นิโกลัส มาดูโรปฏิเสธข้อกล่าวหาค้ายาเสพติดและข้อหาอื่นๆ ในการปรากฏตัวอย่างท้าทายต่อศาลนิวยอร์ก พร้อมยืนยันสถานะตนเองยังเป็นประธานาธิบดีเวเนซุเอลา

ภาพร่างในห้องพิจารณาคดีแสดงให้เห็นอดีตประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา (คนที่ 2 จากซ้าย) และซิเลีย ฟลอเรส ภริยาของเขา เข้าร่วมการพิจารณาคดีที่ศาลสหรัฐฯในนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 5 มกราคม (Photo by Jane ROSENBERG / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันอังคารที่ 6 มกราคม 2569 กล่าวว่า อดีตประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลาถูกนำตัวขึ้นสู่ศาลนิวยอร์ก เพื่อไต่สวนในข้อกล่าวหาค้ายาเสพติดและอาวุธ รวมทั้งข้อหาอื่นๆ หลังจากถูกกองกำลังสหรัฐฯ จับกุมตัวมาจากบ้านของเขาในกรุงการากัสเมื่อสองวันก่อน
มาดูโร วัย 63 ปี กล่าวต่อผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางในแมนฮัตตันว่า "ผมบริสุทธิ์ ผมไม่ผิด"
มาดูโรยิ้มแย้มขณะเดินเข้าห้องพิจารณาคดี สวมเสื้อสีส้มและกางเกงขายาวสีเบจ เขาพูดเสียงเบา
"ผมเป็นประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเวเนซุเอลา และผมถูกลักพาตัวมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 3 มกราคม ผมถูกจับตัวมาจากบ้านของผมในกรุงการากัส" มาดูโรกล่าวต่อศาล โดยพูดเป็นภาษาสเปนผ่านล่าม
แต่ชายผู้ปกครองประเทศที่ร่ำรวยน้ำมันด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จมานานกว่า 12 ปี ได้รับบทเรียนอันเจ็บปวดจากการล่มสลายของเขา เมื่อผู้พิพากษาบอกให้เขาพูดเพียงแค่ชื่อของตนเอง
ซิเลีย ฟลอเรส ซึ่งเป็นภริยาของมาดูโร ก็ให้การปฏิเสธความผิดเช่นกัน โดยผู้พิพากษาสั่งให้ทั้งคู่ถูกคุมขังต่อไป และกำหนดวันพิจารณาคดีใหม่ในวันที่ 17 มีนาคม
ในเวเนซุเอลา ประชาชนหลายพันคนเดินขบวนในกรุงการากัสเพื่อสนับสนุนมาดูโร ขณะที่เดลซี โรดริเกซ อดีตรองประธานาธิบดีของเขา สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีรักษาการ
ทั้งมาดูโรและภริยาถูกหน่วยคอมมานโดของสหรัฐฯ ลักพาตัวไปในช่วงเช้ามืดวันเสาร์ ในปฏิบัติการโจมตีเมืองหลวงของเวเนซุเอลาโดยได้รับการสนับสนุนจากเครื่องบินรบและการวางกำลังทางเรือ
ในการประกาศที่สร้างความตกตะลึงหลายครั้งในช่วงสุดสัปดาห์ ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าสหรัฐฯเป็นผู้ควบคุม และตั้งใจที่จะเข้ามากำกับดูแลอุตสาหกรรมน้ำมันขนาดใหญ่แต่ทรุดโทรมของเวเนซุเอลา
ท่ามกลางความวิตกกังวลในระดับนานาชาติ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวในการประชุมฉุกเฉินของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติว่า "ควรเคารพหลักการของอธิปไตย, เอกราชทางการเมือง และบูรณภาพแห่งดินแดน"
มาดูโรขึ้นเป็นประธานาธิบดีในปี 2013 ต่อจากฮูโก ชาเวซ ผู้ซึ่งมีแนวคิดสังคมนิยมสุดโต่งเช่นกัน
สหรัฐฯ และสหภาพยุโรปกล่าวว่าเขาอยู่ในอำนาจโดยการโกงการเลือกตั้งและจำคุกฝ่ายตรงข้าม ขณะเดียวกันก็ปล่อยให้มีการทุจริตอย่างแพร่หลาย
วิกฤตการณ์หลังการปกครองของฝ่ายซ้ายยาวนานถึง 25 ปี ทำให้ประชาชนชาวเวเนซุเอลาประมาณ 30 ล้านคนต้องเผชิญกับอนาคตที่ไม่แน่นอน
ทรัมป์กล่าวว่าเขาต้องการร่วมมือกับเดลซี โรดริเกซและทีมงานเดิมของมาดูโร โดยมีเงื่อนไขว่าพวกเขาต้องยอมทำตามข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ เกี่ยวกับน้ำมัน
"เราต้องการเข้าถึงอย่างเต็มที่ เราต้องการเข้าถึงน้ำมันและสิ่งอื่นๆ ในประเทศของพวกเขาที่จะช่วยให้เราฟื้นฟูประเทศของพวกเขาได้" ผู้นำสหรัฐฯกล่าว
และหลังจากที่ตอบโต้ด้วยท่าทีเป็นปรปักษ์ในตอนแรก โรดริเกซก็กล่าวว่าเธอพร้อมที่จะให้ความร่วมมือ
ทรัมป์ยังแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขาไม่มีความต้องการที่จะช่วยเหลือฝ่ายค้านของเวเนซุเอลาในสถานการณ์สุญญากาศทางการเมืองนี้ แม้ฝ่ายดังกล่าวเคยถูกมองว่าเป็นผู้ชนะที่ถูกต้องตามกฎหมายจากการเลือกตั้งที่ถูกมาดูโรโกง
ประธานาธิบดีสหรัฐวัย 79 ปี ยังปฏิเสธแนวคิดที่จะจัดการเลือกตั้งใหม่ในกรุงการากัสในเดือนหน้าด้วย
"เราต้องแก้ไขปัญหาของประเทศนี้ก่อน คุณจะจัดการเลือกตั้งไม่ได้หรอก ประชาชนไม่มีทางไปลงคะแนนเสียงได้"ทรัมป์กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ NBC News ในการสัมภาษณ์ที่ออกอากาศเมื่อวันจันทร์
อย่างไรก็ตาม ไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ และพันธมิตรของทรัมป์ เห็นต่าง เพราะเขาคิดว่าการเลือกตั้งในเวเนซุเอลาควรเกิดขึ้นในเร็ววัน
ทั้งนี้ เวเนซุเอลามีปริมาณสำรองน้ำมันที่พิสูจน์แล้วว่าใหญ่ที่สุดในโลก อย่างไรก็ตาม การผลิตน้ำมันนั้นยากและมีราคาแพง และหลังจากหลายปีของการคว่ำบาตรระหว่างประเทศและการบริหารจัดการที่ผิดพลาด โครงสร้างพื้นฐานก็กลับกลายอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่
แม้ว่าจะไม่มีทหารสหรัฐฯ อยู่ในเวเนซุเอลาในขณะนี้ แต่ทรัมป์กล่าวว่ารัฐบาลวอชิงตันยังคงมีอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจอย่างมากผ่านการปิดล้อมน้ำมัน และยังขู่ว่าจะโจมตีทางทหารเพิ่มเติมอีกด้วย โดยกองกำลังทางเรือของสหรัฐฯ จำนวนมาก รวมถึงเรือบรรทุกเครื่องบิน ถูกส่งไปประจำการในทะเลแคริบเบียน
รายละเอียดเกี่ยวกับการปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในกรุงการากัสยังคงปรากฏออกมาเรื่อยๆ ในวันจันทร์ โดยรัฐบาลฮาวานาระบุว่าชาวคิวบาเสียชีวิต 32 รายจากการโจมตีครั้งนี้, ไม่มีทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต แต่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายคน
ขณะที่ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า เจ้าหน้าที่เกือบ 200 นายถูกส่งเข้าไปในกรุงการากัสเพื่อปฏิบัติการโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัวครั้งนี้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อ.บุญส่ง' แพร่บทความ ถ้าการบุกจับผู้นำรัฐอื่น 'ถูกกฎหมาย' : ระเบียบโลกก็ไร้ความหมาย
รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง ถ้าการบุกจับผู้นำรัฐอื่น “ถูกกฎหมาย”: ระเบียบโลกก็ไร้ความหมาย มีเนื้อหาดังนี้
ประธานาธิบดีรักษาการ ‘เดลซี โรดริเกซ’ ภายใต้การจับตามองของสหรัฐฯ
ภายหลังการจับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโรโดยสหรัฐอเมริกา เดลซี โรดริเกซ-รองประธานาธิบดี ได้กลายเป็นสตรีผู้ทรงอิทธิพลคนใหม่ในเวเนซุเอลา

