ประธานาธิบดีเกาหลีใต้จะพบกับสี จิ้นผิง ที่ปักกิ่ง โดยมีวาระการประชุมเกี่ยวกับการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ รวมถึงประเด็นเกาหลีเหนือ

ประธานาธิบดีอี แจ-มย็อง ของเกาหลีใต้ และคิม ฮี คย็อง ผู้เป็นภริยา ขึ้นเครื่องบิน ณ ฐานทัพอากาศโซล เพื่อเดินทางไปยังประเทศจีน เมื่อวันที่ 4 มกราคม (Photo by Jung Yeon-je / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันจันทร์ที่ 5 มกราคม 2569 กล่าวว่า ประธานาธิบดีอี แจ-มย็อง ของเกาหลีใต้เดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ และมีกำหนดพบปะหารือกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิงที่กรุงปักกิ่ง โดยมีวาระการประชุมเกี่ยวกับการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ รวมถึงประเด็นเกาหลีเหนือ
อี แจ-มย็องเป็นผู้นำเกาหลีใต้คนแรกที่เยือนปักกิ่งในรอบ 6 ปี และกำหนดพบปะกับสีจิ้นผิงเกิดขึ้นหนึ่งวันหลังจากที่เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธสองลูกลงสู่ทะเลญี่ปุ่น
รัฐบาลโซลระบุว่า ทั้งสองฝ่ายจะพบกันในการประชุมสุดยอด ก่อนที่จะลงนามในข้อตกลงและร่วมงานเลี้ยงรับรองอย่างเป็นทางการ
ผู้นำเกาหลีใต้ พร้อมด้วยคณะผู้แทนจากภาคธุรกิจและเทคโนโลยี หวังที่จะได้รับการสนับสนุนในการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ
เขาเรียกร้องให้เกาหลีใต้และจีนร่วมมือกันเพื่อการค้าที่มีความเท่าเทียมและเป็นประโยชน์ร่วมกันมากขึ้น
สำนักข่าวของเกาหลีใต้รายงานว่า อี แจ-มย็องยังได้พบกับผู้บริหารระดับสูงจากทั้งบริษัทเกาหลีใต้และจีน ณ โรงแรมรับรองแขกของรัฐในกรุงปักกิ่ง
เขากล่าวว่า เกาหลีใต้และจีนได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการเติบโตผ่านห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกัน และเป็นผู้นำเศรษฐกิจโลก
ในบรรดาบริษัทจีนที่เข้าร่วม ได้แก่ CATL บริษัทผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ รวมถึง ZTE ผู้ผลิตโทรศัพท์ และ Tencent บริษัทเทคโนโลยี
ในส่วนของเกาหลีใต้ อี แจ-มย็องมาพร้อมกับประธานบริษัท Samsung Electronics, ประธานบริหารของ Hyundai Motor Group และบุคคลสำคัญอื่นๆ
ผู้นำเกาหลีใต้ยังหวังที่จะใช้ประโยชน์จากอิทธิพลของจีนที่มีต่อเกาหลีเหนือเพื่อสนับสนุนความพยายามของเขาในการปรับปรุงความสัมพันธ์กับรัฐบาลเปียงยาง
"จีนเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือที่สำคัญมากในการก้าวไปสู่สันติภาพและการรวมชาติบนคาบสมุทรเกาหลี" อี แจ-มย็องกล่าวระหว่างการประชุมกับชาวเกาหลีในกรุงปักกิ่งเมื่อวันอาทิตย์
ไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่สองผู้นำจะได้พบกัน เกาหลีเหนือประกาศว่าได้ทดสอบยิงขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงสองลูก และกองกำลังนิวเคลียร์ของตนพร้อมสำหรับสงครามจริงแล้ว
ผู้นำจีนและเกาหลีใต้พบกันครั้งล่าสุดในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ณ การประชุมสุดยอดเอเปคในเมืองคย็องจูของเกาหลีใต้ ซึ่งรัฐบาลโซลมองว่าเป็นการเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่หลังจากความตึงเครียดมานานหลายปี
ทั้งนี้ เกาหลีใต้เดินอยู่บนเส้นแบ่งที่บอบบางระหว่างจีนซึ่งเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่ง และสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันด้านกลาโหมหลักมานานหลายทศวรรษ
และการเดินทางของผู้นำเกาหลีใต้เกิดขึ้นไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่จีนดำเนินการซ้อมรบทางทหารครั้งใหญ่รอบเกาะไต้หวันซึ่งจีนอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนตน
การซ้อมรบดังกล่าวซึ่งประกอบไปด้วยขีปนาวุธ, เครื่องบินรบ, เรือรบ และเรือยามฝั่ง ได้ก่อให้เกิดเสียงประณามจากนานาชาติ ซึ่งรัฐบาลโซลปฏิเสธการเข้าร่วมอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนี้ ผู้นำเกาหลีใต้ยังวางตัวเป็นกลางอย่างชาญฉลาดนับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งรุนแรงระหว่างรัฐบาลปักกิ่งและโตเกียวเมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งมีสาเหตุมาจากการที่นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ เสนอว่าญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงทางทหารหากจีนโจมตีไต้หวัน
ในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ CCTV ของจีนเมื่อสัปดาห์ก่อน เขากล่าวยืนยันอย่างชัดเจนว่า การเคารพหลักการจีนเดียว และการรักษาสันติภาพและความมั่นคงในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงในช่องแคบไต้หวัน เป็นสิ่งสำคัญมาก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ไพศาล’ ชี้ ทั่วโลกตลึง ไทย-จีน สุดซึ้ง
ไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย ทนายความ นักวิจารณ์การเมือง โพสต์ข้อความว่า ทั่วโลกตลึง ไทย-จีนสุดซึ้ง

