เมียนมาปูทางให้หัวหน้าคณะรัฐประหารขึ้นเป็นประธานาธิบดีพลเรือน

มิน อ่อง หล่าย หัวหน้าคณะรัฐประหารของเมียนมาได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้สมัครรองประธานาธิบดีและถูกปลดจากตำแหน่งผู้บัญชาการทหาร เพื่อปูทางให้ผู้นำการรัฐประหารขึ้นเป็นประธานาธิบดีและปกครองประเทศต่อไปในฐานะพลเรือน

มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในงานรำลึก ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติเมียนมา (MICC) ในกรุงเนปยีดอ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม เพื่อรำลึกครบรอบ 1 ปี นับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.7 แมกนิจูด ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนกว่า 3,800 รายในเมียนมา (Photo by ANTHONY WALLACE / AFP)

เย วิน อู ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมาคนใหม่ กำลังกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีส่งมอบตำแหน่ง เมื่อวันที่ 30 มีนาคม (Photo by Handout / MYANMAR MILITARY INFORMATION TEAM / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันจันทร์ที่ 30 มีนาคม 2569 กล่าวว่า พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย หัวหน้าคณะรัฐประหารของเมียนมาได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้สมัครรองประธานาธิบดีและถูกปลดจากตำแหน่งผู้บัญชาการทหาร เพื่อปูทางให้เขาขึ้นเป็นประธานาธิบดีและปกครองประเทศต่อไปในฐานะพลเรือน

เขาปกครองเมียนมามาตั้งแต่ปี 2021 หลังจากทำรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของอองซานซูจี โดยจับกุมผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ, ยุบพรรคของเธอ และจุดชนวนสงครามกลางเมือง

หลังจากปกครองด้วยนโยบายแข็งกร้าวเป็นเวลา 5 ปี เขาก็ได้จัดการเลือกตั้งที่ถูกจำกัดอย่างเข้มงวดซึ่งกำหนดให้การประท้วงหรือวิพากษ์วิจารณ์การเลือกตั้งเป็นความผิดทางอาญา และส่งผลให้พรรคที่สนับสนุนกองทัพได้รับชัยชนะอย่างง่ายดายในปลายเดือนมกราคม

องค์กรเฝ้าระวังประชาธิปไตยได้เตือนมานานแล้วว่ารัฐบาลนี้จะเป็นตัวแทนของกองทัพ ซึ่งปกครองเมียนมามาเป็นส่วนใหญ่ในประวัติศาสตร์หลังได้รับเอกราช

"ผมขอเสนอชื่อพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย เป็นรองประธานาธิบดี" ส.ส. จอ จอ ฮเตย์กล่าว ตามที่สื่อของรัฐรายงานในระหว่างการถ่ายทอดสดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร

ทั้งนี้ จะมีการเลือกตั้งรองประธานาธิบดี 3 คน โดยหนึ่งในนั้นจะได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีในการลงคะแนนเสียงทั่วทั้งรัฐสภา

รายงานระบุว่า คณะรัฐบาลทหารของเมียนมาได้แต่งตั้งผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนใหม่ โดย "เย วิน อู" อดีตหัวหน้าหน่วยข่าวกรองจะเข้ามาดำรงตำแหน่งแทนที่มิน อ่อง หล่าย

สื่อเมียนมาหลายแห่งรายงานว่า เย วิน อู ได้รับการเลื่อนตำแหน่งขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดทางทหารในพิธีที่กรุงเนปยีดอ

กองทัพเมียนมาได้แสดงตนมานานแล้วว่าเป็นเพียงกองกำลังเดียวที่ปกป้องประเทศที่กำลังวุ่นวายจากการแตกแยกและความหายนะ

นายพลได้ลดอำนาจการควบคุมลงในช่วงระยะเวลาประชาธิปไตยกว่าสิบปี เริ่มตั้งแต่ปี 2011 ทำให้ซูจีขึ้นมาเป็นผู้นำพลเรือนและนำพาประเทศไปสู่การปฏิรูปในขณะที่ประเทศเปิดกว้างจากประวัติศาสตร์ที่ปิดกั้นตัวเอง

หลังจากที่ซูจีเอาชนะพรรคสหภาพสามัคคีและการพัฒนา (USDP) ที่สนับสนุนกองทัพอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งปี 2020 นักวิเคราะห์กล่าวว่า มิน อ่อง หล่ายได้แย่งชิงอำนาจกลับคืนมา เนื่องจากเขากังวลเกี่ยวกับอิทธิพลของกองทัพที่ลดลง

ขณะนี้พรรค USDP ซึ่งนำและประกอบด้วยอดีตนายทหารจำนวนมาก ได้เข้ามามีบทบาทในรัฐสภาอย่างมั่นคงแล้ว หลังจากได้รับเลือกตั้งถึง 80% และคาดว่ารัฐบาลใหม่จะดำเนินนโยบายไปในทิศทางเดียวกับกองทัพ

อย่างไรก็ตาม มิน อ่อง หล่ายต้องบริหารจัดการการเปลี่ยนผ่านอย่างละเอียดอ่อนก่อนก้าวเข้าสู่บทบาทพลเรือน ในขณะที่เขาส่งมอบอำนาจการบังคับบัญชากองทัพอันทรงอำนาจให้กับ เย วิน อู อดีตผู้บัญชาการทหารบก.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ผู้บัญชาการทหารสูงสุด' เยือน 'เมียนมา' กระชับสัมพันธ์!

ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเยือนเมียนมากระชับความสัมพันธ์ พร้อมย้ำความร่วมมือด้านความมั่นคง ปราบสแกมเมอร์ยาเสพติด อาวุธเถื่อน พร้อมเปิดโอกาสให้นายทหารหญิงเข้ารับการศึกษาในหลักสูตร เสธ. ร่วม