กลุ่มบริษัทสัญชาติกัมพูชาที่มีผู้ก่อตั้งถูกยึดทรัพย์สินที่ได้มาอย่างผิดกฎหมายมูลค่ากว่า 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ปฏิเสธข้อกล่าวหาการสะสมทรัพย์สมบัติจากการบริหารอาณาจักรหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต

ธนาคารปรินซ์ในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา (Photo by TANG CHHIN Sothy / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพุธที่ 12 พฤศจิกายน 2568 กล่าวว่า ความขัดแย้งด้านทรัพย์สินที่ดุเดือดในยุโรป, สหรัฐอเมริกา และเอเชีย พุ่งเป้าไปที่บริษัทปรินซ์ โฮลดิ้ง กรุ๊ป ของกัมพูชา โดยทางการกล่าวหาว่าเฉิน จื้อ ผู้ก่อตั้งบริษัทฯ กำลังบริหารองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้เปิดเผยคำฟ้องต่อเจ้าพ่อวงการสแกมเมอร์ในเดือนตุลาคม โดยกล่าวหาว่าเขาเป็นประธานค่ายแรงงานค้ามนุษย์ในกัมพูชาที่บังคับให้ผู้คนทำการหลอกลวงทางออนไลน์
เจ้าหน้าที่สืบสวนของสหรัฐฯ ได้ยึด Bitcoin มูลค่าประมาณ 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งพวกเขาอ้างว่าเป็นเงินที่ได้จากการก่ออาชญากรรม ถือเป็นการยึดทรัพย์ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของกระทรวงยุติธรรมฯ
สหราชอาณาจักรยังได้อายัดทรัพย์สินทางธุรกิจและอสังหาริมทรัพย์มูลค่ากว่า 130 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ไต้หวัน, สิงคโปร์ และฮ่องกงต่างยึดทรัพย์สินในแต่ละอาณาเขตสูงถึง 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ปรินซ์ กรุ๊ป ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงต่อแนวคิดที่ว่าบริษัทฯ หรือเฉิน จื้อ ประธานบริษัทฯ มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่ผิดกฎหมายใดๆ
"คำกล่าวอ้างล่าสุดนั้นไม่มีมูลความจริง และดูเหมือนมุ่งหมายที่จะหาเหตุผลมาสนับสนุนการยึดทรัพย์สินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์อย่างผิดกฎหมาย" ตามการระบุในแถลงการณ์ฉบับแรกของบริษัทฯนับตั้งแต่เริ่มมีการปราบปราม
"เรามั่นใจว่าเมื่อข้อเท็จจริงถูกเปิดเผย ปรินซ์ กรุ๊ปและประธานบริษัทฯจะพ้นผิดอย่างสมบูรณ์" แถลงการณ์ระบุ
ปรินซ์ โฮลดิ้ง กรุ๊ป (Prince Holding Group) เป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทที่ใหญ่ที่สุดของกัมพูชา และดำเนินธุรกิจในกว่า 30 ประเทศ ทั้งธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์, บริการทางการเงิน และธุรกิจผู้บริโภคมาตั้งแต่ปี 2015
อาณาจักรธุรกิจนี้แผ่ขยายไปทั่วกัมพูชา โดยมีการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์มูลค่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ 'Prince International Plaza' ในกรุงพนมเปญ
บริษัทฯยังระบุว่า "คำกล่าวอ้างต่อบริษัทฯก่อให้เกิดความเสียหายอย่างไม่สมควรแก่พนักงาน, พันธมิตร และชุมชนผู้บริสุทธิ์หลายพันคนที่กลุ่มบริษัทให้บริการ"
แต่อัยการกล่าวหาว่าบริษัทฯมีอิทธิพลที่กัดกร่อนสังคม โดยการสร้างเครือข่ายออนไลน์ที่ซับซ้อนซึ่งมุ่งเป้าไปที่กลุ่มคนที่ถูกชักจูงด้วยความสัมพันธ์ฉันชู้สาวหรือหลอกลวงทางธุรกิจ และฟอกเงินที่ได้รับผ่านสกุลเงินดิจิทัล
ทั้งนี้ ปฏิบัติการหลอกลวงทางไซเบอร์ได้ขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมักดำเนินการจากอาคารสำนักงานหรือโกดังสินค้าที่ดูเรียบง่าย ซึ่งเหล่านักต้มตุ๋นมุ่งเป้าเหยื่อที่อาศัยอยู่อีกฟากหนึ่งของโลก
แรงงานบางคนเต็มใจเดินทางไปยังศูนย์กลางการหลอกลวง ขณะที่บางคนถูกค้ามนุษย์และถูกคุมขังในสภาพเหมือนอยู่ในคุก
เมื่อเดือนที่แล้ว กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เรียก Prince Group ว่าเป็น "หนึ่งในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย" และกล่าวว่าเฉิน จื้อ ซึ่งเป็นพลเมืองสัญชาติอังกฤษ-กัมพูชา ยังคงอยู่ระหว่างการหลบหนี.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'โจรไซเบอร์' อาละวาดหนัก สัปดาห์เดียวพุ่ง 7,290 คดี เสียหาย 481 ล้าน
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวงภายใต้ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ตั้งแต่วันที่ 8-14 ก.พ.69 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline
รวบแก๊งสแกมเมอร์ หลอกนักศึกษาสาวโอนเงิน-นัดส่งมอบทองคำ สูญกว่าล้านบาท
พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) พ.ต.อ.เพิ่มวุฒิ ประทุมราช ผกก.1 บก.ปทส.และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปทส.ร่วมกันจับกุม นายนเรศน์ฯ อายุ 28 ปี ฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น
ทบ. ตอกกัมพูชาไม่ร่วมปราบสแกมเมอร์ หลังประท้วงไทยพาทูตทหารต่างชาติลงพื้นที่โอร์เสม็ด
ทบ. โต้หนังสือประท้วงกัมพูชา ยืนยันปฏิบัติตามข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วมทุกประการ ชี้กัมพูชาควรตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน ป้องกันการเพิ่มความขัดแย้งในพื้นที่โดยไม่จำเป็น
ผงะ! สัปดาห์เดียวศูนย์ต่อต้านฉ้อโกงออนไลน์ ช่วยเหยื่อสแกมเมอร์ 34 ราย สกัดโอนเงิน 12.8 ล้าน
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวง

