ผู้ประท้วงและกองกำลังรักษาความปลอดภัยปะทะกันทางภาคตะวันตกของอิหร่าน มีรายงานผู้เสียชีวิต 6 รายจากการประท้วงเรื่องค่าครองชีพ

บรรดาพ่อค้าแม่ค้าเดินข้ามสะพานระหว่างการประท้วงต่อต้านสภาพเศรษฐกิจและค่าเงินอิหร่านที่กำลังตกต่ำในกรุงเตหะราน เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม (Photo by HANDOUT / FARS NEWS AGENCY / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม 2569 กล่าวว่า การเดินขบวนซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ในกรุงเตหะรานโดยบรรดาพ่อค้าแม่ค้าหยุดงานประท้วงเรื่องราคาสินค้าสูงและภาวะเศรษฐกิจซบเซา ได้ลุกลามไปยังส่วนอื่นๆ ของอิหร่านหลังจากนั้น
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา สำนักข่าวฟาร์สรายงานว่าพลเรือนเสียชีวิต 2 รายจากการปะทะกันครั้งใหม่ระหว่างกองกำลังรักษาความปลอดภัยและผู้ประท้วงในเมืองลอร์เดกัน และอีก 3 รายในเมืองอัซนา จังหวัดโลเรสถาน
"ผู้ประท้วงบางส่วนเริ่มขว้างปาหินใส่ตึกราชการของเมือง รวมถึงสำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัด, มัสยิด, มูลนิธิวีรชน, ศาลากลาง และธนาคาร" ฟาร์สรายงาน พร้อมเสริมว่าตำรวจได้ตอบโต้ด้วยแก๊สน้ำตา
รายงานเพิ่มเติมว่าอาคารต่างๆได้รับความเสียหายอย่างหนักและตำรวจได้จับกุมผู้ต้องสงสัยหลายคนซึ่งถูกระบุว่าเป็นแกนนำกลุ่ม
สื่อของรัฐได้เรียกกลุ่มผู้ประท้วงว่าเป็นผู้ก่อจลาจลในการเคลื่อนไหวประท้วงครั้งก่อนๆ
ก่อนหน้านี้สถานีโทรทัศน์ของรัฐรายงานว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของอิหร่านเสียชีวิต 1 นายในช่วงกลางคืนระหว่างการประท้วงในเมืองคูห์ดาชต์ทางตะวันตก
ช่องข่าวรายงานโดยอ้างคำพูดของซาอิด ปูราลี รองผู้ว่าราชการจังหวัดโลเรสถานว่า "สมาชิกบาซิชวัย 21 ปีจากเมืองคูห์ดาชต์ถูกผู้ก่อจลาจลสังหารเมื่อคืนที่ผ่านมา ขณะปกป้องความสงบเรียบร้อยของประชาชน"
บาซิชเป็นกองกำลังกึ่งทหารอาสาสมัครที่เชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านซึ่งเป็นกองกำลังทางอุดมการณ์ของสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้
ปูราลีกล่าวเสริมว่า "ระหว่างการชุมนุมประท้วงในคูห์ดาชต์ เจ้าหน้าที่ตำรวจและสมาชิกบาซิช 13 นายได้รับบาดเจ็บจากการถูกขว้างปาด้วยก้อนหิน"
การชุมนุมประท้วงครั้งนี้มีขนาดเล็กกว่าการจลาจลครั้งใหญ่ล่าสุดในปี 2022 ซึ่งเกิดจากการเสียชีวิตในระหว่างถูกควบคุมตัวของมาห์ซา อามินี ผู้ถูกจับกุมในข้อหาละเมิดกฎหมายการแต่งกายที่เข้มงวดสำหรับผู้หญิงอิหร่าน
การเสียชีวิตของเธอจุดประกายความโกรธแค้นไปทั่วประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยราย รวมถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงหลายสิบราย
การประท้วงครั้งล่าสุดเริ่มต้นอย่างสงบในเมืองหลวง และขยายวงกว้างออกไปหลังจากนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยอย่างน้อย 10 แห่งเข้าร่วมในวันอังคาร
ประธานาธิบดีมาซูด ปีเซชเคียน ของอิหร่านพยายามที่จะลดความตึงเครียด โดยยอมรับข้อเรียกร้องที่ชอบธรรมของผู้ประท้วง และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการเพื่อปรับปรุงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ
"จากมุมมองของศาสนาอิสลาม หากเราไม่แก้ไขปัญหาความเป็นอยู่ของประชาชน เราจะตกนรก" ปีเซชเคียนกล่าวในการแถลงข่าวที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐ
อย่างไรก็ตาม ทางการยังยึดมั่นว่าจะใช้ท่าทีที่เด็ดขาด และเตือนไม่ให้ใช้สถานการณ์นี้เพื่อสร้างความวุ่นวาย
การรายงานข่าวของสื่อท้องถิ่นเกี่ยวกับการประท้วงนั้นแตกต่างกันไป บางสื่อเน้นไปที่ปัญหาทางเศรษฐกิจ และบางสื่อเน้นไปที่เหตุการณ์ที่เกิดจากผู้ก่อความวุ่นวาย
อิหร่านอยู่ในช่วงวันหยุดยาว โดยทางการประกาศให้วันพุธเป็นวันหยุดธนาคารในนาทีสุดท้าย โดยอ้างถึงความจำเป็นในการประหยัดพลังงานในช่วงอากาศหนาวเย็น และย้ำว่าไม่ได้เชื่อมโยงอย่างเป็นทางการกับการประท้วง
วันหยุดสุดสัปดาห์ในอิหร่านเริ่มต้นในวันพฤหัสบดี และวันเสาร์เป็นวันหยุดประจำชาติที่สืบทอดกันมายาวนาน
อัยการสูงสุดของอิหร่านกล่าวเมื่อวันพุธว่า การประท้วงทางเศรษฐกิจอย่างสันติเป็นสิ่งที่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ความพยายามใดๆ ที่จะสร้างความไม่มั่นคงจะถูกตอบโต้อย่างเด็ดขาด
"ความพยายามใดๆ ที่จะเปลี่ยนการประท้วงทางเศรษฐกิจให้เป็นเครื่องมือในการสร้างความไม่มั่นคง, การทำลายทรัพย์สินสาธารณะ หรือการดำเนินการตามแผนที่วางไว้จากภายนอก จะถูกตอบโต้ด้วยมาตรการทางกฎหมายที่เหมาะสมและเด็ดขาดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้" เขากล่าว
เมื่อเย็นวันพุธ สำนักข่าวทัสนิมรายงานการจับกุมบุคคล 7 คน ซึ่งระบุว่าเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มที่เป็นปรปักษ์ต่อสาธารณรัฐอิสลามซึ่งมีฐานอยู่ในสหรัฐอเมริกาและยุโรป
ทั้งนี้ เงินเรียลของอิหร่านสูญเสียมูลค่าไปมากกว่าหนึ่งในสามเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในช่วงปีที่ผ่านมา ขณะที่อัตราเงินเฟ้อที่สูงถึงสองหลักได้บั่นทอนกำลังซื้อของชาวอิหร่านมานานหลายปีแล้ว
อัตราเงินเฟ้อในเดือนธันวาคมอยู่ที่ 52% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ตามข้อมูลจากศูนย์สถิติแห่งอิหร่าน.

