
ในโลกที่คำว่า “ธรรมาภิบาล” ไม่ได้เป็นเพียงหลักการเชิงทฤษฎีที่เห็นอยู่ในเอกสารเท่านั้น แต่จากประสบการณ์ที่ดิฉันได้เข้าร่วมอบรมหลักสูตรการบริหารองค์กรไม่แสวงหากำไรตามหลักธรรมาภิบาล สิ่งที่ได้สัมผัสกลับแตกต่างจากสิ่งที่เคยเข้าใจ ธรรมาภิบาลในห้องเรียนครั้งนี้ “มีชีวิต” และจับต้องได้จริง
สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือวิธีการถ่ายทอดของวิทยากร ซึ่งไม่ได้ยืนบรรยายตามสไลด์ หากแต่ใช้กรณีศึกษา (case-based learning) เป็นแกนกลางของการเรียนรู้ ตัวอย่างเช่น การจำลองสถานการณ์ที่คณะกรรมการองค์กรต้องตัดสินใจกรณีพบความผิดปกติทางการเงิน ผู้เข้าอบรมถูกแบ่งกลุ่มให้สวมบทบาทเป็นประธานกรรมการ กรรมการตรวจสอบ และผู้บริหาร เพื่ออภิปรายว่าใครควรทำอะไร อย่างไร และเมื่อใด บทสนทนาในห้องเรียนจึงเต็มไปด้วยคำถามที่ท้าทาย เช่น “ความเกรงใจ” ควรมีขอบเขตแค่ไหนเมื่อเทียบกับหน้าที่กำกับดูแล หรือ “ความโปร่งใส” จะสื่อสารต่อสาธารณะอย่างไรโดยไม่ทำลายชื่อเสียงองค์กรเกินจำเป็น
อีกกรณีศึกษาหนึ่งที่น่าสนใจ คือการวิเคราะห์องค์กรไม่แสวงหากำไรที่ประสบความสำเร็จในระยะยาว เปรียบเทียบกับองค์กรที่ต้องปิดตัวลงเพราะขาดระบบกำกับดูแลที่ชัดเจน เราได้เรียนรู้ว่าความตั้งใจดีเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากปราศจากระบบควบคุมภายใน การแบ่งบทบาทหน้าที่ที่ชัดเจน และการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ องค์กรย่อมเปราะบาง แตกสลายได้ง่าย
วิธีการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ (interactive learning) เช่นนี้ ทำให้ผู้เข้าอบรมไม่ได้เพียง “เข้าใจ” หลักการ แต่สามารถเชื่อมโยงกับสถานการณ์จริงขององค์กรตนเองได้ทันที โดยเฉพาะองค์กรไม่แสวงหากำไรต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงสมาคมลูกหลานเจ้านายฝ่ายเหนือ ซึ่งมีภารกิจสำคัญด้านวัฒนธรรมและสาธารณประโยชน์ การนำหลักธรรมาภิบาลมาปรับใช้ ย่อมช่วยเสริมความเข้มแข็งและความน่าเชื่อถือให้การทำงานในระยะยาว
ที่สำคัญ วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิแต่ละท่านไม่ได้สอนจากทฤษฎีเพียงอย่างเดียว หลายท่านผ่านประสบการณ์จริงในฐานะกรรมการ ผู้บริหารองค์กรขนาดใหญ่ หรือที่ปรึกษาด้านกฎหมายและการกำกับดูแล การถ่ายทอดจึงเต็มไปด้วยเรื่องเล่าจากสถานการณ์จริง ทั้งกรณีความขัดแย้งในคณะกรรมการ ปัญหาการระดมทุนที่ไม่โปร่งใส ไปจนถึงบทเรียนจากความผิดพลาดที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญขององค์กร
ประสบการณ์ตรงของผู้สอนทำให้บทเรียนมีน้ำหนักและความจริงใจ ผู้เรียนสามารถสัมผัสได้ว่า ทุกแนวคิดล้วนผ่านการพิสูจน์ในสนามปฏิบัติ ไม่ใช่เพียงกรอบความคิดในตำรา นี่คือความแตกต่างที่ทำให้หลักสูตรนี้มีคุณค่าอย่างยิ่ง
สำหรับดิฉัน การได้เรียนรู้ผ่านกระบวนการที่เปิดพื้นที่ให้ตั้งคำถาม ถกเถียง และสะท้อนบทบาทของตนเอง ทำให้ตระหนักว่า ธรรมาภิบาลมิใช่เรื่องไกลตัว แต่คือวินัยในการบริหารจัดการ และคือความกล้าหาญทางจริยธรรมที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง แม้ในสถานการณ์ที่ซับซ้อน
เมื่อผู้บริหารและคณะกรรมการองค์กรไม่แสวงหากำไร โดยเฉพาะในพื้นที่เชียงใหม่ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพด้านธรรมาภิบาลอย่างจริงจัง ดิฉันเชื่อมั่นว่า ภาคประชาสังคมไทยจะมีรากฐานที่แข็งแรงยิ่งขึ้น สามารถขับเคลื่อนพันธกิจเพื่อสาธารณะได้อย่างโปร่งใส ยั่งยืน และเป็นที่ไว้วางใจของสังคม
ธรรมาภิบาลจึงไม่ใช่เพียงแนวคิดเชิงนโยบาย หากคือ “การปฏิบัติอย่างมีสติ” ที่ต้องเรียนรู้ ฝึกฝน และยืนหยัดในทุกการตัดสินใจ และหลักสูตรนี้ได้พิสูจน์แล้วว่า เมื่อการสอนเชื่อมโยงทฤษฎีกับประสบการณ์จริง ความรู้ย่อมกลายเป็นพลังในการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง.
คอลัมน์ พิจารณ์นโยบายสาธารณะ กลุ่มนโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมาภิบาล
ดร มรกต ณ เชียงใหม่
กลุ่มนโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมาภิบาล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อดีต สว.' ปลุกต้านโกงเลือกตั้ง หวั่นทุ่มซื้อเสียงถอนทุนคืน
นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า หากเรายึดถือ "ความสุจริตเที่ยงธรรม" เป็นที่ตั้งเหนือสิ่งอื่นใด
หลักธรรมาภิบาลภาคปฏิบัติเพื่อการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น
ธรรมาภิบาล หรือ Good Governance คำนี้มาจากรายงานของคณะทำงานเพื่อเสนอแนะ แนวทางการแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ"ต้มยำกุ้ง" โดยมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยปี 2541
เรื่องดีดี มิติใหม่การเมือง แก้ไข พรบ.ล้มละลาย ฟื้นฟูหนี้บุคคลธรรมดา
วันที่เขียนต้นฉบับตรงกับวันที่ 14 กันยายน 2568 หลังวันเกิดนายก อนุทิน ชาญวีรกุล หนึ่งวัน เริ่มนับเป็นเรื่องดีดี เรื่องแรก ขอให้ท่านนายกสามารถบริหารคณะรัฐมนตรี นำความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน ความผาสุกสู่ประชาชนอย่างเท่าเทียมตลอดอายุรัฐบาลที่มีเวลา 4 เดือนก่อนยุบสภา นายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อสื่อมวลชน
อุทาหรณ์วิกฤตประเทศในเอเชีย ก้าวไม่พ้นกับดัก Deep State ระบบอุปถัมภ์วงศ์วาน การผูกขาด
ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ ก้าวไม่พ้นกับดัก Deep State : อุทาหรณ์จากประเทศในเอเชีย มีเนื้อหาดังนี้

