"ไม่ต้องการสงคราม" ผู้นำสูงสุดของอิหร่านกล่าวในข้อความลายลักษณ์อักษร

ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านเปิดเผยข้อความที่เป็นลายลักษณ์อักษรล่าสุดว่า สาธารณรัฐอิสลามไม่ต้องการสงครามกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล แต่จะปกป้องสิทธิ์ของตนในฐานะชาติ

ภาพเหมือนของอยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน (Photo by Martin LELIEVRE / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2569 กล่าวว่า ตามรายงานของสถานีโทรทัศน์แห่งรัฐเมื่อวันพฤหัสบดี โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านกล่าวในข้อความที่เป็นลายลักษณ์อักษรล่าสุดว่า สาธารณรัฐอิสลามไม่ต้องการทำสงครามกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล แต่จำเป็นต้องปกป้องสิทธิ์ของตนในฐานะชาติ

"เราไม่ได้แสวงหาสงครามและเราไม่ต้องการมัน" เขากล่าวในข้อความที่อ่านออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ หลังจากที่บิดาของเขาถูกสังหารเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ซึ่งเป็นวันแรกของสงคราม

"แต่เราจะไม่สละสิทธิ์อันชอบธรรมของเราไม่ว่าในสถานการณ์ใดๆ และในเรื่องนี้ เราถือว่าแนวร่วมต่อต้านทั้งหมดเป็นหนึ่งเดียว" เขากล่าวเสริมซึ่งเป็นการอ้างถึงเลบานอนอย่างชัดเจน ในแนวรบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบุลเลาะห์ที่เป็นพันธมิตรของอิหร่าน

ทั้งนี้ อิหร่านตกลงหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 2 สัปดาห์กับสหรัฐอเมริกาในสัปดาห์นี้ ซึ่งอาจนำไปสู่การเจรจาสันติภาพหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ขู่ว่าจะทำลายล้างประเทศของเขา

คาเมเนอีกล่าวกับชาวอิหร่านว่าพวกเขาต้องอย่าคิดว่าการออกมาประท้วงบนท้องถนนไม่จำเป็นอีกต่อไป แม้ว่าจะมีการประกาศหยุดยิงแล้วก็ตาม

"เสียงของพวกท่านในที่สาธารณะมีอิทธิพลอย่างไม่ต้องสงสัยต่อผลลัพธ์ของการเจรจา" เขากล่าวตามข้อความที่ออกอากาศ

โมจตาบา คาเมเนอีผู้ซึ่งคาดว่าได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีที่คร่าชีวิตบิดาของเขา ยังไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณชนนับตั้งแต่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้นำคนใหม่

เขาได้ออกแถลงการณ์เป็นลายลักษณ์อักษรซึ่งส่วนใหญ่ถูกอ่านออกเสียงโดยผู้ประกาศข่าวทางสถานีโทรทัศน์แห่งรัฐ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ถึงกับคาดการณ์ว่าเขาอาจเสียชีวิตแล้ว แต่สถานีโทรทัศน์อิหร่านระบุว่าเขากำลังฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บและได้เผยแพร่ภาพถ่ายของเขาโดยไม่ได้ระบุว่าถ่ายเมื่อใด.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อดีตบิ๊กข่าวกรอง' เชื่อ ข้อตกลงหยุดยิง ต้องมีฝ่ายหนึ่งโกหก คาดมีแนวโน้มรุนแรงเพิ่มมากขึ้น

นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า