น ตั้งแต่ต่ำสุด -6 องศาเซลเซียส

