ประธานาธิบดีรักษาการ ‘เดลซี โรดริเกซ’ ภายใต้การจับตามองของสหรัฐฯ

เดลซี โรดริเกซ รองประธานาธิบดีของเวเนซุเอลา หรือ “แม่เสือ” คนสนิทของนิโกลัส มาดูโร เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีรักษาการ – Photo by Federico Parra / AFP

ภายหลังการจับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโรโดยสหรัฐอเมริกา เดลซี โรดริเกซ-รองประธานาธิบดี ได้กลายเป็นสตรีผู้ทรงอิทธิพลคนใหม่ในเวเนซุเอลา

เดลซี โรดริเกซ ซึ่งเป็นคนสนิทของมาดูโรมานาน เป็นที่รู้จักในด้านวาทศิลป์ที่เฉียบคมและการปกป้องผู้นำชาตินิยมฝ่ายซ้ายอย่างแน่วแน่ จนได้รับฉายาว่า “แม่เสือ” เวลานี้นักการเมืองหญิงวัย 56 ปีต้องยืนหยัดต่อสู้กับสหรัฐอเมริกา ผู้ซึ่งอ้างสิทธิ์ในการกำหนดอนาคตของเวเนซุเอลา

โรดริเกซได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานาธิบดีชั่วคราวโดยศาลสูงสุดของเวเนซุเอลาเมื่อวันเสาร์ และได้รับการสนับสนุนจากกองทัพในวันอาทิตย์ ทนายความหญิงผู้นี้เข้ารับตำแหน่งทางการเมืองครั้งแรกในสมัยประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ ผู้ดำรงตำแหน่งก่อนหน้ามาดูโร นอกจากนี้การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งทางการเมืองของเธอยังได้รับความช่วยเหลือจากพี่ชายของเธอ-ฮอร์เก โรดริเกซ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีในสมัยของชาเวซด้วย

เดลซี โรดริเกซเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่สำคัญที่สุดของมาดูโรมาตั้งแต่สมัยที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรกเมื่อปี 2013 และในปี 2018 เขาก็แต่งตั้งเธอเป็นรองประธานาธิบดี “เธออาจเป็นหนึ่งในคนสนิทที่สุดของมาดูโรตลอดหลายปีที่ผ่านมา” เปโดร เบนิเตซ-นักวิเคราะห์การเมืองกล่าว

ก่อนดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดี โรดริเกซเคยนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ ต่อมาได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ ผู้นำทางธุรกิจต่างชื่นชมในความสามารถด้านการปฏิบัติงานอย่างเป็นรูปธรรมและความเต็มใจที่จะมีส่วนร่วมในการเจรจาของเธอ ในฐานะรัฐมนตรี เธอได้สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับสหภาพธุรกิจหลักของเวเนซุเอลา นั่นคือ เฟเดกามารัส (Fedecámaras) นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี 2024 โรดริเกซยังควบตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงน้ำมัน ซึ่งเป็นกระทรวงสำคัญในประเทศแถบอเมริกาใต้แห่งนี้ ที่มีปริมาณสำรองน้ำมันมากที่สุดในโลก

หลังจากที่มาดูโรถูกสหรัฐฯ จับกุมและคุมขังในนิวยอร์ก ขณะนี้โรดริเกซอยู่ภายใต้การจับตามองอย่างใกล้ชิดจากรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งแสดงความเต็มใจที่จะให้ความร่วมมือกับเธอในหลักการ แต่ในขณะเดียวกันก็ออกคำขู่ที่รุนแรงต่อประธานาธิบดีรักษาการว่า “ถ้าเธอไม่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง เธอจะต้องจ่ายในราคาที่สูงมาก และอาจจะสูงกว่ามาดูโรเสียอีก” ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เตือน ส่วนมาร์โก รูบิโอ-รัฐมนตรีต่างประเทศ ก็เน้นย้ำเช่นกันว่า ผู้นำในการากัสต้อง “ตัดสินใจอย่างถูกต้อง” มิเช่นนั้นสหรัฐฯ จะยังคงใช้ “ช่องทางอิทธิพลอีกหลายช่องทาง” เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนต่อไป

ประธานาธิบดีรักษาการผู้นี้เคยถูกกล่าวหาว่าบ่อนทำลายประชาธิปไตยและมีส่วนร่วมในการละเมิดสิทธิมนุษยชน อีกทั้งยังอยู่ในรายชื่อผู้ถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป อย่างไรก็ตาม หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์กลับพรรณนาถึงโรดริเกซว่าเป็นตัวแทนของฝ่ายสายกลาง ในการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองในเวเนซุเอลา แม้ว่าผู้สังเกตการณ์จะจัดเธออยู่ในกลุ่มหัวรุนแรงของลัทธิชาวิสโมก็ตาม

หลังจากการแทรกแซงทางทหารของสหรัฐฯ โรดริเกซได้ยืนยันความจงรักภักดีต่อมาดูโรอีกครั้ง โดยเรียกเขาว่าเป็น “ประธานาธิบดีเพียงผู้เดียว” ของเวเนซุเอลา เธอเรียกร้องให้ปล่อยตัวเขาและประกาศว่ารัฐบาลของเธอจะปกป้องเวเนซุเอลา รวมถึงปกป้อง “ทรัพยากรธรรมชาติ” ของประเทศ หลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งแรก เธอกระตุ้นให้เกิด “ความสัมพันธ์ที่สมดุลและเคารพซึ่งกันและกัน” ระหว่างสหรัฐฯ และเวเนซุเอลา “เราขอเชิญรัฐบาลสหรัฐ ให้ร่วมมือกันในโครงการความร่วมมือ” โรดริเกซประกาศ

หลังจากนั้นไม่นานเธอได้จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการปล่อยตัวมาดูโรและซิเลีย ฟลอเรส-ภริยาของเขา หนึ่งในประธานคณะกรรมการคือ จอร์จ โรดริเกซ-น้องชายของเธอ ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภาและเป็นบุคคลสำคัญทางการเมืองในเวเนซุเอลา บิดาของพวกเขาซึ่งเป็นนักการเมืองลัทธิมาร์กซ์ถูกสังหารขณะถูกควบคุมตัวโดยตำรวจในปี 1976

นักรัฐศาสตร์คนหนึ่งซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อเพราะกลัวการถูกตอบโต้ กล่าวว่า เท่าที่ดูจากประวัติของเธอ อาจเป็นเรื่องยากที่โรดริเกซจะสามารถปรับเปลี่ยนบทบาทตัวเองเป็นนักการเมืองสายกลางได้ นั่นเพราะ “แรงผลักดันทางอารมณ์ที่ทำให้เธอ (ทั้งโรดริเกซและน้องชายของเธอ) มาถึงจุดนี้ได้นั้น ล้วนเกี่ยวข้องกับการแก้แค้น”.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อ.บุญส่ง' แพร่บทความ ถ้าการบุกจับผู้นำรัฐอื่น 'ถูกกฎหมาย' : ระเบียบโลกก็ไร้ความหมาย

รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง ถ้าการบุกจับผู้นำรัฐอื่น “ถูกกฎหมาย”: ระเบียบโลกก็ไร้ความหมาย มีเนื้อหาดังนี้