สภาผู้แทนฯผ่านร่างกฎหมายงบประมาณ ยุติชัตดาวน์รัฐบาลกลางสหรัฐฯ

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณล่าสุด เป็นการยุติภาวะชัตดาวน์ 4 วันของรัฐบาลกลาง ซึ่งเกิดจากการคัดค้านของพรรคเดโมแครตต่อการจัดสรรงบประมาณให้กับหน่วยงานปราบปรามการเข้าเมืองที่ควบคุมโดยโดนัลด์ ทรัมป์

หิมะท่วมหนาบริเวณพื้นที่อาคารรัฐสภาสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ (Photo by ANDREW CABALLERO-REYNOLDS / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 กล่าวว่า ภาวะชัตดาวน์บางส่วนตลอด 4 วันที่ผ่านมาของรัฐบาลกลางสหรัฐฯยุติลงแล้ว เมื่อสภาผู้แทนราษฎรผ่านร่างกฎหมายงบประมาณเมื่อวันอังคาร หลังจากเผชิญการคัดค้านของพรรคเดโมแครตต่อการจัดสรรงบประมาณให้กับหน่วยงานที่ดำเนินการปราบปรามการเข้าเมืองอย่างเข้มงวดและอื้อฉาวในช่วงที่ผ่านมา

ร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านการลงคะแนนเสียงด้วยคะแนน 217 ต่อ 214 ในสภาผู้แทนราษฎรที่พรรครีพับลิกันควบคุมอยู่

สมาชิกพรรคเดโมแครต 21 คนยอมเทคะแนนอนุมัติร่วมกับสมาชิกพรรครีพับลิกัน ทำให้แพ็กเกจงบประมาณผ่านไปได้อย่างหวุดหวิด เนื่องมาจากมีสมาชิกพรรครีพับลิกันจำนวนเท่ากันยืนยันที่จะคัดค้านและยอมทำตามข้อเรียกร้องของพรรคเดโมแครตในการเรียกร้องให้ปฏิรูปกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ซึ่งกำกับดูแลสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (ICE)

การเจรจาเพื่อขอเงินทุนใหม่สำหรับ DHS ล้มเหลวหลังจากพลเมืองอเมริกันสองคนถูกเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางสังหารในเมืองมินนิอาโพลิส รัฐมินนิโซตา ซึ่งกลายเป็นจุดศูนย์กลางของการปราบปรามผู้อพยพอย่างกว้างขวางของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จากพรรครีพับลิกัน

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา วุฒิสภาได้ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณที่ค้างอยู่ 5 ฉบับ เพื่อครอบคลุมหน่วยงานรัฐบาลกลางส่วนใหญ่ไปจนถึงเดือนกันยายน พร้อมกับมาตรการชั่วคราวสองสัปดาห์เพื่อให้ DHS สามารถดำเนินงานต่อไปได้ในขณะที่สมาชิกสภานิติบัญญัติเจรจานโยบายการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมือง

ทรัมป์ได้กดดันพรรครีพับลิกันให้รับรองร่างกฎหมายงบประมาณและยุติการชัตดาวน์รอบใหม่

"เราจะร่วมมือกันด้วยความสุจริตใจเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น แต่เราไม่สามารถปล่อยให้เกิดการชัตดาวน์หน่วยงานรัฐบาลที่ยืดเยื้อ, ไร้ประโยชน์ และสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงอีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลเสียต่อประเทศของเราอย่างมาก" ทรัมป์กล่าวในโพสต์บน Truth Social โดยอ้างอิงการปิดหน่วยงานรัฐบาลที่ยาวนานถึง 43 วันเมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา

ก่อนการลงคะแนนเสียงในแพ็คเกจงบประมาณ พรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎรได้เรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ดำเนินการกวาดล้างผู้อพยพ โดยใช้เจ้าหน้าที่ติดอาวุธหนัก สวมหน้ากาก และไม่ระบุตัวตน ซึ่งบางครั้งควบคุมตัวผู้คนโดยไม่มีหมายจับ

มีการประนีประนอมบางอย่างเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากพรรคเดโมแครตและเสียงประท้วงทั่วประเทศ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ยิงสังหารเรเน กู๊ด ผู้เป็นแม่ลูกสาม และอเล็กซ์ เพรตติ ซึ่งเป็นพยาบาลที่ทำงานกับทหารผ่านศึก ในมินนิอาโพลิสเมื่อเดือนที่แล้ว

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา คริสตี โนเอม รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิกล่าวว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางในเมืองจะสวมกล้องติดตัวและให้มีผลทันที พร้อมขยายมาตรการเดียวกันไปทั่วประเทศ

ในขณะที่สมาชิกสภานิติบัญญัติมีเวลาเพียงสองสัปดาห์ในการเจรจาร่างกฎหมายงบประมาณประจำปีของกระทรวงความมั่นคงฯต่อไปให้ครอบคลุมเหมือนหน่วยงานอื่นๆ

ทั้งสองพรรคยอมรับว่าการเจรจาจะเป็นไปอย่างดุเดือดทางการเมือง เนื่องจากพรรคเดโมแครตเรียกร้องให้ปรับมาตรการควบคุมการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมืองที่เข้มงวดเกินไป ในขณะที่พรรคอนุรักษนิยมยืนยันจะผลักดันนโยบายและแนวทางของตนเอง

ทั้งนี้ การชัตดาวน์หน่วยงานรัฐบาลกลางชั่วคราวจะทำให้งบประมาณสำหรับการดำเนินงานที่ไม่จำเป็นของรัฐบาลกลางถูกระงับ ส่งผลให้หน่วยงานต่างๆ ต้องหยุดให้บริการ, พนักงานหยุดงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง หรือต้องทำงานโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน

ล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ลงนามในร่างกฎหมายงบประมาณดังกล่าวแล้ว พร้อมระบุว่า "ร่างกฎหมายนี้เป็นชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่สำหรับชาวอเมริกัน".

เพิ่มเพื่อน