'ยินดีต้อนรับการกลับมา' : ทรัมป์และไบเดนจับมือกันที่ทำเนียบขาว

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ต้อนรับโดนัลด์ ทรัมป์ กลับสู่ทำเนียบขาวเมื่อวันพุธ โดยแสดงความสุภาพต่อคู่ปรับที่ไม่เคยแม้แต่จะแสดงความยินดีกับเขาเลยเมื่อ 4 ปีก่อน

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐพบปะกับโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ผู้นำประเทศคนต่อไป ในห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน (Photo by SAUL LOEB / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2567 กล่าวว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐคนต่อไป เดินทางสู่ทำเนียบขาวตามคำเชิญของโจ ไบเดน ประธานาธิบดีที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งเป็นรูปแบบของธรรมเนียมปฏิบัติในกระบวนการถ่ายโอนอำนาจของผู้นำประเทศ

บุคคลทั้งสองพบปะกันในห้องทำงานรูปไข่ และได้จับมือกันหน้ากองไฟที่กำลังลุกโชน พร้อมคำมั่นสัญญาที่ว่าการถ่ายโอนอำนาจจะเป็นไปอย่างราบรื่น ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการที่ทรัมป์ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งปี 2563

"ยินดีต้อนรับการกลับมา" ไบเดน วัย 81 ปี กล่าวขณะแสดงความยินดีกับทรัมป์ วัย 78 ปี ซึ่งเป็นบุคคลที่เขาโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเป็นภัยคุกคามต่อประชาธิปไตย

ไบเดนซึ่งถอนตัวจากการเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคมและส่งภารกิจต่อให้กมลา แฮร์ริส ลงแข่งขันแทนจนพ่ายแพ้ต่อทรัมป์เมื่อสัปดาห์ก่อน กล่าวว่า เขาตั้งตารอที่จะให้การเปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างราบรื่น และให้คำมั่นว่าจะทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อให้แน่ใจว่าทรัมป์จะได้รับการอำนวยความสะดวกอย่างที่ควรเป็น

ขณะที่ทรัมป์ซึ่งยุยงให้ฝูงชนโจมตีอาคารรัฐสภาสหรัฐในปี 2564 และดำเนินการหาเสียงเลือกตั้งอย่างก้าวร้าวจนนำไปสู่การแตกแยก พยายามใช้โทนเสียงที่สุภาพในการกลับมาเยือนทำเนียบขาวครั้งนี้

"การเมืองเป็นเรื่องยาก และในหลายๆ กรณี มันไม่น่าอภิรมย์เอาเสียเลย แต่ปัจจุบันมันเป็นโลกที่สวยงามอย่างน่าชื่นชม ซึ่งผมซาบซึ้งใจมาก" ทรัมป์กล่าว

เขากล่าวเสริมว่า การถ่ายโอนอำนาจจะราบรื่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าทีมงานเปลี่ยนผ่านของเขายังไม่ได้ลงนามในเอกสารทางกฎหมายสำคัญบางฉบับก่อนที่เขาจะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 มกราคม 2568 ก็ตาม

ในการเยือนครั้งนี้ เมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งคนใหม่ไม่ได้เข้าร่วมด้วย โดยเธอเองก็ไม่ค่อยปรากฏตัวในช่วงหาเสียงและแทบจะไม่ย่างกรายเข้าใกล้ทำเนียบขาวเลยในช่วงดำรงตำแหน่งวาระแรกของทรัมป์

จิล ไบเดน สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่งได้เข้าร่วมต้อนรับทรัมป์และมอบจดหมายแสดงความยินดีที่เขียนด้วยลายมือให้กับทรัมป์เพื่อฝากไปยังเมลาเนีย

หลังจากจับมือกันแล้วและเริ่มพูดคุย มีเพียงเจฟฟ์ เซียนต์ส หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวคนปัจจุบันของไบเดน และซูซี ไวลส์ ว่าที่หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวของทรัมป์ ที่อยู่ร่วมในการสนทนา

คาดว่าไบเดนจะผลักดันระหว่างการพูดคุยดังกล่าวให้ทรัมป์ยังคงสนับสนุนยูเครนในการต่อสู้กับรัสเซีย ซึ่งพรรครีพับลิกันตั้งคำถามถึงความจำเป็นมาตลอด

ช่วงเวลาวาระที่สองของทรัมป์ยังเติมเต็มด้วยอำนาจการควบคุมพรรคเกือบทั้งหมด และรีพับลิกันเองก็ยึดครองทั้งสภาสูง (วุฒิสภา) และสภาล่าง (สภาผู้แทนราษฏร) ไว้ได้ด้วยเช่นกัน ในขณะที่พรรคเดโมแครตอยู่ในช่วงสับสนวุ่นวายกับการพ่ายแพ้ในทุกสนาม

ขณะนี้ รัฐบาลทั่วโลกกำลังจับตาทีมบริหารรัฐบาลทรัมป์ 2.0 ว่าจะเป็นไปในทิศทางสุดโต่งเพียงใด กับอำนาจที่เต็มมือของชายผู้แข็งกร้าวที่ชื่อโดนัลด์ ทรัมป์.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ไม่เอาสงคราม': สเปนยืนกรานในจุดยืนเดิม ขณะที่ความขัดแย้งกับสหรัฐฯ ทวีความรุนแรงขึ้น

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีของสเปนได้โพสต์ข้อความท้าทายว่า "ไม่เอาสงคราม" ซึ่งยิ่งทำให้ความขัดแย้งกับสหรัฐฯ รุนแรงขึ้น หลังจากที่มาดริดปฏิเสธที่จะอนุญาตให้ใช้ฐานทัพของตนโจมตีอิหร่าน และวอชิงตันขู่ว่าจะตัดความสัมพันธ์ทางการค้าทั้งหมด

'ทรัมป์' เตือน! สงครามกับอิหร่านอาจยืดเยื้อนานกว่า 4 สัปดาห์ หลังริยาดและเบรุตถูกโจมตี

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เตือนว่าการโจมตีอิหร่านอาจยืดเยื้อนานกว่าหนึ่งเดือน ขณะที่เตหะรานตอบโต้การโจมตีอย่างต่อเนื่องด้วยการโจมตีพันธมิตรของสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย และโดรนได้โจมตีสถานทูตสหรัฐฯ ในซาอุดีอาระเบียเมื่อวันอังคาร

'ทรัมป์' ยกตัวเองเป็น GOAT หนึ่งในประธานาธิบดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า เขาจะเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำของสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวในปีนี้เป็นครั้งแรกในฐานะประธานาธิบดี

'ทรัมป์' ขู่! หากอิหร่านตอบโต้ สหรัฐจะโจมตีกลับด้วยกำลังที่ไม่เคยมีมาก่อน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า สหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่านด้วยกำลังที่ไม่เคยมีมาก่อน หากอิหร่านตอบโต้การโจมตีของ

จุดไฟสงคราม! ‘สหรัฐ-อิสราเอล’ถล่ม‘อิหร่าน’เจอสวนทั่วตะวันออกกลาง

สงครามตะวันออกกลางรอบใหม่เปิดฉากรวดเร็วและลุกลามเป็นวงกว้าง สหรัฐ-อิสราเอลยิงขีปนาวุธถล่มหลายเมืองของอิหร่าน เตหะรานชี้เป็นการรุกรานทางอากาศโดยลัทธิไซออนิสต์